พระราชกฤษฎีกา กำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรี พ.ศ. ๒๕๖๗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรีเพื่อการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรี พ.ศ. ๒๕๖๗”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรี ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป และให้มีเขตอำนาจตลอดท้องที่ของเขตคลองสามวา เขตคันนายาว เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตลาดพร้าวเฉพาะแขวงจรเข้บัว เขตสะพานสูง
เขตสายไหมเฉพาะแขวงสายไหมและแขวงออเงิน และเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เมื่อเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรีแล้ว ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีเขตอำนาจตลอดกรุงเทพมหานคร นอกจากท้องที่ตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๔ ในระหว่างที่ยังมิได้เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรี ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีเขตอำนาจตลอดถึงท้องที่ตามมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ด้วย
มาตรา ๕ บรรดาคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเคยมีเขตอำนาจในท้องที่ตามมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง และยังคงค้างการพิจารณาพิพากษาอยู่ก่อนวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรี ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปจนเสร็จ
แต่ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเห็นสมควร จะโอนคดีนั้นไปให้แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรีพิจารณาพิพากษาก็ได้
มาตรา ๖ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นในการบริหารจัดการคดีของศาลเยาวชนและครอบครัวให้มีประสิทธิภาพ และเพื่ออำนวยความยุติธรรมและความสะดวกให้แก่ประชาชนในท้องที่ของเขตคลองสามวา เขตคันนายาว เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง
เขตลาดพร้าวเฉพาะแขวงจรเข้บัว เขตสะพานสูง เขตสายไหมเฉพาะแขวงสายไหมและแขวงออเงิน และเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร และโดยที่มาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ บัญญัติว่า ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใดที่มีศาลจังหวัดมากกว่าหนึ่งศาล
หากมีความจำเป็นจะเปิดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดที่ยังมิได้มีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวนั้นอีกก็ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).