กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๒ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด (ครั้งที่ ๒)” มีจำนวนไม่เกินเจ็ดร้อยห้าสิบล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งหมื่นบาท
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จำหน่ายให้เฉพาะแก่ธนาคารออมสิน หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปี นับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๖ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๗ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละแปดต่อปี การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม และวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ทุกปีเป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน
ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วยให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้จนถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๖ แล้วแต่กรณี ในการคำนวณเงินตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวันและให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
ข้อ ๘ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ ๙ ภายใต้บังคับข้อ ๑๐ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะกระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรตามข้อ ๓ และจะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗
มิได้
ข้อ ๑๐ เมื่อเห็นเป็นการสมควร กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ไว้ก็ได้ พันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ให้ถือว่า เป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้วตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
ข้อ ๑๑ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ ๑๒ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๓ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ
และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ ส. วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน และตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี
และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกับอีกร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับคืนต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังได้ออกกระทรวงเพื่อกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้มาแล้วห้าวาระ คือวาระที่หนึ่ง ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง จำนวนไม่เกินสามร้อยล้านบาท วาระที่สอง
ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด จำนวนไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบล้านบาท วาระที่สาม ประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดอายุห้าปี จำนวนไม่เกินห้าร้อยล้านบาท วาระที่สี่ ประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดอายุสิบห้าปี
จำนวนไม่เกินสามพันห้าร้อยล้านบาท และวาระที่ห้า ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง (ครั้งที่ ๒) จำนวนไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาท สำหรับในวาระที่หกนี้ สมควรกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด (ครั้งที่ ๒)
จำนวนไม่เกินเจ็ดร้อยห้าสิบล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม วาระที่สี่ และวาระที่ห้าแล้ว เท่ากับหกพันเจ็ดร้อยห้าสิบล้านบาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).