พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอน้ำพอง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโนนสะอาด อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่
ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงขอนแก่น - หนองคาย พ.ศ. ๒๕๖๘
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมืองขอนแก่น ตำบลม่วงหวาน ตำบลหนองกุง ตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง ตำบลเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง
จังหวัดขอนแก่น ตำบลทมนางาม ตำบลโคกกลาง อำเภอโนนสะอาด ตำบลห้วยเกิ้ง ตำบลผาสุก อำเภอกุมภวาปี ตำบลห้วยสามพาด อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ตำบลโนนสูง ตำบลหนองไผ่ ตำบลหมูม่น ตำบลนากว้าง ตำบลกุดสระ ตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองอุดรธานี ตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และตำบลสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย
เพื่อสร้างทางรถไฟ เครื่องประกอบทางรถไฟ ทาง และสิ่งจำเป็นอื่นตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงขอนแก่น - หนองคาย และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๓๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๐
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอน้ำพอง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโนนสะอาด อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย
เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงขอนแก่น - หนองคาย พ.ศ. ๒๕๖๘”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสร้างทางรถไฟ เครื่องประกอบทางรถไฟ ทาง และสิ่งจำเป็นอื่นตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงขอนแก่น - หนองคาย และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน
มาตรา ๔ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี
มาตรา ๕ เขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมืองขอนแก่น ตำบลม่วงหวาน ตำบลหนองกุง ตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง ตำบลเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ตำบลทมนางาม ตำบลโคกกลาง อำเภอโนนสะอาด ตำบลห้วยเกิ้ง ตำบลผาสุก อำเภอกุมภวาปี ตำบลห้วยสามพาด
อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ตำบลโนนสูง ตำบลหนองไผ่ ตำบลหมูม่น ตำบลนากว้าง ตำบลกุดสระ ตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองอุดรธานี ตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และตำบลสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย มีส่วนแคบที่สุดหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร และส่วนกว้างที่สุดสองร้อยห้าสิบเมตร ทั้งนี้
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖ ให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสร้างทางรถไฟ เครื่องประกอบทางรถไฟ ทาง และสิ่งจำเป็นอื่นตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงขอนแก่น - หนองคาย ในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมืองขอนแก่น ตำบลม่วงหวาน ตำบลหนองกุง
ตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง ตำบลเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ตำบลทมนางาม ตำบลโคกกลาง อำเภอโนนสะอาด ตำบลห้วยเกิ้ง ตำบลผาสุก อำเภอกุมภวาปี ตำบลห้วยสามพาด อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ตำบลโนนสูง ตำบลหนองไผ่ ตำบลหมูม่น ตำบลนากว้าง ตำบลกุดสระ ตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองอุดรธานี ตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ
จังหวัดอุดรธานี และตำบลสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน สมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).