กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินตามกฎกระทรวงนี้ ให้กู้โดยวิธีออกพันธบัตร เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๖ ครั้งที่ ๒” มีจำนวนไม่เกินหกร้อยหกสิบล้านบาท มีรายการดังนี้ (ก) เป็นเงินตราต่างประเทศ จำนวนไม่เกินยี่สิบสามล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเท่ากับเงินตราไทยสี่ร้อยหกสิบล้านบาท
โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนหนึ่งดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อยี่สิบบาท (ข) เป็นเงินบาท จำนวนไม่เกินสองร้อยล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรรายนี้เป็นพันธบัตรชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือ มีดอกเบี้ยอัตราร้อยละสามต่อปี ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้ และมีชนิดราคา ดังต่อไปนี้ (ก) ชนิดที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ราคาฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่เลขที่ ก. ๑ เป็นต้นไป ราคาฉบับละ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่เลขที่
ข. ๑ เป็นต้นไป ราคาฉบับละ ๑,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่เลขที่ ค. ๑ เป็นต้นไป (ข) ชนิดที่เป็นเงินบาท ราคาฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ก. ๑ เป็นต้นไป ราคาฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เลขที่ ข. ๑ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ พันธบัตรรายนี้ออกจำหน่ายภายในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นคราว ๆ ตามความต้องการของกระทรวงการคลัง และมีกำหนดเวลาชำระต้นเงินคืนภายใน ๒๐ ปี นับตั้งแต่วันจำหน่ายพันธบัตรครั้งแรกเป็นต้นไป
ข้อ ๔ พันธบัตรรายนี้ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๕ เมื่อได้รับคำเสนอขอซื้อพันธบัตรพร้อมด้วยเงินเต็มตามราคาที่ขอซื้อแล้วธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้
ข้อ ๖ ดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับ ให้คำนวณตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม หรือวันที่ ๓๑ กรกฎาคมต่อไป แล้วแต่กรณี งวดต่อไปให้คำนวณต่อจากวันที่กล่าวนั้นเป็นงวด ๆ งวดละ ๖ เดือน การชำระดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่งให้ชำระในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ และวันที่ ๑ สิงหาคม
ทุกปีตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ถ้าวันที่กล่าวนั้นเป็นวันหยุดทำการให้ชำระในวันเริ่มทำการใหม่
ข้อ ๗ การชำระต้นเงินและดอกเบี้ยของพันธบัตรแต่ละชนิดให้ชำระเป็นเงินตามสกุลเงินตราที่กู้
ข้อ ๘ กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินของพันธบัตรคืนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก่อนกำหนดเวลาชำระต้นเงินคืนก็ได้โดยประกาศให้ผู้ถือพันธบัตรเงินกู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ข้อ ๙ พันธบัตรรายนี้ ผู้ซื้อพันธบัตรหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่ตนซื้อหรือมีกรรมสิทธิ์ไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ และถ้าประสงค์จะถอนการจดบัญชีนั้นหรือจะโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรนั้นเมื่อใดก็ให้ทำได้ การจดบัญชี การถอนการจดบัญชี และการโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร
ให้ทำตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ข้อ ๑๐ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกพันธบัตรรายนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๑ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรรายนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๐๖๒๕ ของจำนวนเงินค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้
ดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินของพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ ๑๒ ในการประกอบธุรกิจทั้งปวงเกี่ยวกับการกู้เงินรายนี้ เศษของหนึ่งสตางค์หรือหนึ่งเซนต์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๖ สุนทร หงส์ลดารมภ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาใช้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของยอดเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๖ นี้ สำนักงบประมาณได้ประมาณยอดเงินที่จะต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลย์ เป็นจำนวน ๑,๙๘๕ ล้านบาท
และในจำนวนนี้มีแผนที่จะกู้จากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นจำนวน ๖๖๐ ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงเพื่อให้การกู้เงินได้สำเร็จลุล่วงไป
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).