กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินตามกฎกระทรวงนี้ เป็นการกู้โดยวิธีออกพันธบัตร เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๘ ครั้งที่ ๑” มีจำนวนไม่เกินหนึ่งพันล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรรายนี้จะชำระต้นเงินคืนภายในสิบห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้กำหนดให้เป็นวันเริ่มจำหน่ายพันธบัตร
ข้อ ๓ พันธบัตรรายนี้เป็นพันธบัตรชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละแปดต่อปี ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตรซึ่งมีชนิดราคาดังต่อไปนี้ ฉบับละ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐๐ บาท
ข้อ ๔ พันธบัตรรายนี้ ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นต้นไปจนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๘
ข้อ ๕ พันธบัตรรายนี้ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๖ เมื่อได้รับคำเสนอขอซื้อพันธบัตรพร้อมด้วยเงินเต็มตามราคาแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้
ข้อ ๗ ดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับ ให้คำนวณตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้จนถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม หรือวันที่ ๑๔ กันยายน ต่อไป แล้วแต่กรณี งวดต่อไปให้คำนวณต่อจากวันที่กล่าวนั้นเป็นงวด ๆ งวดละ ๖ เดือน การชำระดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มชำระในวันที่ ๑๕ มีนาคม และวันที่ ๑๕ กันยายน ทุกปี
ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่
ข้อ ๘ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ที่ออกพันธบัตรนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินแต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๙ การชำระต้นเงินของพันธบัตร ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรพร้อมทั้งบัตรดอกเบี้ยทุกฉบับที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หากบัตรดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระในพันธบัตรฉบับใดขาดจำนวนไป ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักจำนวนเงินตามบัตรดอกเบี้ยที่ขาดในพันธบัตรฉบับนั้นออกจากต้นเงินที่พึงชำระให้แก่ผู้ถือพันธบัตร
ข้อ ๑๐ ผู้ถือพันธบัตรจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร โดยมอบพันธบัตรหรือใบสำคัญชั่วคราวตามข้อ ๖ ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ ในการนี้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยออกใบรับจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ให้ไว้เป็นสำคัญ เมื่อได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรแล้ว
จะถอนการจดบัญชีหรือโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่จดบัญชีไว้ในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้
ข้อ ๑๑ ผู้ที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร มีสิทธิขายคืนพันธบัตรนั้นได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในราคาต้นเงินของพันธบัตรนั้น แต่สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลานับแต่วันที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงสิบสองปี ให้มีอัตราส่วนลดดังต่อไปนี้
ระยะเวลานับแต่วันที่ได้จดบัญชีส่วนลดโดยนับแต่วันจำหน่าย แสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนพันธบัตร ไม่ถึง ๖ เดือนร้อยละ ๘ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๖ เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑ ปีร้อยละ ๕ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๑ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๒ ปีร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๒ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๓ ปีร้อยละ ๔ ต่อปี
ของราคาพันธบัตร ๓ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๔ ปีร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๔ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๓ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๕ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ ปีร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๖ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๒ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๗ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑.๕ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๘
ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ต่อปี ของราคาพันธบัตร ๙ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑๒ ปีร้อยละ ๐.๕ ต่อปี ของราคาพันธบัตร การขายคืนพันธบัตร จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้ พันธบัตรที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินคืนแล้ว
ข้อ ๑๒ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรรายนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๓ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรรายนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตร ในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่จ่าย
และต้นเงินของพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ ๑๔ ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ สุนทร หงส์ลดารมภ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาใช้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของยอดงบประมาณรายจ่ายประจำปี และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๘ นี้ สำนักงบประมาณได้ประมาณยอดเงินที่จะต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลย์ เป็นจำนวน ๑,๘๕๐ ล้านบาท
จึงเป็นการสมควรที่จะดำเนินการกู้เงินโดยวิธีจำหน่ายพันธบัตรโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวง เพื่อให้การกู้เงินได้สำเร็จลุล่วงไป
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).