กฎกระทรวง การขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ และการเรียกคืนเงินค่าทดแทนจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ภาระในอสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า ภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน “เจ้าของ” หมายความว่า
เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนเพื่อกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน “คำขอ” หมายความว่า คำขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์
ข้อ ๒ การยื่นคำขอ การแจ้ง การยื่นเอกสารหรือหลักฐาน หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ดำเนินการ ณ
ที่ทำการของหน่วยงานที่ดำเนินการ
ข้อ ๓ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ (๑) เจ้าของ ในกรณีที่มีเจ้าของหลายคน เจ้าของคนใดคนหนึ่งจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ได้
เมื่อมีหลักฐานแสดงได้ว่าเจ้าของคนอื่นรับทราบการขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์หรือได้ร่วมขอให้จดทะเบียนเลิกภาระนั้นด้วย (๒) ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของเจ้าของ ในกรณีที่มีทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกหลายคน ทายาทคนใดคนหนึ่งจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ได้
แต่ในกรณีที่มีเจ้าของหลายคนและเจ้าของคนใดคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกนั้นจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ได้ เมื่อมีหลักฐานแสดงได้ว่าเจ้าของที่ยังมีชีวิตอยู่รับทราบการขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์หรือได้ร่วมขอให้จดทะเบียนเลิกภาระนั้นด้วย
ข้อ ๔ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งประสงค์จะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอ ทั้งนี้ คำขอให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่คำขอ เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ
หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนในคราวเดียวกันภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในกรณีที่การยื่นคำขอมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอโดยพลัน ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
พร้อมส่งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานคืนให้แก่ผู้ยื่นคำขอ
ข้อ ๖ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วน และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พิจารณาเสร็จ
ข้อ ๗ เมื่อได้รับแจ้งผลการพิจารณาตามข้อ ๖ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งยื่นคำขอต้องคืนเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยงานที่ดำเนินการ รวมทั้งเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นพร้อมดอกเบี้ยตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม เมื่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินทราบเพื่อดำเนินการจดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคืนเงินค่าทดแทน และเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นพร้อมดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่งครบถ้วน
การจดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินในเรื่องนี้ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หากมิได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ภายในสิบปี
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ และหน่วยงานที่ดำเนินการมีสิทธิเรียกคืนเงินค่าทดแทนจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).