กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินตามกฎกระทรวงนี้ ให้กู้โดยวิธีออกพันธบัตร เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๕ ครั้งที่ ๓” มีจำนวนไม่เกินห้าร้อยล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรรายนี้จะชำระต้นเงินคืนภายในสิบห้าปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้กำหนดให้เป็นวันเริ่มจำหน่ายพันธบัตร
ข้อ ๓ พันธบัตรรายนี้เป็นพันธบัตรชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือ มีดอกเบี้ยอัตราร้อยละแปดต่อปี ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้และมีชนิดราคา ดังต่อไปนี้ ชนิดราคาฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ก. ๑ เป็นต้นไป ชนิดราคาฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ข. ๑ เป็นต้นไป ชนิดราคาฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
เริ่มตั้งแต่เลขที่ ค. ๑ เป็นต้นไป ชนิดราคาฉบับละ ๑๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ง. ๑ เป็นต้นไป
ข้อ ๔ พันธบัตรรายนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๕ และให้จำหน่าย ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อ ๕ พันธบัตรรายนี้ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๖ เมื่อได้รับคำเสนอขอซื้อพันธบัตรพร้อมด้วยเงินเต็มตามราคาที่ขอซื้อแล้วธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้
ข้อ ๗ การจ่ายดอกเบี้ยให้จ่ายในวันที่ ๑๕ เมษายน และวันที่ ๑๕ ตุลาคม ทุกปี ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ ดอกเบี้ยงวดที่หนึ่งที่จะจ่ายให้แก่ผู้ซื้อพันธบัตรแต่ละราย ให้คำนวณตั้งแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับชำระราคาพันธบัตรถึงวันที่จ่ายดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่ง การจ่ายดอกเบี้ยในกรณีที่มีพันธบัตร
ให้จ่ายแลกเปลี่ยนกับบัตรดอกเบี้ย
ข้อ ๘ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินของพันธบัตรทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีที่ชำระต้นเงินของพันธบัตรแต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๙ ในการชำระต้นเงินของพันธบัตรฉบับใด ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับเวนคืนพันธบัตรฉบับนั้น พร้อมทั้งบัตรดอกเบี้ยทุกฉบับที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หากบัตรดอกเบี้ยฉบับใดขาดจำนวนไป ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักจำนวนเงินตามบัตรดอกเบี้ยฉบับนั้นออกจากต้นเงินที่พึงชำระให้แก่ผู้ถือพันธบัตร
ข้อ ๑๐ กระทรวงการคลังจะจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการเกี่ยวกับการกู้เงินให้แก่ธนาคาร หรือผู้ซึ่งกระทรวงการคลังมอบหมายให้ปฏิบัติงานในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๒๕ ของจำนวนเงินค่าพันธบัตรที่จำหน่ายก็ได้
ข้อ ๑๑ พันธบัตรรายนี้ ผู้ซื้อพันธบัตรหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่ตนซื้อหรือมีกรรมสิทธิ์ไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ และถ้าประสงค์จะถอนการจดบัญชีนั้นหรือจะโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรนั้นเมื่อใดก็ให้ทำได้
เว้นแต่ในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตามข้อ ๗ การจดบัญชี การถอนการจดบัญชี และการโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรให้ทำตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ข้อ ๑๒ พันธบัตรที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ตามข้อ ๑๑ เจ้าของกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรมีสิทธิขายพันธบัตรนั้นได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในราคาต้นเงินของพันธบัตรนั้น ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลาถือพันธบัตรนับแต่วันที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์
จนถึงวันขายยังไม่ถึงสิบปี ให้เป็นไปตามอัตราส่วนลดต่อไปนี้ ระยะเวลาถือพันธบัตรนับแต่วันที่ได้ จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายส่วนลด ไม่ถึง ๖ เดือนร้อยละ ๘ ต่อปี ๖ เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑ ปีร้อยละ ๕ ต่อปี ๑ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๒ ปีร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ๒ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๓ ปีร้อยละ ๔ ต่อปี ๓
ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๔ ปีร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ๔ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๓ ต่อปี ๕ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ ปีร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ๖ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๒ ต่อปี ๗ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑.๕ ต่อปี ๘ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ต่อปี ๙ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑๐ ปีร้อยละ ๐.๕ ต่อปี
การขายพันธบัตรตามความในวรรคแรก ห้ามขายในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตามข้อ ๗ การขายพันธบัตรตามข้อนี้ ให้ถือเป็นการชำระต้นเงินคืน
ข้อ ๑๓ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกพันธบัตรรายนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๔ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรรายนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตร เท่าที่จ่ายจริง (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๕ ของจำนวนเงินค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่จ่าย
และต้นเงินของพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ ๑๕ ในการประกอบธุรกิจทั้งปวงเกี่ยวกับการกู้เงินรายนี้ เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ สุนทร หงส์ลดารมภ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาใช้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของยอดงบประมาณรายจ่ายประจำปี และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๕ นี้ สำนักงบประมาณได้ประมาณยอดเงินที่จะต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลย์เป็นจำนวน ๑,๔๖๐ ล้านบาท
ซึ่งกระทรวงการคลังได้จัดการกู้ไว้แล้วเป็นเงิน ๙๖๐ ล้านบาท บัดนี้ เห็นเป็นการสมควรที่จะดำเนินการกู้เงินโดยวิธีจำหน่ายพันธบัตรอีก โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).