我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502

ว0033-2B-0029法律・公布 1967-07-24・全 15 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐ ครั้งที่ ๒ โดยวิธีออกพันธบัตรเรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐ ครั้งที่ ๒” มีจำนวนไม่เกินสองร้อยล้านบาท

ข้อ ๒

ข้อ ๒ พันธบัตรรายนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปีนับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔

ข้อ ๓

ข้อ ๓ พันธบัตรรายนี้เป็นพันธบัตรชนิดจ่ายเงินแก่ผู้ถือ มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดต่อปี ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตร มีชนิดราคา ดังต่อไปนี้ ฉบับละ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐๐ บาท

ข้อ ๔

ข้อ ๔ พันธบัตรรายนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐

ข้อ ๕

ข้อ ๕ พันธบัตรรายนี้ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้รับคำเสนอขอซื้อพันธบัตรพร้อมด้วยชำระเงินเต็มตามราคาแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับให้คำนวณตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ และให้เริ่มชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ งวดต่อไปในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม และวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ทุกปี ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก

ข้อ ๙

ข้อ ๙ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตร ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรพร้อมทั้งบัตรดอกเบี้ยทุกฉบับที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หากบัตรดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระในพันธบัตรฉบับใดขาดจำนวนไป ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักจำนวนเงินตามบัตรดอกเบี้ยที่ขาดในพันธบัตรฉบับนั้นออกจากต้นเงินกู้ที่พึงชำระให้แก่ผู้ถือพันธบัตร

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ถือพันธบัตรจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร โดยมอบพันธบัตรหรือใบสำคัญชั่วคราวตามข้อ ๖ ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ ในการนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบรับจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ให้ไว้เป็นสำคัญ เมื่อได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรแล้ว จะถอนการจดบัญชีหรือโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่จดบัญชีไว้ในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรไว้ไม่น้อยกว่าสามปี มีสิทธิขายคืนพันธบัตรได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตรนั้น แต่สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลานับแต่วันที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงสิบปี ให้มีอัตราส่วนลด ดังต่อไปนี้ ระยะเวลานับแต่วันที่ได้จดบัญชีส่วนลดโดยนับแต่วัน แสดงกรรมสิทธิ์จนถึงวันขายคืนจำหน่ายพันธบัตร ๓ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๒ ๕ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๑.๕ ๗ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ๙ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๑๐ ปีร้อยละ ๐.๕ การขายคืนพันธบัตรจะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้ พันธบัตรที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรรายนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรรายนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่จ่าย และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ส. วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ จะกู้ได้ไม่เกิน ๓,๘๔๕ ล้านบาท และในวาระแรกได้กู้มาแล้วในวงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เห็นควรกู้เพิ่มเติมอีก ๒๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นจะเป็นอัตราร้อยละ ๑๑.๔๔ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查