ข้อ ๕ ให้โรงพยาบาลมีลักษณะตามขนาดและจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วย ดังต่อไปนี้ (๑) โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ต้องมีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่เก้าสิบเอ็ดเตียงขึ้นไป (๒) โรงพยาบาลขนาดกลาง ต้องมีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่สามสิบเอ็ดเตียงขึ้นไปแต่ไม่เกินเก้าสิบเตียง (๓)
โรงพยาบาลขนาดเล็ก ต้องมีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วยไม่เกินสามสิบเตียง
ข้อ ๖ โรงพยาบาลต้องมีลักษณะโดยทั่วไป ดังต่อไปนี้ (๑) ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวก ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (๒) โครงสร้างของอาคารต้องไม่ติดกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น (๓) อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป จะต้องมีลิฟท์บรรทุกเตียงผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งตัว
และเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมของจำนวนเตียง หรือมีทางลาดเอียงเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (๔) ทางสัญจรร่วมในส่วนที่ให้บริการผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการขนส่งผู้ป่วยโดยเตียงเข็นต้องกว้างไม่น้อยกว่าสองเมตร ถ้ามีระดับพื้นสูงต่ำไม่เท่ากัน ต้องมีทางลาดเอียงซึ่งมีความชันไม่เกินสิบห้าองศา (๕)
ต้องจัดสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และผู้พิการแต่ละประเภทโดยอย่างน้อยต้องมีทางลาดเอียง ราวเกาะ และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ (๖) กรณีที่มีการจัดสถานที่เพื่อกิจการอื่นซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของ
ให้กระทำได้โดยอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการให้บริการที่จำเป็นแก่ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลนั้น ๆ ทั้งนี้ การจัดบริการอื่นดังกล่าวจะต้องไม่อยู่ในบริเวณแผนกผู้ป่วยในและแยกเป็นสัดส่วนโดยไม่ปะปนกับการให้บริการในบริเวณแผนกผู้ป่วยนอก
ข้อ ๖/๑ โรงพยาบาลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุต้องมีลักษณะโดยทั่วไป ดังต่อไปนี้ (๑) มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ (๑) (๒) (๔) และ (๖) ทั้งนี้ ทางลาดเอียงให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร (๒)
อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่สองชั้นขึ้นไปจะต้องมีลิฟต์บรรทุกเตียงผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งตัว และเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมของจำนวนเตียง หรือมีทางลาดเอียงเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (๓) อาคารที่ให้บริการผู้ป่วยต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยต้องจัดสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและผู้พิการแต่ละประเภท และห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุต้องมีลักษณะเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (ก) ประตูเป็นแบบเปิดออกภายนอกหรือแบบบานเลื่อน ขนาดกว้างสุทธิไม่น้อยกว่าเก้าสิบเซนติเมตร มือจับแบบก้านโยกหรือแกนผลัก
และสามารถเปิดจากภายนอกได้ (ข) โถส้วมชนิดนั่งราบมีพนักพิงที่มั่นคงและราวจับที่ด้านข้างของที่นั่งเพื่อช่วยการพยุงตัว (ค) บริเวณที่อาบน้ำ มีที่นั่งสำหรับอาบน้ำสูงจากพื้นไม่เกินสี่สิบห้าเซนติเมตร พนักพิงที่มั่นคง ราวจับที่ด้านข้างของที่นั่งเพื่อช่วยการพยุงตัว
และก๊อกน้ำของฝักบัวเป็นชนิดก้านโยกหรือก้านหมุน (ง) มีระบบเรียกพยาบาลที่เข้าถึงได้โดยสะดวก (จ) มีราวจับตั้งแต่ประตูไปจนถึงโถส้วมและบริเวณที่อาบน้ำ
ข้อ ๗ โรงพยาบาลต้องมีลักษณะการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) มีความปลอดภัย มีความสะดวก และเหมาะสมต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการในการประกอบวิชาชีพตามประเภทและสาขานั้น (๒) ได้มาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่สภาวิชาชีพหรือคณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนด แล้วแต่กรณี (๓)
ได้รับอนุญาตเป็นอาคารสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยควบคุมอาคาร (๔) มีลักษณะถูกสุขลักษณะตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (๕) มีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง (๖) มีรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๘ โรงพยาบาลทั่วไปต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (๕) แผนกเภสัชกรรม (๖) แผนกกายภาพบำบัด (๗) แผนกเทคนิคการแพทย์ (๘) แผนกรังสีวิทยา (๙) แผนกผ่าตัด (๑๐) แผนกสูติกรรม (๑๑)
ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๑๒) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๑๓) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๑๔) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๕) ระบบน้ำสำรอง (๑๖) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
ข้อ ๙ โรงพยาบาลทันตกรรมต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรม (๕) แผนกรังสีวิทยา (๖) แผนกผ่าตัด (๗) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๙) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๑)
ระบบน้ำสำรอง (๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลทันตกรรมขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๕) หรือ (๖) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
ข้อ ๑๐ โรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกการผดุงครรภ์ (๕) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๖) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๗) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๘) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๙) ระบบน้ำสำรอง (๑๐)
หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๔) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
ข้อ ๑๑ โรงพยาบาลกายภาพบำบัดต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๕) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๖) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๗) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๘) ระบบน้ำสำรอง (๙)
หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต
ข้อ ๑๒ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรมไทย (๕) แผนกการผดุงครรภ์ไทย (๖) แผนกการนวดไทย (๗) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๙) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๑๐)
ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๑) ระบบน้ำสำรอง (๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๕) หรือ (๖) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
ข้อ ๑๒/๑ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรมไทย (๕) แผนกการผดุงครรภ์ไทยประยุกต์ (๖) แผนกหัตถเวชกรรมไทย (๗) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๙)
ระบบบำบัดน้ำเสีย (๑๐) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๑) ระบบน้ำสำรอง (๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๕) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
ข้อ ๑๒/๒ โรงพยาบาลผู้สูงอายุต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (๕) แผนกเภสัชกรรม (๖) แผนกกายภาพบำบัด (๗) แผนกเทคนิคการแพทย์ (๘) แผนกรังสีวิทยา (๙) แผนกอายุรศาสตร์ (๑๐) แผนกโภชนาการ (๑๑)
การบริการออร์โธปิดิคส์ (๑๒) การบริการจิตเวช (๑๓) การบริการส่งเสริมสุขภาพ (๑๔) การบริการทันตกรรม (๑๕) ระบบดูแลและส่งต่อผู้ป่วย (๑๖) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๑๗) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๑๘) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๙) ระบบน้ำสำรอง (๒๐) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต
โรงพยาบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๗) และ (๘) แต่จะต้องจัดให้มีบริการดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ในระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา โรงพยาบาลผู้สูงอายุอาจไม่จัดให้มีบริการตาม (๖) ได้
ข้อ ๑๒/๓ โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกเภสัชกรรม (๕) แผนกกายภาพบำบัด (๖) แผนกกิจกรรมบำบัด (๗) แผนกโภชนาการ (๘) การบริการเทคนิคการแพทย์ (๙) การบริการรังสีวิทยา (๑๐)
การบริการทันตกรรม (๑๑) ระบบดูแลและส่งต่อผู้ป่วย (๑๒) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๑๓) ระบบบำบัดน้ำเสีย (๑๔) ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๕) ระบบน้ำสำรอง (๑๖) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖)
แต่จะต้องจัดให้มีบริการดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ในระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุอาจไม่จัดให้มีบริการตาม (๕) และ (๖) ได้
ข้อ ๑๓ โรงพยาบาลเฉพาะทางต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (๕) แผนกเภสัชกรรม (๖) แผนกเทคนิคการแพทย์ (๗) แผนกรังสีวิทยา (๘) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๙) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๑๐)
ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๑) ระบบน้ำสำรอง (๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลเฉพาะทางขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) หรือ (๗) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
ข้อ ๑๔ โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยต้องประกอบด้วยหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียน (๒) แผนกผู้ป่วยนอก (๓) แผนกผู้ป่วยใน (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (๕) แผนกเภสัชกรรม (๖) แผนกเทคนิคการแพทย์ (๗) แผนกรังสีวิทยา (๘) ระบบรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (๙) ระบบควบคุมการติดเชื้อ (๑๐)
ระบบไฟฟ้าสำรอง (๑๑) ระบบน้ำสำรอง (๑๒) หน่วยบริการหรือระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นตามที่แจ้งไว้ในการขออนุญาต โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการตาม (๖) หรือ (๗) แต่จะต้องจัดให้มีบริการเท่าที่จำเป็นได้
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๕ ให้สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนและสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎกระทรวงว่าด้วยลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนหรือสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณี
เว้นแต่ (๑) คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นคลินิกเฉพาะทาง (๒) คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นคลินิกเฉพาะทาง (๓) คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เป็นคลินิกการแพทย์แผนไทย (๔) สถานพยาบาลเวชกรรมทั่วไป ให้เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก (๕) สถานพยาบาลเวชกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางขนาดเล็ก (๖)
สถานพยาบาลทันตกรรมทั่วไปและสถานพยาบาลทันตกรรมเฉพาะทาง ให้เป็นโรงพยาบาลทันตกรรมขนาดเล็ก (๗) สถานพยาบาลการผดุงครรภ์ ให้เป็นโรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขนาดเล็ก (๘) สถานพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรัง ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยขนาดเล็ก (๙) สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทย
ให้เป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็ก (๑๐) สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็ก
ข้อ ๑๖ สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามข้อ ๑๕ ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการให้มีลักษณะโดยทั่วไปและลักษณะการให้บริการตามกฎกระทรวงนี้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๑๗ สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามข้อ ๑๕ ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการให้มีลักษณะโดยทั่วไปและลักษณะการให้บริการ
รวมทั้งจัดให้มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการตามกฎกระทรวงนี้ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ เว้นแต่โรงพยาบาลขนาดเล็กตามข้อ ๕ (๓) มิให้นำลักษณะโดยทั่วไปตามข้อ ๖ (๒) มาใช้บังคับ แต่ทั้งนี้
มิให้โรงพยาบาลขนาดเล็กเพิ่มจำนวนเตียงรับบริการเกินกว่าที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลก่อนกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวงว่าด้วยลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕ ยังมีสาระไม่ครอบคลุมถึงสาขาการประกอบโรคศิลปะที่เพิ่มขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
ประกอบกับลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลมีการพัฒนาและมีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลเป็นไปโดยเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).