กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๗ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๐๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง” มีจำนวนไม่เกินสามร้อยล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งร้อยบาท
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ จะถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปีนับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๓ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ในกรณีชำระเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๖ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม และวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน
ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วย ให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๖ แล้วแต่กรณี ในการคำนวณเงินตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวัน และให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ ๘ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๖ มิได้
ข้อ ๙ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ ๑๐ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๑ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ
และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ บุญมา วงศ์สวรรค์ ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ใช้อำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินและตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี
และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกับอีกร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้ สำหรับในวาระแรกนี้สมควรกู้โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง จำนวนไม่เกินสามร้อยล้านบาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).