กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปดครึ่ง” มีจำนวนไม่เกินสองร้อยล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งร้อยบาท
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบห้าปี นับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๓ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับฉลาก
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๖ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละแปดครึ่งต่อปี การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑๕ มิถุนายน และวันที่ ๑๕ ธันวาคม ทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ
กันตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วยให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้ จนถึงวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ หรือวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ แล้วแต่กรณี ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวันและ ให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้พร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ ๘ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๖ มิได้
ข้อ ๙ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ ๑๐ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๑ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราไม่เกินร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ
และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗ บุญมา วงศ์สวรรค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน และตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
กับอีกร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้มาแล้วสามวาระ คือ วาระที่หนึ่ง ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง จำนวนไม่เกินสี่ร้อยล้านบาท วาระที่สอง
ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปด จำนวนไม่เกินสองพันห้าร้อยล้านบาท และวาระที่สาม ประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ชนิดอายุสิบห้าปี จำนวนไม่เกินสามพันล้านบาท สำหรับในวาระที่สี่นี้ สมควรกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๗
ชนิดดอกเบี้ยร้อยละแปดครึ่ง จำนวนไม่เกินสองร้อยล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สามแล้ว เท่ากับหกพันหนึ่งร้อยล้านบาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).