我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2567

ส0004-2A-0011子法規・公布 2024-11-14・全 28 條

อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ พระราชกฤษฎีกานี้มิให้ใช้บังคับกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐ ที่มีภารกิจและปฏิบัติงานในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่านั้น

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “ครอบครัว” หมายความว่า บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภริยา หรือมีความผูกพันทางสายโลหิต ทางกฎหมาย หรือเกี่ยวดองเป็นเครือญาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ต่อกัน และมีความสัมพันธ์เกื้อกูลกัน และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่อาศัยตัวคนเดียวในการสำรวจตามมาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วย “ครัวเรือน” หมายความว่า ครอบครัวตั้งแต่สองครอบครัวขึ้นไปที่ทำกินร่วมกันในสถานที่เดียวกันหรือในบริเวณพื้นที่ทำกินเดียวกัน หรืออยู่อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่านั้น “สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือน” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นครอบครัวหรือครัวเรือนของผู้ครอบครองที่ดินในการสำรวจตามมาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และปรากฏรายชื่อในแบบสำรวจการครอบครองที่ดิน “ผู้ครอบครองที่ดิน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีสถานะเป็นผู้ถือครองที่ดินแต่ละแปลงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแต่ละแห่งในการสำรวจตามมาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และปรากฏรายชื่อในบัญชีรายชื่อราษฎรผู้ได้รับการบริหารจัดการพื้นที่ “ชุมชน” หมายความว่า กลุ่มคนซึ่งรวมตัวกันอย่างต่อเนื่องและมีอัตลักษณ์ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำประโยชน์ร่วมกัน และมีกฎ ระเบียบ หรือระบบบริหารจัดการร่วมกัน โดยมีผู้นำชุมชนที่สามารถแสดงเจตนาของชุมชนและบังคับการตามกฎหรือระเบียบนั้นได้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าโดยมิได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ เรียกโดยย่อว่า “โครงการ” โครงการนี้มีกำหนดระยะเวลายี่สิบปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการตามพระราชกฤษฎีกานี้ มีสองประเภท ได้แก่ (๑) ผู้ครอบครองที่ดิน (๒) สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามาก่อนวันที่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ใช้บังคับ ได้อยู่อาศัยหรือทำกินเป็นการชั่วคราว โดยกำหนดเป็นโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และกำหนดเขตพื้นที่อยู่อาศัยหรือทำกินให้ชัดเจน มิให้มีการขยายพื้นที่อีก รวมทั้งป้องกันมิให้มีการครอบครองที่ดิน บุกรุก ก่อสร้าง หรือแผ้วถางพื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตลอดจนกำหนดให้มีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในพื้นที่โครงการ (๒) การอยู่อาศัยเชิงอนุรักษ์ โดยไม่กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ หรือสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (๓) การส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และอนุรักษ์ดูแลรักษาพื้นที่โดยชุมชน (๔) การอนุรักษ์ คุ้มครอง และดูแลสัตว์ป่า รวมทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อให้สัตว์ป่าดำรงชีพอยู่ได้ตามวิถีธรรมชาติและเอื้ออำนวยต่อระบบนิเวศ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง รัฐสามารถรักษาไว้และส่งเสริมการคืนพื้นที่ต้นน้ำลำธาร พื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ และป้องกันมิให้มีการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่

มาตรา ๘

มาตรา ๘ โครงการนี้ให้ดำเนินการในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ และให้มีแนวเขตโครงการตามที่กำหนดไว้ในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการต้องเป็นผู้อยู่อาศัยหรือทำกินตามผลการสำรวจตามมาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และได้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้กรอบเวลาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เรื่อง การแก้ปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ หรือตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ให้อธิบดีจัดทำบัญชีรายชื่อผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการตามวรรคหนึ่งตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การอยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการนี้ให้กระทำได้ในจำนวนเนื้อที่ตามผลการสำรวจแต่ไม่เกินครอบครัวละยี่สิบไร่ และในกรณีครัวเรือนให้อยู่อาศัยหรือทำกินได้ไม่เกินสี่สิบไร่ ในกรณีที่ครอบครัวหรือครัวเรือนใดมีที่ดินเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กันพื้นที่ส่วนเกินและให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชฟื้นฟูสภาพที่ดินนั้นหรือดำเนินการด้านการอนุรักษ์ให้คงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่อไปโดยร่วมกับชุมชนในพื้นที่โครงการ เว้นแต่พื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่ชุมชน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) อยู่อาศัยและทำประโยชน์บนที่ดินที่อยู่อาศัยหรือทำกินตามโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีที่ดินทำกินอื่นนอกพื้นที่โครงการ (๓) ไม่มีที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองในที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยอื่น (๔) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ออกจากอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (๕) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่จากเดิม ทำไม้ ล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติหรือกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่านับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ (๖) ไม่เคยถูกพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนสิทธิการอยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้ผู้ครอบครองที่ดินสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกินในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อโครงการตามพระราชกฤษฎีกานี้สิ้นสุดลง (๒) ผู้ครอบครองที่ดินไม่ประสงค์จะอยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินนั้นต่อไป โดยแจ้งความประสงค์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด (๓) ผู้ครอบครองที่ดินไม่ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยติดต่อกันเกินหนึ่งปี โดยไม่มีเหตุอันควร (๔) ผู้ครอบครองที่ดินตาย และพ้นกำหนดระยะเวลาหนึ่งปีแล้วไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินแปลงนั้นต่อไปตามมาตรา ๑๔ (๕) ผู้ครอบครองที่ดินขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑ (๖) ผู้ครอบครองที่ดินต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน (๗) ผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการผู้หนึ่งผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมตามมาตรา ๕๕ (๒) หรือตัด โค่น แผ้วถาง เผา ทำลาย ต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น หรือทำลาย ทำให้เสื่อมสภาพตามมาตรา ๖๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ในพื้นที่นอกเขตโครงการ หรือเป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว (๘) ผู้ครอบครองที่ดินกระทำความผิดตามมาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ (๑) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือมาตรา ๖๗ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มิใช่ความผิดตาม (๗) ในพื้นที่นอกเขตโครงการ เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๕๕ (๕) และมาตรา ๖๗ (๒) ที่เป็นการกระทำแก่ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลและมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองพันบาทและกรณีตามมาตรา ๕๕ (๖) ที่มิใช่การนำหรือปล่อยสัตว์ที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง (๙) ผู้ครอบครองที่ดินไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๔ หรือระเบียบที่ออกตามมาตรา ๑๒๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ การออกและการสั่งให้ออกจากพื้นที่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด เมื่อผู้ครอบครองที่ดินสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกิน ให้จำหน่ายชื่อผู้ครอบครองที่ดินและสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนออกจากบัญชีตามมาตรา ๙ วรรคสอง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดป้ายว่าเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้ามบุกรุกครอบครอง รวมทั้งฟื้นฟูสภาพที่ดินนั้นหรือดำเนินการด้านการอนุรักษ์ให้คงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่อไป

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกิน ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การครอบครองที่ดินสิ้นสุดลงโดยผลแห่งมาตรา ๑๒ (๒) สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนผู้นั้นตาย (๓) สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑ (๔) สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน (๕) สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนกระทำความผิดตามมาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ (๑) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือมาตรา ๖๗ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มิใช่ความผิดตามมาตรา ๑๒ (๗) ในพื้นที่นอกเขตโครงการ เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๕๕ (๕) และมาตรา ๖๗ (๒) ที่เป็นกระทำแก่ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลและมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองพันบาท และกรณีตามมาตรา ๕๕ (๖) ที่มิใช่การนำหรือปล่อยสัตว์ที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง (๖) สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๔ หรือระเบียบที่ออกตามมาตรา ๑๒๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ การสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกินของสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนตามวรรคหนึ่ง เป็นกรณีเฉพาะตัวของสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือน เว้นแต่กรณีตาม (๑) ให้มีผลกับสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนของผู้ครอบครองที่ดินทุกคน และเมื่อสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกิน ให้จำหน่ายชื่อออกจากบัญชีตามมาตรา ๙ วรรคสอง และบุคคลนั้นจะยื่นคำขอตามมาตรา ๑๔ อีกมิได้ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการออกและการสั่งให้ออกจากพื้นที่ของสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ดินเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่ให้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการนี้เป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ครอบครองที่ดินถึงแก่ความตาย บุคคลที่ประสงค์จะอยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินแปลงนั้นต่อไป ให้ยื่นขออนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย โดยการอนุญาตให้อยู่อาศัยหรือทำกินต่อไปได้ ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนของผู้ครอบครองที่ดินที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้อยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินแปลงนั้นตามมาตรา ๙ วรรคสอง หรือ (๒) เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ครอบครองที่ดิน หรือบุตรนอกกฎหมายที่ผู้ครอบครองที่ดินได้รับรองแล้ว หรือเป็นคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ของผู้ครอบครองที่ดิน ในกรณีเป็นบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว ต้องแสดงเจตนาที่จะอยู่อาศัยหรือทำกินในโครงการนี้ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย การขอ การอนุญาต และการแสดงเจตนาอยู่อาศัยหรือทำกิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้ผู้ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ครอบครองที่ดินตามพระราชกฤษฎีกานี้ และการอยู่อาศัยหรือทำกินตามมาตรานี้ต้องไม่กระทบต่อจำนวนเนื้อที่ที่ดินที่ให้อยู่อาศัยหรือทำกินในโครงการตามมาตรา ๑๐ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบริหารจัดการโครงการที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามแผนการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและแผนการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแต่ละแห่งที่ได้จัดทำขึ้นตามมาตรา ๕๒ และมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องกำหนดเป้าหมายและแนวทางในการป้องกันมิให้มีการขยายพื้นที่โครงการและบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขความเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ จากการใช้ประโยชน์ที่ดินภายในพื้นที่โครงการ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ผู้ครอบครองที่ดินจะโอนการครอบครองให้บุคคลอื่นหรือยินยอมให้บุคคลอื่นที่มิใช่สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนเข้าอยู่อาศัยหรือทำกินมิได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการมีหน้าที่ต้องกระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) ดำรงชีพในพื้นที่โครงการอย่างเป็นปกติธุระโดยปฏิบัติตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๑๒๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ (๒) อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการโดยไม่รบกวนการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไม่ทำลายแหล่งอาศัยหรือหากินของสัตว์ป่า และไม่ล่าสัตว์ป่าในพื้นที่โครงการและโดยรอบโครงการโดยผิดกฎหมาย (๓) ทำการเกษตรหรือทำการอื่นใดเพื่อการดำรงชีพภายใต้โครงการ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพดิน น้ำ อากาศ สัตว์ป่า ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดหรือการแพร่กระจายของมลพิษ จนไม่สามารถฟื้นฟูสภาพได้ หรือเป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในโครงการหรือโดยรอบโครงการ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ นอกจากหน้าที่ตามที่กำหนดในมาตรา ๑๗ แล้ว ผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในพื้นที่โครงการ ดังต่อไปนี้ (๑) รักษาและป้องกันไว้ซึ่งทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นแหล่งอาศัยหรือหากินของสัตว์ป่า และการคุ้มครองสัตว์ป่าหรือพันธุ์พืชให้คงไว้ซึ่งสภาพธรรมชาติของพื้นที่ ความสมดุลของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ (๒) ร่วมมือกับทางราชการและให้ความช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ หรือปลูกป่าด้วยวิธีการอื่นใดตามนโยบายของรัฐ (๓) อนุรักษ์ดินและน้ำโดยมีมาตรการที่สอดคล้องกับระบบนิเวศ (๔) ดำเนินการอื่นใดเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรป่าไม้ และทรัพยากรสัตว์ป่า (๕) ร่วมมือกับทางราชการและให้ความช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการดูแล สอดส่อง และป้องกันการบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง แผ้วถาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โครงการ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในพื้นที่โครงการของผู้อยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการตามมาตรา ๑๘ และเมื่ออธิบดีเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอจากผู้ครอบครองที่ดิน อธิบดีอาจดำเนินการให้ชุมชนทำหน้าที่ร่วมกันในโครงการหรือช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้ การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ผู้ครอบครองที่ดินต้องควบคุมดูแลสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนมิให้กระทำการใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ตลอดจนให้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๔ และระเบียบที่ออกตามมาตรา ๑๒๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โครงการ ต้องเป็นไปเพื่อการอยู่อาศัยหรือทำกินเท่าที่จำเป็นแก่การดำรงชีพ และอาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นต้องสูงไม่เกินสองชั้น มีลักษณะกลมกลืนกับธรรมชาติ ภูมิทัศน์ และสิ่งแวดล้อมภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อื่น เช่น โรงงานหรือโรงแรม จะกระทำไม่ได้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับอาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ก่อนพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงกรณีที่อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นถูกรื้อถอนหรือทำให้เสื่อมสภาพ ถูกเพลิงไหม้ หรือประสบภัยพิบัติอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และผู้อยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่โครงการประสงค์จะก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารเพื่อทดแทนอาคารเดิมที่ได้รับความเสียหาย การพิจารณาให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โครงการ ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่หารือร่วมกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยควบคุมอาคารด้วย ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างโดยฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้แก้ไขแล้ว หากไม่ปฏิบัติตาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจรื้อถอนโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากเจ้าของอาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ หากปรากฏว่ามีโรคระบาดสัตว์ในท้องที่ที่เป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าประกาศและควบคุมมิให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ประเภทหรือชนิดที่มีโรคติดต่อนั้นเข้าออกในพื้นที่โครงการ และปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์อย่างเคร่งครัด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเข้ามาในพื้นที่โครงการ รายการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ให้ปิดประกาศ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำการกำนัน และที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภายใต้โครงการนั้นตั้งอยู่ และจัดการอบรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของชนิดพันธุ์ดังกล่าวและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจภายในพื้นที่โครงการ ดังต่อไปนี้ (๑) สั่งห้ามการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจทำให้แนวเขตพื้นที่โครงการเปลี่ยนแปลง แม้จะทำไปเพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระหรือได้รับอนุญาตก็ตาม (๒) สั่งให้ระงับหรือหยุดการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชกฤษฎีกานี้และระเบียบที่ออกตามมาตรา ๑๒๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ (๓) สั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ (๔) สั่งให้ปฏิบัติหรือดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ หรือเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาโรคระบาดหรือการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ (๕) สั่งให้ออกจากพื้นที่โครงการภายหลังการสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกินตามมาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๓

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่พื้นที่ป่าภายในแนวเขตโครงการ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลจำนวนจำกัดไม่เพียงพอต่อการเก็บหาหรือใช้ประโยชน์ หรือการเก็บหาหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสภาพธรรมชาติ สัตว์ป่า ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่ากำกับ ควบคุมดูแล และพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม โดยอาจจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้แทนแต่ละชุมชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นจากเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทำการไต่สวนและรับฟังคู่กรณี และวินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ การติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ และการตรวจสอบการบุกรุก หรือขยายพื้นที่ภายในโครงการหรือบริเวณโดยรอบโครงการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗ ลำดับที่ โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ๑ โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ในท้องที่ตำบลปากช่อง ตำบลบ้านกลาง และตำบลช้างตะลูด อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ๒ โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในท้องที่ตำบลท่าดินดำ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีแผนงานหรือนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินและได้อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภายใต้กรอบเวลาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เรื่อง การแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ หรือตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ให้ได้อยู่อาศัยหรือทำกินเป็นการชั่วคราว โดยมิได้สิทธิในที่ดิน ประกอบกับมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าตราพระราชกฤษฎีกาจัดทำโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ หน้าที่ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอยู่อาศัยหรือทำกิน การสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกินของผู้อยู่อาศัยหรือทำกิน รวมทั้งกำหนดมาตรการในการกำกับดูแล การติดตาม และการประเมินผลการดำเนินโครงการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查