กฎกระทรวง กำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๑๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๙
ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้ “พื้นที่ใช้สอย” หมายความว่า พื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารที่จัดไว้ตามลักษณะการใช้ประโยชน์เพื่อเป็นพื้นที่ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
และต้องสอดคล้องกับการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาและมาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา “ผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอย” หมายความว่า
ผังบริเวณในการจัดพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบทางกายภาพและการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน “แผนการดำเนินงาน” หมายความว่า
แผนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๔ ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องติดต่อเป็นผืนเดียวกัน มีเนื้อที่ที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัดพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งรองรับการใช้งานของนักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และผู้ใช้งานในกลุ่มอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามแผนการดำเนินงาน
ในกรณีที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมิได้ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน ต้องมีการบริหารจัดการและมีการเชื่อมโยงถึงกันในด้านวิชาการ การบริหารจัดการห้องสมุด การให้บริการนักศึกษา การบริหารงานบุคคล การเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศ การคมนาคมขนส่ง หรือการอื่นใด ทั้งนี้
ในลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษาและจัดกิจกรรมทางการศึกษาได้โดยสะดวก
ข้อ ๕ การจัดพื้นที่ใช้สอยให้จำแนกตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ดังต่อไปนี้ (๑) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการจัดการศึกษา (๒) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (๓) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการบริการวิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม (๔)
พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นที่ตั้งของส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๕) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการสร้างสังคมและการใช้ชีวิตภายในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๖) พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวตามแนวทางการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากพื้นที่ใช้สอยตามวรรคหนึ่ง
สถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะจัดให้มีพื้นที่ใช้สอยเพื่อดำเนินพันธกิจตามจุดเน้น ความเชี่ยวชาญ และการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ด้วยก็ได้
ข้อ ๖ พื้นที่ใช้สอยแต่ละประเภทอาจใช้ประโยชน์มากกว่าหนึ่งลักษณะได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของการใช้พื้นที่ใช้สอย คุณภาพและมาตรฐานในการจัดการศึกษา รวมทั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อ ๗ พื้นที่ใช้สอยเพื่อจัดการศึกษาตามข้อ ๕ (๑) อย่างน้อยต้องมีห้องเรียน ห้องบรรยาย ห้องปฏิบัติการ ห้องคอมพิวเตอร์ และพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ ที่ทำให้สามารถดำเนินงานให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาตามหลักสูตรและสาขาวิชาที่เปิดสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนและการรองรับกระบวนการและวิธีการในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา
ข้อ ๘ พื้นที่ใช้สอยเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมตามข้อ ๕ (๒) ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม เช่น ห้องปฏิบัติการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โรงงานต้นแบบ เครื่องมือและอุปกรณ์ด้านสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ห้องแสดงนิทรรศการ
ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ ส่งเสริมและยกระดับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรและสาขาวิชาที่เปิดสอน สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหา
ตอบสนองต่อความต้องการและความจำเป็นของแต่ละพื้นที่และประเทศในภาพรวม หรือสร้างเสริมระบบนิเวศการวิจัยที่เชื่อมโยงกับชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนอื่น
ข้อ ๙ พื้นที่ใช้สอยเพื่อการบริการวิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมตามข้อ ๕ (๓) ต้องมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัย การสร้างนวัตกรรมเพื่อให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชนและสังคม หรือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน เผยแพร่
และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อให้คำปรึกษา ศึกษาวิจัย ค้นคว้า อบรม เรียนรู้ หรือดำเนินโครงการแก่ชุมชนหรือประชาชนทั่วไป เช่น สถานที่จัดนิทรรศการ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ศูนย์บริการวิชาการ
ข้อ ๑๐ พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นที่ตั้งของส่วนงานภายในตามโครงสร้างการบริหารและการแบ่งส่วนงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามข้อ ๕ (๔) ต้องมีพื้นที่ของส่วนงาน เช่น สำนักงาน คณะ สถาบัน หรือศูนย์ สำหรับการดำเนินงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจ วัตถุประสงค์ และพันธกิจ
ข้อ ๑๑ พื้นที่ใช้สอยเพื่อการสร้างสังคมและการใช้ชีวิตภายในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามข้อ ๕ (๕) ต้องมีพื้นที่รองรับการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิตที่ครอบคลุมกิจกรรมด้านกีฬา การออกกำลังกาย โภชนาการ ดนตรีและนันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ การพบปะสังสรรค์ การประกอบศาสนกิจ
การปฐมพยาบาลและการให้บริการด้านสุขภาพเบื้องต้น การแสวงหาความรู้ตามอัธยาศัย หรือกิจกรรมอื่น เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ ทักษะชีวิต และทักษะสังคม ให้แก่นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และผู้ใช้งานกลุ่มอื่นของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อ ๑๒ พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวตามข้อ ๕ (๖) ต้องมีพื้นที่สีเขียวในสัดส่วนที่เหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยอาจกำหนดพื้นที่สีเขียวในลักษณะแนวราบ แนวตั้ง หรือแบบผสมผสาน ตามลักษณะของพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศและทัศนียภาพของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
อีกทั้งเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการส่งเสริมคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ข้อ ๑๓ พื้นที่ใช้สอยเพื่อดำเนินพันธกิจตามจุดเน้น ความเชี่ยวชาญ และการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาตามข้อ ๕ วรรคสอง ต้องมีพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น
ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาความเหมาะสมและเพียงพอของที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งหรือผู้ขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจัดทำผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยและสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้ออกแบบผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอย
ยื่นไปพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือคำขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี
ผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ใช้สอยประเภทต่าง ๆ เนื้อที่และสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยในแต่ละประเภท อาคารและสิ่งปลูกสร้าง โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ระบบการสัญจร ภูมิทัศน์ภายในพื้นที่ใช้สอย
ที่สอดคล้องกับแผนการดำเนินงาน และรายละเอียดอื่นตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาประกาศกำหนด
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแผนงานตามพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนหรือด้วยเหตุผลประการอื่น ให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนปรับปรุงผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยเสนอสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้ความเห็นชอบ
ข้อ ๑๖ รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาตามมาตรา ๑๒ ที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
หรือคำขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา
ให้พิจารณาตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๙ จนกว่าการพิจารณาคำขอดังกล่าวจะแล้วเสร็จ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษากำหนดให้มีการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาและกำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุน ประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณ ให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่งมีจุดมุ่งหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์
และศักยภาพแตกต่างกัน ทำให้การใช้พื้นที่ในการจัดการเรียนการสอน การให้บริการทางการศึกษา และการบริหารจัดการของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีความหลากหลาย ประกอบกับปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษา
ทำให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนสามารถบริหารจัดการการใช้พื้นที่ของตนเพื่อรองรับการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและพันธกิจของการจัดการอุดมศึกษาภายในเนื้อที่ที่มีขนาดเล็กลงได้ สมควรปรับปรุงการกำหนดลักษณะและเนื้อที่ของที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
จากการกำหนดจำนวนเนื้อที่ขั้นต่ำของที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็นการกำหนดเนื้อที่ที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัดพื้นที่ใช้สอยประเภทต่าง ๆ รองรับการดำเนินงานตามพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอย่างครบถ้วน
เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).