กฎกระทรวง การอนุญาตดำเนินการหรือจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ และมาตรา ๕๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาตดำเนินการ” หมายความว่า ใบอนุญาตให้ส่วนราชการดำเนินการสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน “ใบอนุญาตจัดตั้ง” หมายความว่า
ใบอนุญาตให้เอกชนจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน “ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม
ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมอบหมายให้ปฏิบัติการตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒ ส่วนราชการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตดำเนินการต้องมีหน้าที่และอำนาจในการจัดการศึกษา การฝึกอบรม หรือการให้คำปรึกษาแนะนำทางจิต หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู การพัฒนาพฤตินิสัย การให้คำปรึกษาแนะนำ การสงเคราะห์หรือการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี
พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) หนังสือมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับมอบหมายให้ยื่นคำขอ (๒) โครงสร้างการบริหารงานและบุคลากรของสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต
โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานที่ดังกล่าว (๓) แผนการดำเนินงานของสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีสถานศึกษา ต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จุดมุ่งหมาย วิธีการ และระยะเวลาของการศึกษา
รวมทั้งการวัดและประเมินผล โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาพฤตินิสัยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนแต่ละราย (ข) กรณีสถานฝึกและอบรม ต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จุดมุ่งหมาย วิธีการ และแนวทางการดูแล การแก้ไขบำบัดฟื้นฟู การพัฒนาพฤตินิสัย และการฝึกอบรมในด้านต่าง
ๆ (ค) กรณีสถานแนะนำทางจิต ต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง แนวทางการดำเนินการดูแลหรือให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความจำเป็นของเด็กและเยาวชนแต่ละราย (๔) ชื่อ ที่อยู่ และแผนที่แสดงที่ตั้งและสภาพแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง (๕) ลักษณะอาคาร แบบแปลน
หรือแผนผังภายในอาคารและสถานที่ที่จะขอรับใบอนุญาตดำเนินการ พร้อมแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สอยอาคารและพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร (๖) ระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต ซึ่งกำหนดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กและเยาวชน (๗) จำนวนของเด็กและเยาวชนที่สถานศึกษา
สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตสามารถรองรับได้ (๘) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (๑) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น
ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้อธิบดีและผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๔ ในการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต หรือเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้
ข้อ ๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและความเห็นเสนอต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบและความเห็นตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต
ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต และให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ข้อ ๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้อง (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับด้านสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (๓)
ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต (๔) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี (๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หรือคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต (๗) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตตามกฎกระทรวงนี้ หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคลนั้นต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งด้วย
ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งต้องยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีบุคคลธรรมดา (ก) เลขประจำตัวประชาชน (ข) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษา (ค) หนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต
กรณีเป็นผู้มีประสบการณ์ตามข้อ ๖ (๒) (ง) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (๒) กรณีนิติบุคคล (ก) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (ข) หนังสือแสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้แทนนิติบุคคลโดยระบุเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลดังกล่าวซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น
และในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคลที่มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น (๓) ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ตามข้อ ๒ (๒) ถึง (๗) (๔)
หลักฐานแสดงสิทธิครอบครองในสถานที่และอาคารที่จะขออนุญาตจัดตั้ง ในกรณีที่สถานที่หรืออาคารเป็นของผู้อื่น ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่หรืออาคารได้ไม่น้อยกว่าสิบปีจากเจ้าของสถานที่หรืออาคารดังกล่าว (๕) กรณียื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา
ต้องแนบใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน คำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานแนะนำทางจิต ต้องแนบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล (๖) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (๑) (ก) หรือ (๒) (ก) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๘ ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งและการพิจารณาออกใบอนุญาตจัดตั้งด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๙ ในกรณีที่ใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตจัดตั้งสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตจัดตั้งยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาต การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ไม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผู้รับใบอนุญาตตามที่ได้รับอนุญาต การแก้ไขระเบียบหรือข้อบังคับ หรือการแก้ไขรายการอื่นใดในสาระสำคัญที่กระทบต่อรูปแบบหรือการดำเนินงานที่ได้รับใบอนุญาต การอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้กระทำโดยวิธีสลักหลังใบอนุญาตหรือออกใบอนุญาตให้ใหม่ ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕
มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตและการอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่า (๑) ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการไม่มีลักษณะตามข้อ ๒ หรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งหรือผู้แทนนิติบุคคล ไม่มีลักษณะตามข้อ ๖ (๒)
ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับผู้รับใบอนุญาตซึ่งออกตามมาตรา ๕๖ ในกรณีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม (๒) ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีเพิกถอนใบอนุญาต คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งทราบ พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ข้อ ๑๒ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งซึ่งประสงค์จะเลิกดำเนินการหรือจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต ให้แจ้งเป็นหนังสือและเหตุผลในการเลิกดำเนินการหรือจัดตั้ง รวมทั้งแผนการจัดการในกรณีดังกล่าว
ให้อธิบดีทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันที่จะเลิกดำเนินการหรือจัดตั้งนั้น ในกรณีที่อธิบดีอนุญาตให้เลิกดำเนินการหรือจัดตั้งตามใบอนุญาตดังกล่าว ให้ใบอนุญาตดังกล่าวสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกดำเนินการหรือจัดตั้ง
ข้อ ๑๓ คำสั่งอนุญาตดำเนินการหรือจัดตั้ง คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตจัดตั้ง และคำสั่งอนุญาตให้เลิกดำเนินการหรือจัดตั้งตามใบอนุญาต ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้แจ้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางทราบด้วย
ข้อ ๑๔ คำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๕ การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาต ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ สำนักงานเลขานุการกรม
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้การออกใบอนุญาตให้ส่วนราชการดำเนินการหรือเอกชนจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม
หรือสถานแนะนำทางจิตเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษ หรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน และการควบคุมดูแล รวมทั้งการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).