กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดอายุสิบห้าปี” มีจำนวนไม่เกินสามพันห้าร้อยล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งพันบาท
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จำหน่ายให้เฉพาะแก่ผู้ซื้อซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้ว บริษัทจำกัด หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะออกจำหน่ายเป็นคราว ๆ การออกจำหน่ายแต่ละคราวนั้น กระทรวงการคลังจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เริ่มจำหน่ายตามวันที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังตามข้อ ๔ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖
ข้อ ๖ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปี นับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายในประกาศกระทรวงการคลังตามข้อ ๔ พันธบัตรที่ออกจำหน่ายแต่ละคราวเมื่อมีอายุครบแปดปีนับแต่วันที่เริ่มจำหน่าย กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วนให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๗ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนี้แล้ว
ข้อ ๘ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละเก้าต่อปี การกำหนดอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรที่ออกจำหน่ายคราวใด ให้กระทรวงการคลังประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับคราวนั้นในราชกิจจานุเบกษา การชำระดอกเบี้ย
ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวดเป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน ในวันที่ซึ่งจะได้กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงการคลัง ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วย
ให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันก่อนวันกำหนดจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก ในการคำนวณเงินตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวันและให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
ข้อ ๙ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับข้อ ๑๑ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะกระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรตามข้อ ๓ แต่ผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรอาจโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลได้ เพื่อเป็นการวางมัดจำหรือใช้แทนเงินสดแก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลนั้น
การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรตามวรรคหนึ่ง จะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๘ มิได้
ข้อ ๑๑ เมื่อเห็นเป็นการสมควร กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ไว้ก็ได้ พันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้วตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
ข้อ ๑๒ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ ๑๓ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๔ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ
และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ บุญมา วงศ์สวรรค์ ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ใช้อำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินและตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี
และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกับอีกร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อกู้เงินโดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้มาแล้วสามวาระ คือ วาระที่หนึ่ง ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง จำนวนไม่เกินสามร้อยล้านบาท
วาระที่สอง ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด จำนวนไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบล้านบาท และวาระที่สาม ประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดอายุห้าปี จำนวนไม่เกินห้าร้อยล้านบาท
สำหรับในวาระที่สี่นี้สมควรกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดอายุสิบห้าปี จำนวนไม่เกินสามพันห้าร้อยล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สามแล้ว เท่ากับห้าพันแปดร้อยห้าสิบล้านบาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).