กฎกระทรวง ว่าด้วยการครอบครองและให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม เพื่อการสืบสวนความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ขออนุญาต” หมายความว่า เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด “ผู้มีอำนาจอนุญาต” หมายความว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒ การปฏิบัติทุกขั้นตอนตามกฎกระทรวงนี้เป็นเรื่องลับ
ข้อ ๓ ผู้ขออนุญาตครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมตามกฎกระทรวงนี้ต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหาร ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการขึ้นไป หรือตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสขึ้นไป หรือข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไป
หรือข้าราชการทหารตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับกองร้อยหรือเทียบเท่าขึ้นไป
ข้อ ๔ ให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการขออนุญาตครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมโดยทำเป็นหนังสือต่อผู้มีอำนาจอนุญาต และระบุเหตุผล ความจำเป็น และแผนการหรือวิธีการ รวมทั้งระยะเวลาในการดำเนินการและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้
ในกรณีที่เป็นการนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้ระบุวิธีการนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดนั้นด้วย และให้แนบเอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) การขออนุญาตครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมโดยการนำเข้าเพื่อการส่งต่อในราชอาณาจักร
ให้แนบหนังสือจากหน่วยงานของรัฐของประเทศต้นทางที่แสดงความร่วมมือในการนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (๒) การขออนุญาตครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมโดยการส่งออกเพื่อการส่งต่อนอกราชอาณาจักร
ให้แนบหนังสือจากหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางที่แสดงความจำนงหรือยินยอมให้ส่งยาเสพติดออกไปยังประเทศนั้นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หนังสือขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกำหนด
ข้อ ๕ ผู้ขออนุญาตต้องได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชา แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ขออนุญาตเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนต้องได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักหรือเทียบเท่าขึ้นไป (๒)
ผู้ขออนุญาตเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นข้าราชการทหารต้องได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าขึ้นไป (๓) ผู้ขออนุญาตเป็นพนักงานฝ่ายปกครองต้องได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่นายอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไป (๔)
ผู้ขออนุญาตเป็นข้าราชการตำรวจต้องได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป
ข้อ ๖ ผู้มีอำนาจอนุญาตจะพิจารณาอนุญาตการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมได้ เมื่อปรากฏว่าเป็นกรณีเพื่อการสืบสวนความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในฐานผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติด หรือสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือพยายามกระทำความผิดดังกล่าว
เฉพาะยาเสพติด ดังต่อไปนี้ (๑) ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ (๒) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (๓)
ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ประเภทอื่นตามที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเห็นสมควรกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๗ การพิจารณาอนุญาตตามข้อ ๖ ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาเหตุจำเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดรายสำคัญหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดดังกล่าวตามสมควร (๒)
การสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยวิธีอื่นกระทำได้ยาก หรืออาจเกิดภยันตรายหรือความเสียหายในการปฏิบัติหน้าที่ หรือ (๓) เพื่อประโยชน์ในการขยายผลการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่อยู่เบื้องหลัง
ข้อ ๘ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจอนุญาตการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมกรณีผู้ขออนุญาตอยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจอนุญาตการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมกรณีผู้ขออนุญาตอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือในสังกัดหน่วยงานอื่น
ข้อ ๙ ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตให้แล้วเสร็จและแจ้งคำสั่งไปยังผู้ขออนุญาตโดยเร็ว ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้ส่งหนังสืออนุญาตไปด้วย หนังสืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกำหนด
ข้อ ๑๐ การนำยาเสพติดมาเพื่อครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมตามที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่ยาเสพติดอยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนหรืออยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของผู้ชำนาญการพิเศษตามมาตรา ๑๑
ให้ผู้ได้รับอนุญาตแสดงหนังสืออนุญาตและมอบสำเนาหนังสืออนุญาตแก่พนักงานสอบสวนหรือผู้ชำนาญการพิเศษ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ การนำยาเสพติดมาเพื่อครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุมนั้น
ต้องมีปริมาณยาเสพติดเหลือไว้ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) กรณีที่ยาเสพติดถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุขแล้วก่อนฟ้องคดีต่อศาล ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ได้รับอนุญาตตามข้อ ๕
มีหนังสือจากหน่วยงานในสังกัดของตนพร้อมทั้งทำสำเนาหนังสืออนุญาตถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอรับของกลางยาเสพติดที่เก็บรักษาไว้ไปดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตโดยเร็ว ในการส่งมอบยาเสพติดตามวรรคหนึ่งแก่ผู้ได้รับอนุญาต
ให้ผู้มีหน้าที่ส่งมอบจัดทำเอกสารหรือหลักฐานในการส่งมอบเพื่อประโยชน์ในการควบคุมและตรวจสอบ
ข้อ ๑๑ ให้ผู้ได้รับอนุญาตบันทึกรายละเอียดและถ่ายภาพยาเสพติดหรือวัสดุห่อหุ้มยาเสพติดที่ได้ครอบครองหรือให้มีการครอบครองภายใต้การควบคุมในโอกาสแรกที่สามารถจะทำได้ ในกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ให้บันทึกเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการได้และรายงานผู้บังคับบัญชาตามข้อ ๕
ข้อ ๑๒ ในการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม หากจำเป็นต้องมีการจัดทำเอกสารหรือหลักฐานประกอบการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตมีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความร่วมมือในการจัดทำเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าว
และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือดำเนินการจัดทำเอกสารหรือหลักฐานแก่ผู้ได้รับอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่ได้มาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ได้รับอนุญาตนำไปใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่เป็นการนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดเพื่อการส่งต่อในหรือนอกราชอาณาจักร ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ได้รับอนุญาตตามข้อ ๕ มีหนังสือจากหน่วยงานในสังกัดของตนพร้อมทั้งทำสำเนาหนังสืออนุญาตถึงอธิบดีกรมศุลกากร เพื่อขออำนวยความสะดวกในการนำเข้าหรือส่งออกดังกล่าว
ข้อ ๑๔ ในการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม หากผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตจะต้องถูกตรวจสอบหรือตรวจค้นโดยผู้ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบหรือตรวจค้น ให้ผู้ได้รับอนุญาตประสานงานล่วงหน้าไปยังหน่วยงานของผู้ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบหรือตรวจค้น
เพื่อขออำนวยความสะดวกในการดำเนินการ กรณีที่ไม่ได้มีการประสานงานตามวรรคหนึ่ง และมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแสดงหลักฐานเพื่อการตรวจสอบหรือตรวจค้น ให้ผู้ได้รับอนุญาตแสดงหนังสืออนุญาต
ข้อ ๑๕ ให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้ได้รับอนุญาตอาจทำหนังสือเพื่อขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมระยะเวลาหรือรายการที่ได้รับอนุญาตต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนการดำเนินการเสร็จสิ้น
หนังสือขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมระยะเวลาหรือรายการที่ได้รับอนุญาตตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกำหนด
ข้อ ๑๖ ในการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม หากมียาเสพติดเหลือจากการดำเนินการ ให้ผู้ได้รับอนุญาตทำบันทึกส่งคืนแก่พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือกระทรวงสาธารณสุข แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๗ ในกรณียาเสพติดเสียหาย สูญหาย หรือถูกทำลาย ให้ผู้ได้รับอนุญาตรายงานเป็นหนังสือต่อผู้มีอำนาจอนุญาตภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ทราบถึงการเสียหาย สูญหาย หรือถูกทำลาย และแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือกระทรวงสาธารณสุข เพื่อทราบ แล้วแต่กรณี รายงานตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกำหนด
ข้อ ๑๘ เมื่อการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตเสร็จสิ้น ให้ผู้ได้รับอนุญาตรายงานผลการดำเนินการต่อผู้มีอำนาจอนุญาตภายในสามวันนับแต่วันที่การดำเนินการเสร็จสิ้น หากการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตมีการส่งยาเสพติดออกไปนอกราชอาณาจักร เมื่อได้รับรายงานผลการดำเนินการจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทาง
ให้ผู้ได้รับอนุญาตรายงานผลการดำเนินการต่อผู้มีอำนาจอนุญาตโดยเร็ว รายงานผลการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกำหนด
ข้อ ๑๙ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแต่งตั้งนายทะเบียนเพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำระบบข้อมูลเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต และการรายงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ (๒) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ (๓) รวบรวมและจัดเก็บเอกสารและหลักฐานการขออนุญาต การอนุญาต และการรายงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการควบคุมและตรวจสอบ (๔)
จัดทำรายงานผลการดำเนินการประจำปีเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แล้วแต่กรณี โดยให้รายงานข้อเท็จจริง ปัญหา อุปสรรค ปริมาณ และผลสำเร็จของการดำเนินการ (๕) เสนอความเห็นต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
แล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการครอบครองหรือให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม (๖) ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให้การขออนุญาต การอนุญาต การครอบครอง และระยะเวลาในการครอบครองหรือการให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม
รวมทั้งการควบคุมและตรวจสอบการครอบครองและการให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม เพื่อการสืบสวนความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).