กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๑๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้สองประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑” และ “พันธบัตรออมทรัพย์สะสมทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑” มีจำนวนทั้งสองประเภทรวมกันไม่เกินสองร้อยล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้แต่ประเภทเป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน ออกจำหน่ายตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งร้อยบาท
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทจำหน่ายให้เฉพาะแก่ผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทให้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๖ พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวด คือ ในวันที่ ๑ มีนาคม และวันที่ ๑ กันยายน ทุกปี
เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวดแรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วย ให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกัน ตั้งแต่วันที่จำหน่ายพันธบัตรได้จนถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ หรือวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๔ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๗ พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ ที่ออกจำหน่ายจะชำระต้นเงินกู้คืนภายในสิบปีนับแต่วันให้เริ่มจำหน่ายตามข้อ ๔ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีชำระต้นเงินกู้แต่บางส่วน ให้กระทำโดยวิธีจับสลาก
ข้อ ๘ พันธบัตรออมทรัพย์สะสมทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ จะชำระต้นเงินกู้คืนตามราคาที่ตราไว้เมื่อครบเก้าปีนับแต่วันที่จำหน่าย พร้อมกับดอกเบี้ยอีกจำนวนหนึ่งเป็นจำนวนเท่ากับต้นเงินกู้ของพันธบัตรนั้น
ข้อ ๙ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภทพร้อมด้วยได้รับชำระเงินตามราคาพันธบัตรแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ ๑๐ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภท จะกระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรตามข้อ ๓ และจะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑
จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๖ มิได้
ข้อ ๑๑ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้แต่ละประเภท จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ ๑๒ ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ ซึ่งมิได้จดทะเบียนจำนำ มีสิทธิขายคืนพันธบัตรนั้นได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามราคาที่ตราไว้ในพันธบัตรนั้น แต่สำหรับพันธบัตรที่มีระยะเวลานับแต่วันที่จำหน่ายในพันธบัตรจนถึงวันขายคืนยังไม่ถึงเก้าปี ให้มีอัตราส่วนลด ดังต่อไปนี้
ระยะเวลานับแต่วันที่จำหน่ายส่วนลดโดยนับแต่วันที่จำหน่าย ในพันธบัตรจนถึงวันขายคืนในพันธบัตรจนถึงวันขายคืน ไม่ถึง ๖ เดือนร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ๖ เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑ ปีร้อยละ ๕ ต่อปี ๑ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๒ ปีร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ๒ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๓ ปีร้อยละ ๔ ต่อปี ๓ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๔ ปีร้อยละ ๓.๕
ต่อปี ๔ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๕ ปีร้อยละ ๓ ต่อปี ๕ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ ปีร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ๖ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ ปีร้อยละ ๒ ต่อปี ๗ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ ปีร้อยละ ๑.๕ ต่อปี ๘ ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๙ ปีร้อยละ ๑ ต่อปี การขายคืนพันธบัตรจะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๖ มิได้
พันธบัตรออมทรัพย์ที่ขายคืนตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ข้อ ๑๓ ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์สะสมทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ ไม่มีสิทธิขายคืนพันธบัตรนั้นก่อนครบกำหนดชำระต้นเงินกู้คืน
ข้อ ๑๔ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ทั้งสองประเภท และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๕ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ทั้งสองประเภทให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร (๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ
และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ ๑๖ การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ยหรือส่วนลด ถ้ามีเศษของงวดหรือเศษของปี ให้คำนวณตามจำนวนวัน และให้ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ส. วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้ขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ซึ่งให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐
ของจำนวนเงินงบประมาณรายจ่ายและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ จะกู้ได้ไม่เกิน ๕,๔๕๙.๙๘ ล้านบาท กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงขึ้นเพื่อกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรเงินกู้ทั่วไปในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ จำนวนไม่เกินหนึ่งพันล้านบาท
และประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ จำนวนไม่เกินสองพันล้านบาท มาแล้ว ในวาระที่สามเห็นควรกู้สองร้อยล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระแรก และวาระที่สองแล้ว เท่ากับร้อยละ ๑๑.๗๒ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้สองประเภท คือ พันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓
ครั้งที่ ๑ และพันธบัตรออมทรัพย์สะสมทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ ทั้งสองประเภทรวมกันจำนวนไม่เกินสองร้อยล้านบาท
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).