กฎกระทรวง การอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า การค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า และการครอบครองสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๘ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง
และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๕๑
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า” หมายความว่า ใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด “ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า” หมายความว่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘
หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว “ใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า” หมายความว่า ใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช หรืออธิบดีกรมประมงเฉพาะที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ
ข้อ ๓ คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต คำขอต่ออายุใบอนุญาต คำขอรับโอนใบอนุญาต และคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ บัญชีแสดงชนิดและจำนวนบัญชีรับและจำหน่าย บัญชีแสดงสถิติ และหนังสือกำกับการจำหน่าย สัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๔ การยื่นคำขอ การแจ้ง การส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน การติดต่อหรือการออกเอกสารหลักฐานใด ๆ รวมทั้งการชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการและสถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑)
กรณีสัตว์ป่าที่มิใช่สัตว์น้ำ ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว (ก) กรุงเทพมหานคร กรณีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ให้ยื่น ณ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่กรณีที่เป็นสัตว์ป่าควบคุมที่ต้องขออนุญาตเพาะพันธุ์ ให้ยื่น ณ
กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ข )จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์หรือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์สาขาแห่งท้องที่ที่สัตว์ป่านั้นอยู่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (๒) กรณีสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำ ซากสัตว์ป่า
หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว (ก) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง (ข) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงจังหวัดในท้องที่ที่สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำนั้นอยู่ กรมประมง (๓) สถานที่หรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ผู้รับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า และผู้รับใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต รวมทั้งต้องแสดงใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อมีการร้องขอ โดยจะแสดงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดตามที่อธิบดีกำหนดก็ได้
หมวด ๒ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการ เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุม
ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ (๒) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (๓) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก (๗) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า
หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (๘) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ถูกคำสั่งเพิกถอน ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตาม
(๒) และ (๓) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ด้วย
ข้อ ๘ การได้มาซึ่งสัตว์ป่าที่ประสงค์จะเพาะพันธุ์จะต้องเป็นการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้ (๑) มีใบอนุญาตครอบครองหรือใบรับแจ้งการครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุมที่มิใช่สัตว์น้ำ โดยมีการแจ้งและได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือมีเอกสารหลักฐานที่แสดงการได้มาซึ่งสัตว์ป่าควบคุมที่เป็นสัตว์น้ำ (๒)
เป็นการได้มาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมประมง หรือทางราชการจัดหาเพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา ๗๒ (๓) เป็นการได้มาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมจากการนำเข้าตามมาตรา ๒๓ (๔)
เป็นการได้มาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมจากการจัดการหรือการจำหน่ายสัตว์ป่าของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด (๕) เป็นการได้รับสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมมาจากผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ที่เลิกประกอบกิจการ
การได้มาซึ่งสัตว์ป่าในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศกำหนดชนิดสัตว์ป่าควบคุมมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๓๑
แต่ในกรณีที่สัตว์ป่าควบคุมชนิดดังกล่าวเป็นชนิดที่ไม่ได้ประกาศกำหนดให้แจ้งการครอบครองและผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถหาหลักฐานการได้มาซึ่งสัตว์ป่าควบคุมได้ ต้องจัดให้มีบันทึกชี้แจงรายละเอียดการได้มา พร้อมทั้งนำพยานบุคคลมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
ข้อ ๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและแสดงหลักฐานเกี่ยวกับสถานที่ที่จะใช้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าพร้อมกับคำขอด้วย โครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) รายการชนิดและจำนวนของสัตว์ป่า ประเภทของสัตว์ป่า (๒) จำนวนผู้ดูแลและเลี้ยงสัตว์ป่า (๓)
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ (๔) วิธีการเพาะพันธุ์ ขั้นตอนการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน หลักฐานเกี่ยวกับสถานที่ที่จะใช้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารแสดงสิทธิในการใช้สถานที่ (๒) แผนที่ แผนผัง รายการอาคาร กรง คอก หรือสิ่งปลูกสร้างของสถานที่ (๓)
แผนผังโดยสังเขปของพื้นที่ข้างเคียง
ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต รายละเอียดตามคำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน แต่ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการของข้อมูล
เอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทราบด้วย ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอรับใบอนุญาตถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนการรับคำขอ
และออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๑๑ เมื่อคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอถูกต้องและครบถ้วน และผู้ขอรับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่องพร้อมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของอธิบดี ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ออกใบอนุญาตแก่ผู้นั้นโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย
ข้อ ๑๒ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ให้คำนึงถึงความเหมาะสมของโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนความเหมาะสมของสถานที่ที่จะใช้ทำการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จะใช้ดำเนินกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วย
ข้อ ๑๓ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าที่ยื่นไว้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หากไม่เริ่มดำเนินการภายในหนึ่งปี ให้ใบอนุญาตนั้นเป็นอันสิ้นผล
ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ป่าให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ป่านั้น รวมทั้งจัดให้มีสัตวแพทย์หรือสัตวบาลเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าตามระยะเวลาที่เหมาะสม
กรณีสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำอาจจัดให้มีนักวิชาการด้านสัตว์น้ำเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำแทนสัตวแพทย์หรือสัตวบาลก็ได้ โดยต้องจัดทำบันทึกการตรวจสุขภาพของสัตว์ป่าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย (๒) จัดสถานที่ที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่ามิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง
(๓) ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันมิให้สัตว์ป่าทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้อื่น (๔) จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าให้แก่สัตว์ป่าที่ได้จากการเพาะพันธุ์ของตนตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีกำหนด (๕) ภายในหนึ่งปีหลังจากได้รับใบอนุญาต
เมื่อผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ให้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่า
ข้อ ๑๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่มีอยู่เนื่องในการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า และยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) การยื่นบัญชีครั้งแรก
ให้ยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตสำหรับกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีสัตว์ป่าที่จะทำการเพาะพันธุ์อยู่แล้วในขณะได้รับใบอนุญาต หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มาซึ่งสัตว์ป่าที่จะทำการเพาะพันธุ์สำหรับกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตยังไม่มีสัตว์ป่าที่จะทำการเพาะพันธุ์ในขณะได้รับใบอนุญาต (๒)
การยื่นบัญชีประจำปี ให้ยื่นปีละสองครั้ง โดยยื่นในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมของแต่ละปี ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์เก็บสำเนาบัญชีที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่งไว้ ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
ข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ใดประสงค์จะเพาะพันธุ์สัตว์ป่าชนิดพันธุ์เดิมเพิ่มเติมให้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเพศ อายุ และจำนวนสัตว์ป่าที่เพิ่มเติมนั้น พร้อมหลักฐานการได้มาของสัตว์ป่าดังกล่าว และจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าตามข้อ ๑๕
ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาอนุญาตก่อนจะเริ่มทำการเพาะพันธุ์นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัตว์ป่าและสถานที่ที่ประสงค์จะเพาะพันธุ์เพิ่มเติมนั้น หากเห็นว่าถูกต้องและเหมาะสม ให้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ป่าดังกล่าวในบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าท้ายใบอนุญาตได้
แต่ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้นโดยไม่ทราบแหล่งที่มา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดหรืออายัดสัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้นนั้นตามมาตรา ๘๑ (๔) และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
หมวด ๓ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว
ข้อ ๑๗ ผู้ใดประสงค์จะค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
ข้อ ๑๘ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๑๗ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ (๒) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (๓) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก (๗) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า
หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต (๘) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ถูกคำสั่งเพิกถอน ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตาม
(๒) และ (๓) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ด้วย ความในข้อ ๑๘ (๓) มิให้นำมาใช้กับกรณีของผู้ขอรับใบอนุญาตค้าซึ่งไม่มีสถานที่ค้า
ข้อ ๑๙ การพิจารณาออกใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครองให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) การขอรับใบอนุญาตค้าซึ่งมีสถานที่ค้า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ กรง คอกที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่าเป็นไปตามหลักสวัสดิภาพ
ความปลอดภัยที่เพียงพอตามชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลใกล้เคียง ความพร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ ความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ในการดำเนินกิจการ และเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับรายละเอียดในการผลิตซึ่งผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า
ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ซื้อสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่ามาเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (๒) การขอรับใบอนุญาตค้าซึ่งไม่มีสถานที่ค้า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับรายละเอียดในการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าถึงความเหมาะสม
ความเป็นไปได้ในการจัดหา จัดเตรียม เคลื่อนย้ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ถูกต้องตามกฎหมาย วิธีการรับส่งหนังสือกำกับการจำหน่าย ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินกิจการ และให้พิจารณาเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดสถานที่ กรง
คอกที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่าเป็นการชั่วคราวก่อนการจำหน่ายว่าเป็นไปตามหลักสวัสดิภาพ ความปลอดภัยที่เพียงพอตามชนิดและจำนวนของสัตว์ป่านั้น และต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลใกล้เคียงด้วย
ข้อ ๒๐ การพิจารณาออกใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๙ และหลักเกณฑ์การดูแลและจัดสวัสดิภาพสัตว์ป่าควบคุมตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๙ วรรคสองด้วย
ข้อ ๒๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งไม่มีสถานที่ค้า ต้องยื่นเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับรายละเอียดในการค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า พร้อมคำขอ โดยอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) ชนิดหรือประเภทของสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ประสงค์จะค้า (๒)
รูปแบบและวิธีการแสดง ประกาศ หรือโฆษณา ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ที่ประสงค์จะค้า (๓) วิธีการจัดหา การเตรียม และการเคลื่อนย้ายซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ที่ประสงค์จะค้า (๔) วิธีการรับส่งหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า
หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ระหว่างผู้ขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่ากับผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ผู้รับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือผู้ซื้อสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า แล้วแต่กรณี (๕)
รายชื่อผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหรือผู้รับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าที่สามารถจัดหาสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าได้ (ถ้ามี) (๖) ในกรณีที่มีการนำสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า มาครอบครองเป็นการชั่วคราวก่อนการจำหน่าย
ให้แนบภาพถ่ายสถานที่และวิธีการเลี้ยงหรือเก็บรักษาสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๒๒ ให้นำความในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่าย และบัญชีแสดงสถิติ สัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ที่ใช้ดำเนินกิจการตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่รับหรือจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
ข้อ ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้ง เว้นแต่เป็นการจำหน่ายซากสัตว์ป่าเพื่อนำไปบริโภค
ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตจะค้าสัตว์ป่าเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดพันธุ์ก็ได้ โดยสามารถเพิ่มชนิดพันธุ์หรือจำนวน และจำหน่ายสัตว์ป่าตามชนิดพันธุ์ตามที่ได้รับอนุญาตให้ค้าในบัญชีรับและจำหน่ายได้ต่อเนื่องจนกว่าใบอนุญาตฉบับนั้นจะสิ้นอายุ
หมวด ๔ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว
ข้อ ๒๖ ผู้ใดประสงค์จะครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครอบครองสัตว์ป่า หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว
ข้อ ๒๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๒๖ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ (๒) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (๓) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ถูกคำสั่งเพิกถอน ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตาม (๒) และ (๓)
และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) (๕) และ (๖) ด้วย
ข้อ ๒๘ การพิจารณาออกใบอนุญาตครอบครอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าตามคำขอทุกชนิดพันธุ์ เว้นแต่เป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าหรือจำนวนที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ไม่ต้องตรวจสอบสถานที่ครอบครอง ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับกรณีการตรวจซากของสัตว์ป่า
ข้อ ๒๙ ให้นำความในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตครอบครองด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๓๐ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวไปจากจำนวนที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้ในใบอนุญาต
การเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งถ้าเกิดจากการสืบพันธุ์ของสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองอยู่แล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่านั้นต่อไปได้ ในการนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งจำนวนสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นไว้ในใบอนุญาต
และให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๓๑ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อนำไปจัดแสดง โฆษณา หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ให้ยื่นคำขอตามที่อธิบดีประกาศกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอ
หมวด ๕ อายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า
ข้อ ๓๒ ใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าให้มีอายุสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าให้มีอายุสามปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
ข้อ ๓๓ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า ซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุเก้าสิบวัน พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้คำขอต่ออายุใบอนุญาต
เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้นำความในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษทำให้ไม่สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมแจ้งเหตุแห่งการล่าช้าภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษนั้นสิ้นสุดลง
หมวด ๖ การโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า
ข้อ ๓๔ ผู้ใดประสงค์จะขอรับโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๗
และต้องยื่นโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและแสดงหลักฐานเกี่ยวกับสถานที่ที่จะใช้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามข้อ ๙ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จะดำเนินกิจการที่ได้รับโอนนั้นด้วย
ข้อ ๓๕ ผู้ใดประสงค์จะขอรับโอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๑๘ และในกรณีที่มีสถานที่ค้าต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่
เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จะดำเนินกิจการที่ได้รับโอนนั้นด้วย
ข้อ ๓๖ ผู้ใดประสงค์จะขอรับโอนใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒๗
ข้อ ๓๗ ให้นำความในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับโอนใบอนุญาต และการอนุญาตให้โอนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม โดยให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอโอนใบอนุญาต การอนุญาตให้โอนใบอนุญาต ให้อธิบดีออกใบอนุญาตใหม่ตามใบอนุญาตเดิม และให้ระบุคำว่า “โอน”
ไว้ด้านบนขวามือของใบอนุญาต และให้ระบุวัน เดือน ปี ที่อนุญาต สำหรับใบอนุญาตเดิม ให้ประทับตรา “ยกเลิก” แล้วมอบให้ผู้รับโอนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในวันที่มารับใบอนุญาต
หมวด ๗ การออกใบแทนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า
ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงกรณีดังกล่าว พร้อมด้วยข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ การออกใบแทนใบอนุญาต ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า “ใบแทน”
กำกับไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบแทนใบอนุญาตด้วยหมึกสีแดง และให้ระบุวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนใบอนุญาต พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและตำแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบแทนใบอนุญาตกำกับไว้ด้วย ให้นำความในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับกับการพิจารณาคำขอรับใบแทนใบอนุญาต
และการอนุญาตให้ออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๙ ใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า และใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า ที่ออกตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง
การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๕๑ และใช้อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าใบอนุญาตจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน
ข้อ ๔๐ บรรดาคำขอรับใบอนุญาต คำขอต่ออายุใบอนุญาต คำขอรับโอนใบอนุญาต และคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ และให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ในกรณีที่คำขอที่ได้ยื่นไว้แล้วตามวรรคหนึ่ง
ปรากฏว่าเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอดังกล่าว แตกต่างไปจากที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมคำขอและให้ส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ได้
ข้อ ๔๑ แบบหนังสือกำกับการจำหน่ายที่ได้จัดพิมพ์ไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปแต่ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๘ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว การดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘
หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).