กฎกระทรวง กำหนดลักษณะภาระและจำนวนเงินค่าทดแทน ภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บนหรือเหนือพื้นดินหรือพื้นน้ำในกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “สิ่งก่อสร้าง” หมายความว่า เสา เสาเข็ม ตอม่อ โครงสร้างทางวิ่งรถขนส่งมวลชน สถานีรถขนส่งมวลชน ที่จอดรถขนส่งมวลชน ศูนย์ซ่อมบำรุง โรงเก็บของการเดินรถขนส่งมวลชน สถานที่จอดยานพาหนะของผู้โดยสาร ทางขึ้นลงสถานี ปล่องทางออกฉุกเฉิน หรืออาคารและอุปกรณ์ของระบบขนส่งมวลชน “เจ้าของ”
หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ “ค่ามัธยฐาน” หมายความว่า ค่าของข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของข้อมูลทั้งหมด เมื่อนำข้อมูลมาเรียงลำดับจากมากไปน้อยหรือจากน้อยไปมาก “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๒๕
ข้อ ๒ การสร้างสิ่งก่อสร้างบนหรือเหนือพื้นดินหรือพื้นน้ำเพื่อดำเนินกิจการขนส่งมวลชน ที่มีลักษณะครบตามที่กำหนดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าก่อให้เกิดภาระแก่เจ้าของน้อยจนถือได้ว่าไม่ทำให้การใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าของต้องลดน้อยลง และไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ (๑)
พื้นดินหรือพื้นน้ำที่หน่วยงานใช้ประโยชน์นั้นมีข้อห้ามหรือข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยชอบตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือกฎหมายอื่นใดที่มีข้อห้ามหรือมีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ในวันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ มีผลใช้บังคับ
และภาระที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีลักษณะตามที่มีข้อห้ามหรือข้อจำกัดอยู่แล้ว (๒) สิ่งก่อสร้างของหน่วยงานที่ยกระดับพาดผ่านพื้นดินหรือพื้นน้ำตาม (๑) สูงจากระดับพื้นดินหรือพื้นน้ำมากกว่า ๑๓ เมตร และสูงกว่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกสร้างบนพื้นดินหรือพื้นน้ำนั้นมากกว่า ๕.๕๐ เมตร
โดยสิ่งก่อสร้างนั้นจะต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดปลูกสร้างลงในพื้นดินหรือพื้นน้ำนั้น และ (๓) สิ่งก่อสร้างตาม (๒) ต้องไม่กระทบสิทธิที่เจ้าของพึงมีโดยปกติสุขและชอบด้วยกฎหมายในการใช้สอยพื้นดินหรือพื้นน้ำในวันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๓ ในการพิจารณาว่าที่ดินใดมีภาระที่เกิดแก่อสังหาริมทรัพย์จนอาจถือได้ว่าทำให้ไม่อาจใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ ให้พิจารณาว่าที่ดินนั้นมีลักษณะตามข้อ ๒ (๑) (๒) และ (๓) หรือไม่ หากไม่มีลักษณะดังกล่าวอย่างหนึ่งอย่างใด
ให้ถือว่าภาระที่เกิดแก่อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีผลทำให้เจ้าของไม่อาจใช้สอยที่ดินได้ตามปกติ ให้หน่วยงานที่ดำเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ เว้นแต่เจ้าของจะร้องขอต่อหน่วยงานที่ดำเนินการให้จัดซื้อหรือเวนคืนที่ดิน
ในกรณีนี้ให้หน่วยงานที่ดำเนินการพิจารณาจัดซื้อหรือเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
ข้อ ๔ การกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บนหรือเหนือพื้นดินหรือพื้นน้ำ ให้คณะกรรมการคำนึงถึงลักษณะ และความมากหรือน้อยของข้อจำกัดสิทธิอันเป็นภาระในอสังหาริมทรัพย์อันพึงมีขึ้นแก่อสังหาริมทรัพย์ และหลักเกณฑ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ประกอบกัน (๑) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดิน (๒)
ราคาประเมินที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ (๓) ขนาด ที่ตั้ง สภาพและลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (๔) สภาพการใช้ที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินนั้น (๕) สภาพและลักษณะของภาระอันพึงมีขึ้นแก่ที่ดินนั้นเนื่องจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเข้าใช้ที่ดิน (๖)
ผลประโยชน์หรือความเสียหายที่เจ้าของที่ดินได้รับจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเข้าใช้ที่ดินในขณะนั้น
ข้อ ๕ ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินตามข้อ ๔ (๑) ให้คณะกรรมการพิจารณาจากราคาซื้อขายที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ หรือที่ดินในบริเวณใกล้เคียงที่จดทะเบียนไว้กับสำนักงานที่ดินในวันที่คณะกรรมการมีมติกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์
ในกรณีที่ไม่มีการซื้อขายที่ดินในวันดังกล่าว หรือมีแต่คณะกรรมการเห็นว่า ราคาซื้อขายที่ดินดังกล่าวมิใช่ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดิน ให้ใช้ราคาซื้อขายที่ดินก่อนวันนั้นได้ โดยย้อนหลังไม่เกินสองปี แล้วนำราคาซื้อขายทั้งหมดดังกล่าวมาหาค่ามัธยฐาน
เพื่อให้ได้ราคาใกล้เคียงกับราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่ดินในบริเวณใกล้เคียงตามวรรคหนึ่ง หมายถึง ที่ดินที่มีที่ตั้ง สภาพ
ทำเลและการใช้ประโยชน์ในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกับที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในรัศมีไม่เกินสองกิโลเมตรจากที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์
ข้อ ๖ ราคาประเมินที่ดินตามข้อ ๔ (๒) ให้คณะกรรมการพิจารณาจากราคาประเมินที่ดินที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่คณะกรรมการมีมติกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์
ข้อ ๗ การพิจารณาขนาด ที่ตั้ง สภาพและลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามข้อ ๔ (๓) และสภาพการใช้ที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินตามข้อ ๔ (๔) ให้คณะกรรมการคำนึงถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) การเข้าออกสู่ทางสาธารณะ (๒) ข้อห้ามหรือข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยชอบตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือกฎหมายอื่นใดที่มีข้อห้ามหรือมีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (๓) ความผิดปกติของสภาพที่ดินไม่ว่าจะเป็นการถมหรือการขุดสระ หนองน้ำ หลุม หรือบ่อ หรือสภาพอื่นใดอันทำให้ที่ดินนั้นด้อยค่า (๔) จำนวนเนื้อที่ รูปแปลง และขนาดของที่ดิน (๕) ภาระผูกพันเหนือที่ดิน ในการพิจารณาตาม
(๑) หรือ (๔) ถ้าเป็นที่ดินหลายแปลงและเป็นของเจ้าของเดียวกันหรือเป็นของสามีหรือภริยาอยู่ชิดติดเป็นผืนเดียวกัน ให้ถือเสมือนเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ในกรณีที่ที่ตั้งและสภาพของที่ดินเป็นผลทำให้ราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นหรือต่ำลง
ให้คณะกรรมการนำที่ตั้งและสภาพของที่ดินนั้นมาพิจารณาประกอบการกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ด้วย
ข้อ ๘ การพิจารณาสภาพและลักษณะของภาระอันพึงมีขึ้นแก่ที่ดินตามข้อ ๔ (๕) ให้คณะกรรมการพิจารณาจากจำนวนเนื้อที่ รูปแปลง และขนาดของที่ดิน ในส่วนที่ปลอดจากภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบการงานอันชอบด้วยกฎหมายด้วย
ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) นำราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินตามข้อ ๕ และราคาประเมินที่ดินตามข้อ ๖ มาพิจารณาหาราคาโดยเฉลี่ยของที่ดิน
และให้ถือเอาราคาโดยเฉลี่ยดังกล่าวเป็นฐานในการกำหนดราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่ราคาโดยเฉลี่ยดังกล่าวต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติ ให้ใช้ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินเป็นฐานในการพิจารณาราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ (๒) นำขนาด ที่ตั้ง
สภาพและลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และสภาพการใช้ที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินตามข้อ ๗ มาพิจารณากำหนดราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ (๓) ในกรณีที่มีเหตุอันจะต้องเพิ่มราคาที่ดิน เพราะสภาพและลักษณะของภาระอันพึงมีขึ้นแก่ที่ดินตามข้อ ๘
และผลประโยชน์หรือความเสียหายที่เจ้าของที่ดินได้รับจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเข้าใช้ที่ดินในขณะนั้นตามข้อ ๔ (๖) ให้เพิ่มขึ้นได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของราคาตาม (๒) ในกรณีที่ดินแปลงเดียวกันมีทั้งส่วนที่จะต้องเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
และส่วนที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ หากมีการกำหนดเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินส่วนที่จะต้องเวนคืนแล้ว ให้คณะกรรมการนำการกำหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าวมาประกอบการพิจารณากำหนดราคาที่ดินส่วนที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ด้วย ในการพิจารณาตามวรรคสอง
ถ้าเป็นที่ดินหลายแปลงและเป็นของเจ้าของเดียวกันหรือเป็นของสามีหรือภริยาอยู่ชิดติดเป็นผืนเดียวกัน ให้ถือเสมือนเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน
ข้อ ๑๐ เมื่อทราบราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ ๙ แล้ว ให้กำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ในอัตราร้อยละเจ็ดสิบห้าของราคาที่ดินนั้น
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่การกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ทำให้ต้องแก้ไขปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ หรือทำให้เจ้าของต้องหยุดกิจกรรมใด ๆ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าว หรือต้องย้ายออกจากอสังหาริมทรัพย์ในระหว่างการแก้ไขปรับปรุง
ให้คณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเฉพาะที่ได้เสียหายจริง โดยเหตุที่ต้องมีการแก้ไขปรับปรุงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือสูญเสียรายได้หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือความเสียหายอื่นใดระหว่างหยุดกิจกรรมชั่วคราว หรือต้องขนย้ายทรัพย์สินออกจากอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการแก้ไขปรับปรุง
การขอรับเงินค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าของแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่หน่วยงานกำหนด
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องก่อให้เกิดภาระในอสังหาริมทรัพย์เป็นการชั่วคราว เพื่อเตรียมก่อสร้าง หรือดำเนินการสร้าง ขยาย ปรับปรุง หรือบำรุงรักษากิจการขนส่งมวลชน ให้คณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์โดยคำนึงถึงอัตราค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น
หรืออัตราค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง และในการจดทะเบียนกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้กำหนดระยะเวลาของภาระในอสังหาริมทรัพย์นั้นไว้ตามมาตรา ๑๗ ด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๗ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐
บัญญัติให้การกำหนดหลักเกณฑ์การวินิจฉัยว่าภาระที่เกิดขึ้นแก่อสังหาริมทรัพย์ลักษณะใดที่ถือว่าไม่ทำให้การใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ต้องลดน้อยลง และลักษณะใดที่อาจถือได้ว่าทำให้ไม่อาจใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ
รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนกรณีที่มีการกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บนหรือเหนือพื้นดินหรือพื้นน้ำ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).