我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2550

ว0023-1B-0002法律・公布 2007-08-13・全 10 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ “ให้สภากาชาดไทยมีฐานะเป็นนิติบุคคล ดำเนินการอันเป็นสาธารณกุศลเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการของกาชาดสากล และพึงได้รับการสนับสนุนการดำเนินการจากรัฐ”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑/๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ “มาตรา ๑/๑ กิจการของสภากาชาดไทยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๐/๑ มาตรา ๑๐/๒ มาตรา ๑๐/๓ มาตรา ๑๐/๔ และมาตรา ๑๐/๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ “มาตรา ๑๐/๑ ทุนของสภากาชาดไทย ประกอบด้วย (๑) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้โดยตรงจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี (๒) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ (๓) ค่าบำรุง ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินการ (๔) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสภากาชาดไทย (๕) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่สภากาชาดไทย ให้สภากาชาดไทยเสนอขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อคณะรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนของสภากาชาดไทยไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ให้กระทรวงการคลังกำหนดระเบียบวิธีการในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของสภากาชาดไทย มาตรา ๑๐/๒ บรรดาเงินหรือรายได้ของสภากาชาดไทย ไม่เป็นเงินหรือรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง การใช้จ่ายเงินหรือรายได้ของสภากาชาดไทย ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่กิจการของสภากาชาดไทยตามข้อบังคับและระเบียบที่คณะกรรมการสภากาชาดไทยกำหนด มาตรา ๑๐/๓ ทรัพย์สินของสภากาชาดไทยไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตลอดจนการบังคับทางปกครอง มาตรา ๑๐/๔ การบัญชีของสภากาชาดไทย ให้จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสภากาชาดไทยกำหนด และต้องจัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสภากาชาดไทย ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการสภากาชาดไทยทราบอย่างน้อยปีละครั้ง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบของสภากาชาดไทยทำหน้าที่ตรวจสอบภายในตามข้อบังคับที่คณะกรรมการสภากาชาดไทยกำหนด และให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการสภากาชาดไทย มาตรา ๑๐/๕ ให้สภากาชาดไทยจัดทำงบการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ เพื่อตรวจสอบ ให้คณะกรรมการสภากาชาดไทยแต่งตั้งบุคคลใดหรือขอให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้สอบบัญชีของสภากาชาดไทย และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินของสภากาชาดไทยทุกรอบปีงบประมาณ แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการสภากาชาดไทยภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปี และให้สภากาชาดไทยจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีตามข้อบังคับที่คณะกรรมการสภากาชาดไทยกำหนด”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๐ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้ และงบประมาณของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสภากาชาดไทยไปเป็นของสภากาชาดไทย ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการโอนบรรดาทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และหนี้ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปเป็นของสภากาชาดไทยตามวรรคหนึ่ง ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาดำเนินการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ในวาระเริ่มแรก ในกรณีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เสนอของบประมาณเพื่ออุดหนุนสภากาชาดไทยไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว ให้ถือว่างบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับการอุดหนุนสภากาชาดไทยที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสนอไปแล้วนั้น เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สภากาชาดไทยเสนอขอรับต่อคณะรัฐมนตรีตามวรรคสองของมาตรา ๑๐/๑ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณ ให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาดำเนินการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่ครอบคลุมและไม่สอดคล้องกับการดำเนินกิจการของสภากาชาดไทยในปัจจุบัน ทำให้การดำเนินกิจการของสภากาชาดไทยไม่มีความเป็นอิสระและคล่องตัวส่งผลกระทบต่อการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ฐานะของสภากาชาดไทยมีความชัดเจน ได้รับการสนับสนุนการดำเนินการ ตลอดจนงบประมาณจากรัฐ โดยให้มีระบบการจัดทำบัญชีที่ได้มาตรฐาน การรายงาน และการตรวจสอบที่ชัดเจน โปร่งใสรวมทั้งเปลี่ยนแปลงผู้รักษาการตามกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查