กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อความทั่วไป
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑ ครั้งที่ ๓ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้สองประเภท เรียกว่า “พันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑ ครั้งที่ ๓” มีจำนวนไม่เกินสองร้อยล้านบาท และ “พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑ ครั้งที่ ๓” มีจำนวนไม่เกินห้าสิบล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทที่ออกจำหน่ายจะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปีนับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๓
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรเงินกู้ฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรเงินกู้ฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภท มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดต่อปี การชำระดอกเบี้ยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ มกราคม และในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน ตลอดเวลาที่พันธบัตรเงินกู้ยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรเงินกู้แต่ละฉบับ
ให้คำนวณตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ได้ จนถึงวันที่ ๑๔ มกราคม หรือวันที่ ๑๔ กรกฎาคม แล้วแต่กรณี
ข้อ ๖ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภททั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๗ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ทั้งสองประเภท และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๘ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ทั้งสองประเภทให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรเงินกู้และการโฆษณาขายพันธบัตรเงินกู้ (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ในอัตราร้อยละ ๐.๓
ของราคาพันธบัตรเงินกู้ที่จำหน่ายได้ดอกเบี้ยที่ชำระ และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ที่ชำระคืน
ข้อ ๙ ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
พันธบัตรลงทุน
ข้อ ๑๐ พันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑ ครั้งที่ ๓ เป็นพันธบัตรเงินกู้ชนิดชำระเงินแก่ผู้ถือ ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตร มีชนิดราคา ดังต่อไปนี้ ฉบับละ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
ข้อ ๑๑ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรลงทุนพร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้วธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบสำคัญชั่วคราวให้ผู้ซื้อยึดถือไว้ก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรก็ได้
ข้อ ๑๒ ผู้ถือพันธบัตรลงทุนจะขอจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร โดยมอบพันธบัตรพร้อมด้วยบัตรดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือใบสำคัญชั่วคราวตามข้อ ๑๑ ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ ในการนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกใบรับจดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ให้ไว้เป็นสำคัญ
เมื่อได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรลงทุนแล้วจะถอนการจดบัญชีหรือโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรที่จดบัญชีไว้ระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๕ มิได้
ข้อ ๑๓ การชำระดอกเบี้ยพันธบัตรลงทุนที่มิได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ ให้ชำระแลกเปลี่ยนกับบัตรดอกเบี้ย สำหรับพันธบัตรลงทุนที่จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ ให้ชำระดอกเบี้ยแก่เจ้าของพันธบัตรที่ได้จดบัญชีแสดงกรรมสิทธิ์ หรือตามคำร้องขอของเจ้าของพันธบัตรนั้น
ข้อ ๑๔ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรลงทุนจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรพร้อมทั้งบัตรดอกเบี้ยทุกฉบับที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หากบัตรดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระในพันธบัตรฉบับใดขาดจำนวนไป
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักจำนวนเงินตามบัตรดอกเบี้ยที่ขาดในพันธบัตรฉบับนั้นออกจากต้นเงินกู้ที่พึงชำระให้แก่ผู้ถือพันธบัตรเพื่อชำระให้แก่ผู้ถือบัตรดอกเบี้ยต่อไป
พันธบัตรออมทรัพย์
ข้อ ๑๕ พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑ ครั้งที่ ๓ เป็นพันธบัตรเงินกู้ชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งร้อยบาท และจำหน่ายให้เฉพาะแก่ผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล
ข้อ ๑๖ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรออมทรัพย์พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรนั้นไว้
ข้อ ๑๗ การชำระดอกเบี้ยพันธบัตรออมทรัพย์ ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรนั้น
ข้อ ๑๘ ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์มีสิทธิขายคืนพันธบัตรนั้นได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตรนั้น แต่สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลานับแต่วันที่จำหน่ายในพันธบัตรจนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงสิบปี ให้มีอัตราส่วนลด ดังต่อไปนี้ ระยะเวลานับแต่วันที่จำหน่ายส่วนลดโดยนับแต่วันที่จำหน่าย
ในพันธบัตรจนถึงวันขายคืนในพันธบัตรจนถึงวันขายคืน ไม่ถึง ๖ เดือนร้อยละ ๗ ต่อปี ๖ เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑ ปีร้อยละ ๕ ต่อปี ๑ ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๒ ปีร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ๒ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๓ ปีร้อยละ ๔ ต่อปี ๓ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๔ ปีร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ๔ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๓ ต่อปี ๕
ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ ปีร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ๖ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๒ ต่อปี ๗ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑.๕ ต่อปี ๘ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ต่อปี ๙ ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑๐ ปีร้อยละ ๐.๕ ต่อปี การขายคืนพันธบัตรออมทรัพย์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๕ มิได้
พันธบัตรออมทรัพย์ที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ข้อ ๑๙ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรออมทรัพย์จะกระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ตามข้อ ๑๕ และจะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๕ มิได้
ข้อ ๒๐ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรออมทรัพย์ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑ ส. วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ จะกู้ได้ไม่เกิน ๔,๒๕๒ ล้านบาท ได้ดำเนินการมาแล้วในวงเงิน ๑,๕๓๗.๔๔ ล้านบาท
เห็นควรกู้เพิ่มเติมอีก ๒๕๐ ล้านบาท เพื่อการใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).