我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2516) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502

ว0033-2B-0041法律・公布 1973-11-08・全 14 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ อาศัยตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๐๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า ”พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด” มีจำนวนไม่เกินสองพันห้าร้อยล้านบาท

ข้อ ๒

ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งหมื่นบาท

ข้อ ๓

ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จำหน่ายให้เฉพาะแก่ธนาคารออมสิน หรือธนาคารแห่งประเทศไทย

ข้อ ๔

ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๖ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗

ข้อ ๕

ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปี นับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก

ข้อ ๖

ข้อ ๖ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว

ข้อ ๗

ข้อ ๗ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละแปดต่อปี การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ มิถุนายน และวันที่ ๑๕ ธันวาคม ทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กันตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วย ให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ แล้วแต่กรณี ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวันและให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ภายใต้บังคับข้อ ๑๐ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะกระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิ์ซื้อพันธบัตรตามข้อ ๓ และจะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวัน ก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗ มิได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อเห็นเป็นการสมควร กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ไว้ก็ได้ พันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว ตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๖ บุญมา วงศ์สวรรค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินและตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกับอีกร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง จำนวนไม่เกินสี่ร้อยล้านบาทมาแล้ว สำหรับในวาระที่สองนี้ สมควรกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด จำนวนไม่เกินสองพันห้าร้อยล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระแรกแล้วเท่ากับสองพันเก้าร้อยล้านบาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查