我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเอกชน การกำหนดค่าตอบแทน และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เอกชนที่สืบหาทรัพย์สิน พ.ศ. 2565

ว0028-2B-0085子法規・公布 2022-06-16・全 12 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเอกชน การกำหนดค่าตอบแทน และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เอกชนที่สืบหาทรัพย์สิน พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๖๓/๑๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในการบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน กรณีที่หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินไม่มีเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการสืบหาทรัพย์สิน และจำนวนเงินที่ต้องชำระตามมาตรการบังคับทางปกครองมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป หน่วยงานของรัฐนั้นอาจประกาศคัดเลือกเอกชนเพื่อมอบหมายให้ดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแทนได้ ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว หรือในเว็บไซต์อื่นหรือในสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นที่แพร่หลายหรือเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันพร้อมระบุวันเวลาในการยื่นคำร้องเข้ารับการคัดเลือก

ข้อ ๒

ข้อ ๒ เอกชนที่ประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกตามข้อ ๑ ให้ยื่นคำร้องพร้อมทั้งเอกสารต่อหน่วยงานของรัฐที่ออกประกาศคัดเลือก

ข้อ ๓

ข้อ ๓ เอกชนที่อาจได้รับมอบหมายให้สืบหาทรัพย์สินแทนต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (ก) จดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ หรือสำเร็จหลักสูตรการอบรมเกี่ยวกับการบังคับคดีของกรมบังคับคดี หรือจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ (ข) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่นในหน่วยงานของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ (ค) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือไม่เคยถูกนายจ้างเลิกจ้าง ทั้งนี้ เพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่ (ง) ไม่เคยเป็นผู้ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกตามข้อ ๗ เพราะเหตุไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งการมอบหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจกระทำการเป็นเหตุให้เสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ เว้นแต่พ้นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนรายชื่อดังกล่าวแล้ว (๒) นิติบุคคล (ก) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเกี่ยวกับการดำเนินคดี การสืบทรัพย์ การบังคับคดี การยึด หรือการอายัดทรัพย์สิน (ข) มีผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลาซึ่งมีลักษณะตาม (๑) (ก) (ข) และ (ค) และมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีลักษณะตาม (๑) (ข) และ (ค) รวมกันไม่น้อยกว่าสามคน (ค) กรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นต้องมีลักษณะตาม (๑) (ค) (ง) ไม่เคยเป็นผู้ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกตามข้อ ๗ เพราะเหตุไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งการมอบหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจกระทำการเป็นเหตุให้เสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ เว้นแต่พ้นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนรายชื่อดังกล่าวแล้ว

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินพิจารณาคำร้องและจัดทำบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกซึ่งมีลักษณะตามข้อ ๓ ที่เห็นว่ามีความเหมาะสมในการสืบหาทรัพย์สิน ให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันครบกำหนดให้ยื่นคำร้อง และประกาศบัญชีดังกล่าวในเว็บไซต์ของหน่วยงาน หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินอาจขอใช้บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งได้ โดยขอให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของบัญชีจัดส่งรายละเอียดของเอกชนผู้ได้รับการคัดเลือก เพื่อพิจารณามอบหมายให้ดำเนินการสืบหาทรัพย์สิน

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินมีหนังสือแจ้งการมอบหมายไปยังเอกชนรายใดรายหนึ่งที่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่ได้จัดทำไว้ โดยระบุจำนวนเงินที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองค้างชำระ รายละเอียดภูมิลำเนา ที่อยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่สืบพบแล้ว ระยะเวลาในการสืบหาทรัพย์สินซึ่งต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่คำสั่งให้ชำระเงินเป็นที่สุด รวมทั้งเงื่อนไขอื่นที่เอกชนผู้ได้รับมอบหมายต้องปฏิบัติ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐมอบหมายให้เอกชนที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งมีลักษณะตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๖ หรือมีส่วนได้เสียอื่นที่สำคัญกับผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองดำเนินการสืบหาทรัพย์สิน

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่เอกชนผู้ได้รับมอบหมายสืบพบทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแล้ว ให้รายงานต่อเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองเพื่อดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อไป ทั้งนี้ ในการรายงาน ให้แนบแผนที่ที่ตั้งของทรัพย์สิน ภาพถ่ายทรัพย์สินที่จะนำยึด สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะยึดหรืออายัดด้วย

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ความปรากฏต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐว่า เอกชนรายใดไม่มีลักษณะตามข้อ ๓ (๒) (ข) หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนได้ หากมิได้ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อเอกชนรายนั้นออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ในกรณีที่เอกชนรายใดไม่มีลักษณะตามข้อ ๓ (๑) และข้อ ๓ (๒) (ก) (ค) หรือ (ง) หรือเอกชนผู้ได้รับมอบหมายให้สืบหาทรัพย์สินตามข้อ ๕ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งการมอบหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจกระทำการเป็นเหตุให้เสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อเอกชนรายนั้นออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อเอกชนออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกให้ประกาศในเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐ และให้ถือว่าการเพิกถอนรายชื่อเป็นการยกเลิกการมอบหมายให้สืบหาทรัพย์สินด้วย

ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากกรณีตามข้อ ๗ แล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งถอนรายชื่อเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกได้ ถ้าเอกชนนั้น (๑) ตาย (๒) เลิกนิติบุคคล (๓) ยื่นคำร้องให้ถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ความปรากฏต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐว่าเอกชนผู้ได้รับมอบหมายให้สืบหาทรัพย์สินตามข้อ ๕ ไม่สามารถดำเนินการสืบหาทรัพย์สินได้สำเร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือดำเนินการล่าช้า หรือไม่มีประสิทธิภาพ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีหนังสือแจ้งการยกเลิกการมอบหมายให้ผู้นั้นสืบหาทรัพย์สินในกรณีนั้น และมอบหมายให้ผู้อยู่ในบัญชีรายอื่นดำเนินการสืบหาทรัพย์สินแทนได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้เอกชนผู้ได้รับมอบหมายที่สืบพบทรัพย์สินแล้วรายงานต่อเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองตามข้อ ๖ มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนสำหรับการสืบหาทรัพย์สิน ดังนี้ (๑) กรณีทรัพย์สินที่สืบพบเป็นเงิน หรือเป็นสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิต่าง ๆ ที่มีมูลค่า แต่ไม่ต้องขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น เนื่องจากมีการชำระเงินแทนราคาทรัพย์สินดังกล่าว ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราร้อยละสองครึ่งของจำนวนเงินที่คำนวณได้ตามวรรคสอง แต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาทต่อจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น (๒) กรณีทรัพย์สินที่สืบพบเป็นสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิต่าง ๆ ที่มีมูลค่าและมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราร้อยละสองของจำนวนเงินที่คำนวณได้ตามวรรคสอง แต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาทต่อจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น เมื่อหน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินได้รับชำระเงินตาม (๑) หรือได้รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินตาม (๒) และได้หักค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครองแล้ว ให้นำจำนวนเงินดังกล่าวไปคำนวณค่าตอบแทนตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ไม่มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน แต่หน่วยงานของรัฐได้รับชำระเงินโดยเป็นผลจากการดำเนินการของผู้ได้รับมอบหมายให้สืบหาทรัพย์สิน ให้นำจำนวนเงินที่หน่วยงานของรัฐได้รับมาคำนวณค่าตอบแทนตาม (๑) ให้จ่ายค่าตอบแทนในการสืบหาทรัพย์สินให้แก่เอกชนตามวรรคหนึ่ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้รับเงินตาม (๑) หรือ (๒)

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ประกาศคัดเลือกเอกชน คำร้องขอเข้ารับการคัดเลือก และหนังสือแจ้งการมอบหมายตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๕ ให้เป็นไปตามแบบที่หน่วยงานของรัฐกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๓/๑๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงินไม่มีเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการสืบหาทรัพย์สิน และหากจำนวนเงินที่ต้องชำระตามมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป หน่วยงานของรัฐอาจมอบหมายให้เอกชนสืบหาทรัพย์สินแทนได้ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเอกชนที่สืบหาทรัพย์สิน การกำหนดค่าตอบแทน และวิธีการจ่ายค่าตอบแทน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查