กฎกระทรวง กำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๘ (๓) และมาตรา ๓๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน” หมายความว่า สถานพยาบาลประเภทคลินิกตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล “สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน” หมายความว่า
สถานพยาบาลประเภทโรงพยาบาลตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล
หมวด ๑ เครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล ประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
ข้อ ๓ คลินิกต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ทั่วไปที่จำเป็น ในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) ตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
ซึ่งอาจจัดแยกเป็นแผนกเวชระเบียนโดยเฉพาะก็ได้ (๒) ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์อื่น (๓) เครื่องใช้ทั่วไปที่ใช้ในการตรวจรักษาและบริการ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ที่นั่งพักรอของผู้ป่วย เตียงตรวจโรค และอ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (๔)
เครื่องมืออุปกรณ์และเวชภัณฑ์สำหรับควบคุมการติดเชื้อในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ เช่น เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการทำความสะอาด หม้อต้ม หม้อนึ่ง หม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน เช่น ภาชนะบรรจุมูลฝอยทั่วไป
และภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ (๕) อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ได้แก่ ถุงบีบลมเพื่อช่วยหายใจพร้อมหน้ากากครอบช่วยการหายใจ ยาและเวชภัณฑ์อื่นที่ใช้ในการรักษาและช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินตามลักษณะของคลินิก
ข้อ ๔ คลินิกต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำคลินิกตามลักษณะของคลินิกในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) คลินิกเวชกรรมต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคและชุดให้การรักษาทั่วไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) ยาและเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็น
โดยมีจำนวนรายการและปริมาณที่เพียงพอ (ค) ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่น (ง) ในกรณีที่มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดให้โทษ ให้มีสถานที่หรือตู้เก็บที่มั่นคงและปลอดภัยมีกุญแจปิดและเปิดอย่างมีประสิทธิภาพ (จ) อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (๒) คลินิกทันตกรรมต้องจัดให้มี (ก)
ยูนิตทำฟัน ประกอบด้วยระบบให้แสงสว่าง ระบบเครื่องกรอฟัน ระบบดูดน้ำลาย ระบบน้ำบ้วนปาก และเก้าอี้คนไข้ (ข) เก้าอี้ทันตแพทย์ และเก้าอี้ผู้ช่วยทันตแพทย์ (ค) เครื่องเอกซเรย์ฟันที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ง) หม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (จ) ชุดตรวจฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ชุดศัลยกรรมช่องปาก
ชุดรักษาคลองรากฟัน ชุดรักษาโรคเหงือก ชุดทันตกรรมประดิษฐ์ เครื่องขูดหินน้ำลาย และเครื่องมืออุปกรณ์อื่นตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๓) คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคและชุดให้การรักษาทั่วไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) ชุดตรวจครรภ์ ชุดทำคลอด ชุดตรวจหลังคลอด
และเครื่องฟังเสียงหัวใจเด็กในกรณีที่มีบริการ (ค) ยาและเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็น โดยมีจำนวนรายการและปริมาณที่เพียงพอตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ง) ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่น (จ) อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (๔) คลินิกกายภาพบำบัดต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ที่ใช้ในการตรวจประเมิน
และวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เช่น โกนิโอมิเตอร์ สายวัดความยาว เครื่องวัดความดัน และหูฟัง (ข) เครื่องมือหรืออุปกรณ์กายภาพบำบัด รวมทั้งเครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๕) คลินิกเทคนิคการแพทย์ต้องจัดให้มี (ก)
เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและน้ำยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ของประเภทของการตรวจวิเคราะห์ที่ให้บริการ (ข) ตู้เย็นสำหรับเก็บรักษาสิ่งตัวอย่างและน้ำยาสำหรับการตรวจวิเคราะห์ (๖) คลินิกการแพทย์แผนไทยต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือการตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข)
ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การนวดไทยตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพในกรณีที่มีบริการ (ค) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การอบและประคบสมุนไพรตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพในกรณีที่มีบริการ (ง) ยาและเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็น โดยมีจำนวนรายการและปริมาณที่เพียงพอ (๖/๑) คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องจัดให้มี (ก)
ชุดตรวจโรคและชุดให้การรักษาทั่วไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การนวดไทยแบบราชสำนักตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ค) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การอบและประคบสมุนไพรตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพในกรณีที่มีบริการ (ง)
ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การผดุงครรภ์ไทยประยุกต์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพในกรณีที่มีบริการ (จ) ยาและเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็น โดยมีจำนวนรายการและปริมาณที่เพียงพอ (๗) คลินิกการประกอบโรคศิลปะต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาล (๘) คลินิกเฉพาะทางต้องจัดให้มี (ก) ชุดอุปกรณ์เช่นเดียวกับคลินิกลักษณะนั้น ๆ (ข) เครื่องมือ อุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์สำหรับบริการเฉพาะในสาขาที่ขออนุญาตให้บริการ (๙) สหคลินิกต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์
ยาและเวชภัณฑ์ครบถ้วนตามลักษณะของคลินิกที่ขออนุญาตให้บริการ
หมวด ๒ เครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำ สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
ข้อ ๕ โรงพยาบาลต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ทั่วไปที่จำเป็นประจำหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) เครื่องมือและเครื่องใช้ทั่วไปในแต่ละหน่วยบริการ เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ อ่างฟอกมือชนิดไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ ภาชนะบรรจุมูลฝอยทั่วไป
และภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ (๒) เครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ ที่ต้องจัดให้มีในแต่ละหน่วยบริการต้องเหมาะสมกับลักษณะการให้บริการ (๓) รถเข็นนอนและรถเข็นนั่งสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ข้อ ๖ โรงพยาบาลทั่วไปต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคทั่วไปและชุดตรวจโรคเฉพาะทาง (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง)
เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ ชุดทำแผลฉีดยา ชุดให้ยาผู้ป่วย ตู้เก็บเวชภัณฑ์ที่เหมาะสม และชุดตรวจร่างกายเบื้องต้น (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่
เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ และมีระบบเรียกพยาบาล (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉินต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคทั่วไป (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ค) เครื่องกระตุกหัวใจ (ง) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (จ) ชุดใส่ท่อหายใจ
และช่วยหายใจ (ฉ) ชุดและอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาล เช่น การล้างสารพิษ การดามกระดูกเบื้องต้น ชุดห้ามเลือด และชุดล้างท้อง (ช) ชุดรักษาฉุกเฉิน เช่น ชุดเจาะปอด ชุดเจาะคอ ชุดให้น้ำเกลือโดยทางผ่าเส้นเลือด และโคมไฟส่องเฉพาะที่ (ซ) อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (ฌ) ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างสำรอง (๕)
แผนกเภสัชกรรมต้องจัดให้มี (ก) ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่นหรือตู้ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิพร้อมเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (ข) ในกรณีที่มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือยาเสพติดให้โทษ ให้มีสถานที่หรือตู้เก็บที่มีกุญแจปิดและเปิดอย่างมีประสิทธิภาพ (ค)
อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (ง) ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์อื่น (๖) แผนกกายภาพบำบัดต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ที่ใช้ในการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เช่น โกนิโอมิเตอร์ สายวัดความยาว เครื่องวัดความดัน และหูฟัง (ข) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกายภาพบำบัด
รวมถึงเครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๗) แผนกเทคนิคการแพทย์ต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและน้ำยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ของประเภทการตรวจวิเคราะห์ที่ให้บริการ (ข) ตู้เย็นสำหรับเก็บรักษาสิ่งตัวอย่างและน้ำยาสำหรับการตรวจวิเคราะห์ (๘)
แผนกรังสีวิทยาต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์วัดและป้องกันอันตรายจากรังสี (ข) เครื่องเอกซเรย์ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ค) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างน้อยหนึ่งชุด (ง) เครื่องล้างฟิล์ม (จ) ตู้อ่านฟิล์มหรืออุปกรณ์อ่านฟิล์มระบบดิจิทัล (ฉ) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ช)
ระบบไฟสัญญาณเตือนขณะเครื่องเอกซเรย์ทำงาน (๙) แผนกผ่าตัดต้องจัดให้มี (ก) เตียงและโคมไฟผ่าตัดแบบมาตรฐานใช้ในการผ่าตัดทุกห้องที่ใช้งานผ่าตัด (ข) เครื่องดมยาสลบที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์และระบบแก๊สทางการแพทย์ซึ่งมีสัญญาณเตือนอันตรายทุกห้องที่ขออนุญาตใช้งาน (ค)
ถังออกซิเจนและเครื่องดูดเสมหะสำรองพร้อมใช้งาน (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพทุกห้อง (จ) เครื่องมือผ่าตัดที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์และเพียงพอสำหรับการผ่าตัดตามสาขาโรค (ฉ) อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (ช) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ซ)
ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างสำรอง (๑๐) แผนกสูติกรรมต้องจัดให้มี (ก) เตียงทำคลอดและโคมไฟ (ข) เตียงรอคลอดอย่างน้อยหนึ่งเตียงต่อเตียงทำคลอดหนึ่งเตียง (ค) เตียงทารกแรกเกิด (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพทุกห้อง (จ) ระบบแก๊สทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ฉ)
เครื่องมือทำคลอดจำนวนที่เพียงพอและได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ช) เครื่องตรวจสัญญาณชีพทารกในครรภ์ (ซ) อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (ฌ) อ่างอาบน้ำทารก (ญ) เครื่องชั่งน้ำหนักทารกแรกเกิด (๑๑) ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต้องจัดให้มี (ก)
ไฟสัญญาณฉุกเฉินสีน้ำเงินติดตั้งบนหลังคารถ (ข) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพประจำรถ (จ) ชุดห้ามเลือด เย็บแผล และทำแผล (๑๒) ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข)
อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง หรือหม้อนึ่งอบความดันหรือระบบฆ่าเชื้อด้วยแก๊สที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ)
ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (๑๓) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๔)
ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๑๕) ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง
โรงพยาบาลทั่วไปต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) หอผู้ป่วยหนักต้องจัดให้มี (ก) หน่วยปฏิบัติการพยาบาล (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างน้อยหนึ่งชุด
และเพิ่มขึ้นหนึ่งชุดทุก ๆ ห้าเตียง (ค) เครื่องตรวจสอบการเต้นของหัวใจอย่างน้อยหนึ่งเครื่องต่อสองเตียง (ง) เครื่องช่วยหายใจอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง และเพิ่มขึ้นหนึ่งเครื่องทุก ๆ สามเตียง (จ) เครื่องกระตุกหัวใจ (ฉ) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจครบทุกเตียง (ช) เตียงนอนแบบมาตรฐาน
ซึ่งปรับศีรษะและปลายเท้าสูงต่ำได้ (ซ) ระบบเรียกพยาบาลประจำเตียงผู้ป่วย (๒) ห้องให้การรักษาต้องจัดให้มีเตียง และอุปกรณ์ทำแผล ฉีดยา ใส่เฝือก ให้เลือด และให้น้ำเกลือ (๓) ห้องผ่าตัดเล็กต้องจัดให้มีเตียงและโคมไฟผ่าตัด ชุดเครื่องมือผ่าตัดทั่วไป ตู้เก็บอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ และระบบไฟฟ้าและแสงสว่างสำรอง (๔)
ห้องตรวจภายในและขูดมดลูกต้องจัดให้มี (ก) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ป่วยอย่างน้อยหนึ่งชุด (ข) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ โคมไฟหรืออุปกรณ์แสงสว่างเพื่อการตรวจภายใน (ค) เตียงสำหรับใช้ตรวจภายในและใช้ขูดมดลูก (ง) ชุดตรวจภายในและขูดมดลูกที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (จ)
อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (๕) ห้องทารกหลังคลอดต้องจัดให้มี (ก) เตียงทารกหลังคลอด และตู้อบทารกคลอดก่อนกำหนด (ข) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ค) อ่างอาบน้ำทารก (ง) เครื่องรักษาทารกตัวเหลืองด้วยแสง (๖) ห้องทันตกรรมต้องจัดให้มี (ก) ยูนิตทำฟัน ประกอบด้วยระบบให้แสงสว่าง
ระบบเครื่องกรอฟัน ระบบดูดน้ำลาย ระบบน้ำบ้วนปาก และเก้าอี้คนไข้ (ข) เก้าอี้ทันตแพทย์ และเก้าอี้ผู้ช่วยทันตแพทย์ (ค) เครื่องเอกซเรย์ฟันที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ง) หม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (จ) ชุดตรวจฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ชุดศัลยกรรมช่องปาก ชุดรักษาคลองรากฟัน ชุดรักษาโรคเหงือก
ชุดทันตกรรมประดิษฐ์ เครื่องขูดหินน้ำลาย และเครื่องมืออุปกรณ์อื่นตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๗) ห้องไตเทียมต้องจัดให้มี (ก) เครื่องล้างไต (ข) เครื่องผลิตน้ำสำหรับล้างไต (ค) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ง) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (จ)
เครื่องกระตุกหัวใจประจำโรงพยาบาลที่สามารถนำมาใช้ได้โดยสะดวก (๘) ห้องซักฟอกต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ซักรีด (ข) อุปกรณ์ซักฟอกผ้าติดเชื้อ (ค) ตู้เก็บเสื้อผ้า (ง) อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อต่อผู้ปฏิบัติงาน (๙) ห้องโภชนาการต้องจัดให้มี (ก) โต๊ะเตรียมอาหารที่สะอาด (ข)
อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาหารและจัดส่งอาหารที่ถูกสุขลักษณะ (ค) อุปกรณ์ระบายอากาศ เครื่องดูดควัน และอุปกรณ์ป้องกันแมลงและสัตว์รบกวน (ง) ตู้เก็บอาหารที่สะอาดและมิดชิด (จ) เครื่องแต่งกายของเจ้าหน้าที่ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร (๑๐)
ห้องพักศพที่ให้บริการเก็บศพตั้งแต่ยี่สิบสี่ชั่วโมงขึ้นไปต้องจัดให้มี (ก) ตู้เย็นสำหรับเก็บศพ (ข) รถเข็นศพ (๑๑) ยานพาหนะสำหรับให้บริการนอกโรงพยาบาลต้องมีมาตรฐาน ดังต่อไปนี้ (ก)
รถเอกซเรย์เคลื่อนที่ต้องมีเครื่องเอกซเรย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยพร้อมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากรังสีที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย และหากมีการให้บริการชันสูตรร่วมด้วย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้อนุญาตประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาล (ข)
รถทันตกรรมที่ได้มาตรฐานตามที่ผู้อนุญาตประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาล (ค) รถปฏิบัติการชันสูตรที่ได้มาตรฐานตามที่ผู้อนุญาตประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาล
ข้อ ๗ โรงพยาบาลทันตกรรมต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) ยูนิตทำฟัน ประกอบด้วยระบบให้แสงสว่าง ระบบเครื่องกรอฟัน ระบบดูดน้ำลาย ระบบน้ำบ้วนปาก และเก้าอี้คนไข้ (ข) เก้าอี้ทันตแพทย์
และเก้าอี้ผู้ช่วยทันตแพทย์ (ค) เครื่องเอกซเรย์ฟันที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ง) หม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (จ) ชุดตรวจฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ชุดศัลยกรรมช่องปาก ชุดรักษาคลองรากฟัน ชุดรักษาโรคเหงือก ชุดทันตกรรมประดิษฐ์ เครื่องขูดหินน้ำลาย
และเครื่องมืออุปกรณ์อื่นตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ ชุดให้ยาผู้ป่วย และตู้เก็บเวชภัณฑ์ (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่ เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะ
ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ และระบบเรียกพยาบาล (๔) แผนกเภสัชกรรมต้องจัดให้มี (ก) ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่นหรือตู้ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ พร้อมเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (ข) ในกรณีที่มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดให้โทษ
ให้มีสถานที่หรือตู้เก็บที่มีกุญแจปิดและเปิดอย่างมีประสิทธิภาพ (ค) อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (ง) ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์อื่น (๕) แผนกรังสีวิทยาต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์วัดและป้องกันอันตรายจากรังสี (ข) เครื่องเอกซเรย์ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ค) ชุดอุปกรณ์
ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างน้อยหนึ่งชุด (ง) เครื่องล้างฟิล์ม (จ) ตู้อ่านฟิล์มหรืออุปกรณ์อ่านฟิล์มระบบดิจิทัล (ฉ) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ช) ระบบไฟสัญญาณเตือนขณะเครื่องเอกซเรย์ทำงาน (๖) แผนกผ่าตัดต้องจัดให้มี (ก)
เตียงและโคมไฟผ่าตัดแบบมาตรฐานใช้ในการผ่าตัดประจำทุกห้องที่ใช้งานผ่าตัด (ข) เครื่องดมยาสลบที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์และระบบแก๊สทางการแพทย์ซึ่งมีสัญญาณเตือนอันตรายทุกห้องที่ขออนุญาตใช้งาน (ค) ถังออกซิเจนและเครื่องดูดเสมหะสำรองพร้อมใช้งาน (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพทุกห้อง (จ)
เครื่องมือผ่าตัดที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์และเพียงพอสำหรับการผ่าตัดตามสาขาโรค (ฉ) อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (ช) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ซ) ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างสำรอง (๗) ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต้องจัดให้มี (ก) ไฟสัญญาณฉุกเฉินสีน้ำเงินติดตั้งบนหลังคารถ (ข) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพประจำรถ (จ) ชุดห้ามเลือด เย็บแผล และทำแผล (๘)
ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง หรือหม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ)
ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (๙) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๐)
ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็น และติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๑๑) ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง
โรงพยาบาลทันตกรรมต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง โดยอนุโลม
ข้อ ๘ โรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการที่เป็นแผนกบริการประจำในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคและชุดให้การรักษาทั่วไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) ชุดตรวจครรภ์ ชุดทำคลอด ชุดตรวจหลังคลอด และเครื่องฟังเสียงหัวใจเด็ก (ค)
เตียงตรวจครรภ์ (ง) ยาและเวชภัณฑ์อื่นที่จำเป็น โดยมีจำนวนรายการและปริมาณที่เพียงพอตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (จ) ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่น (ฉ) อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (๓) แผนกผู้ป่วยใน ต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ
ชุดให้ยาผู้ป่วย และตู้เก็บเวชภัณฑ์ (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่ เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ และระบบเรียกพยาบาล (๔) แผนกสูติกรรมต้องจัดให้มี (ก) เตียงรอคลอดอย่างน้อยหนึ่งเตียงต่อเตียงทำคลอดหนึ่งเตียง (ข) เตียงทำคลอดและโคมไฟ (ค)
เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) เครื่องมือทำคลอดจำนวนที่เพียงพอและได้มาตรฐานทางการแพทย์ (จ) เครื่องตรวจครรภ์ (ฉ) เตียงทารกแรกเกิด (ช) อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (ซ) อุปกรณ์สำหรับอาบน้ำทารก (ฌ) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพที่นำมาใช้ได้โดยสะดวก (ญ)
เครื่องตรวจสัญญาณชีพทารกในครรภ์ (๕) ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต้องจัดให้มี (ก) ไฟสัญญาณฉุกเฉินสีน้ำเงินติดตั้งบนหลังคารถ (ข) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) ชุดอุปกรณ์
ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพประจำรถ (จ) ชุดห้ามเลือด เย็บแผล และทำแผล (๖) ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง หรือหม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง)
ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (๗)
ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๘) ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๙) ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น
ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง โรงพยาบาลการพยาบาลและการผดุงครรภ์ต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง
โดยอนุโลม
ข้อ ๙ โรงพยาบาลกายภาพบำบัดต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้ ชั้น หรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ที่ใช้ในการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เช่น โกนิโอมิเตอร์ สายวัดความยาว เครื่องวัดความดัน และหูฟัง (ข)
เครื่องมือหรืออุปกรณ์กายภาพบำบัด รวมทั้งเครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ ชุดให้ยาผู้ป่วย และตู้เก็บเวชภัณฑ์ที่เหมาะสม (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่
เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ และมีระบบเรียกพยาบาล (๔) ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต้องจัดให้มี (ก) ไฟสัญญาณฉุกเฉินสีน้ำเงินติดตั้งบนหลังคารถ (ข) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ค) เครื่องดูดเสมหะ
ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพประจำรถ (จ) ชุดห้ามเลือด เย็บแผล และทำแผล (๕) ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง
หรือหม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ)
รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (๖) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๗) ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๘)
ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง โรงพยาบาลกายภาพบำบัดต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้
ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง โดยอนุโลม
ข้อ ๑๐ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคงปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือการตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การนวดไทยตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ค)
ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การอบและประคบสมุนไพรตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ง) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (จ) เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ ชุดให้ยาผู้ป่วย
และตู้เก็บเวชภัณฑ์ที่เหมาะสม (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่ เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (๔) แผนกเภสัชกรรมไทยต้องจัดให้มี (ก) ตู้เก็บยาแผนไทย (ข) เครื่องชั่งตวงวัดยา (ค) อุปกรณ์ต้มยา ในกรณีที่มีบริการยาต้ม (๕) แผนกการผดุงครรภ์ไทยต้องจัดให้มี
(ก) เตียงตรวจครรภ์ (ข) ยาแผนไทยที่ใช้สำหรับการผดุงครรภ์ไทย (ค) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การผดุงครรภ์ไทยตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๖) แผนกการนวดไทยต้องจัดให้มี (ก) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การนวดไทยตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การอบและประคบสมุนไพรตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๗)
ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต้องจัดให้มี (ก) ไฟสัญญาณฉุกเฉินสีน้ำเงินติดตั้งบนหลังคารถ (ข) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ประจำรถ (๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก)
เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง หรือหม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ)
ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (๙) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๐)
ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๑๑) ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง โดยอนุโลม
ข้อ ๑๐/๑ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคงปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทั่วไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ค)
เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ ชุดทำแผล ชุดให้ยาผู้ป่วย ตู้เก็บเวชภัณฑ์ที่เหมาะสม และชุดตรวจร่างกายเบื้องต้น (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่
เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจนและอุปกรณ์ช่วยหายใจ (๔) แผนกเภสัชกรรมไทยต้องจัดให้มี (ก) ตู้เก็บยาแผนไทย (ข) เครื่องชั่งตวงวัดยา และอุปกรณ์การนับเม็ดยา (ค) อุปกรณ์ต้มยา ในกรณีที่มีบริการยาต้ม (๕) แผนการผดุงครรภ์ไทยประยุกต์ต้องจัดให้มี (ก) เตียงตรวจครรภ์ (ข)
ยาแผนไทยที่ใช้สำหรับการผดุงครรภ์ไทยประยุกต์ (ค) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การผดุงครรภ์ไทยประยุกต์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๖) แผนกหัตถเวชกรรมไทยต้องจัดให้มี (ก) ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การนวดไทยแบบราชสำนักตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ข)
ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์การอบและประคบสมุนไพรตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๗) ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและต้องจัดให้มี (ก) ไฟสัญญาณฉุกเฉินสีน้ำเงินติดตั้งบนหลังคารถ (ข) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง)
ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ประจำรถ (๘) ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง หรือหม้อนึ่งอบความดันที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว
และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของที่ใช้แล้ว (๙) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๐)
ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๑๑) ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง โดยอนุโลม
ข้อ ๑๐/๒ โรงพยาบาลผู้สูงอายุต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคทั่วไปและชุดตรวจโรคเฉพาะทาง (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง)
เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ ชุดทำแผลฉีดยา ชุดให้ยาผู้ป่วย ตู้เก็บเวชภัณฑ์ที่เหมาะสม และชุดตรวจร่างกายเบื้องต้น (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่
เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน อุปกรณ์ช่วยหายใจ และระบบเรียกพยาบาล (๔) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉินต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคทั่วไป (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ค) เครื่องกระตุกหัวใจ (ง) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (จ) ชุดใส่ท่อหายใจและช่วยหายใจ
(ฉ) ชุดและอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาล เช่น การล้างสารพิษ การดามกระดูกเบื้องต้น ชุดห้ามเลือด ชุดล้างท้อง (ช) ชุดรักษาฉุกเฉิน เช่น ชุดเจาะปอด ชุดเจาะคอ ชุดให้น้ำเกลือโดยทางผ่าเส้นเลือด โคมไฟส่องเฉพาะที่ (ซ) อ่างฟอกมือชนิดที่ไม่ใช้มือเปิดปิดน้ำ (ฌ) ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างสำรอง (๕) แผนกเภสัชกรรมต้องจัดให้มี (ก)
ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่นหรือตู้ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิพร้อมเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (ข) ในกรณีที่มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือยาเสพติดให้โทษ ให้มีสถานที่หรือตู้เก็บที่มีกุญแจปิดและเปิดอย่างมีประสิทธิภาพ (ค) อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (ง)
ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์อื่น (๖) แผนกกายภาพบำบัดต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เช่น โกนิโอมิเตอร์ สายวัดความยาว เครื่องวัดความดัน หูฟัง (ข) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกายภาพบำบัด
รวมถึงเครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ค) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือป้องกันการพลัดตกหรือหกล้ม (๗) แผนกเทคนิคการแพทย์ต้องจัดให้มี (ก)
เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและน้ำยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพของประเภทการตรวจวิเคราะห์ที่ให้บริการ (ข) ตู้เย็นสำหรับเก็บรักษาสิ่งตัวอย่างและน้ำยาสำหรับการตรวจวิเคราะห์ (๘) แผนกรังสีวิทยาต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์วัดและป้องกันอันตรายจากรังสี (ข) เครื่องเอกซเรย์ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (ค)
ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างน้อยหนึ่งชุด (ง) เครื่องล้างฟิล์ม (จ) ตู้อ่านฟิล์มหรืออุปกรณ์อ่านฟิล์มระบบดิจิทัล (ฉ) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ช) ระบบไฟสัญญาณเตือนขณะเครื่องเอกซเรย์ทำงาน (๙) แผนกอายุรศาสตร์ต้องจัดให้มี (ก)
ชุดตรวจโรคทั่วไปและเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่ใช้ในการตรวจประเมิน วินิจฉัย และการรักษาโรคหรือกลุ่มอาการผู้สูงอายุ (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง) เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (๑๐)
แผนกโภชนาการต้องจัดให้มี (ก) โต๊ะเตรียมอาหารที่สะอาด (ข) อุปกรณ์ เครื่องมือหรือเครื่องใช้ในการประกอบอาหารและจัดส่งอาหารที่ถูกสุขลักษณะ (ค) อุปกรณ์ระบายอากาศ เครื่องดูดควัน และอุปกรณ์ป้องกันแมลงและสัตว์รบกวน (ง) ตู้เก็บอาหารที่สะอาดและมิดชิด (จ) เครื่องแต่งกายของเจ้าหน้าที่ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร (๑๑)
การบริการออร์โธปิดิคส์ต้องจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่ใช้ในการตรวจประเมิน วินิจฉัย และการรักษาทางออร์โธปิดิคส์ (๑๒) การบริการจิตเวชต้องจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่ใช้ในการตรวจประเมิน วินิจฉัย และการรักษาทางจิตเวช (๑๓)
การบริการส่งเสริมสุขภาพต้องจัดให้มี (ก) เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (ข) คู่มือและเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (๑๔) การบริการทันตกรรมต้องจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่ใช้ในการตรวจประเมินหรือวินิจฉัยด้านทันตกรรม (๑๕)
ระบบดูแลและส่งต่อผู้ป่วยต้องจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับการดูแลและส่งต่อผู้ป่วย (๑๖) ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง
หรือหม้อนึ่งอบความดันหรือระบบฆ่าเชื้อด้วยแก๊สที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช)
รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (ฌ) ระบบการกำจัดขยะติดเชื้อ (๑๗) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๘) ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๑๙)
ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง โรงพยาบาลผู้สูงอายุต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้
ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง (๑) (๒) (๓) (๗) (๘) (๑๐) และ (๑๑) โดยอนุโลม
ข้อ ๑๐/๓ โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนกเวชระเบียนต้องจัดให้มีตู้หรือชั้นหรืออุปกรณ์เก็บเวชระเบียนที่มั่นคงปลอดภัย
และต้องจัดให้เป็นระเบียบสามารถค้นหาได้ง่าย หรือถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (๒) แผนกผู้ป่วยนอกต้องจัดให้มี (ก) ชุดตรวจโรคทั่วไปและชุดตรวจโรคเฉพาะทาง (ข) ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (ค) เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยหายใจ (ง)
เครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงของร่างกาย (๓) แผนกผู้ป่วยในต้องจัดให้มี (ก) อุปกรณ์ประจำหน่วยบริการ ได้แก่ ชุดอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ ชุดทำแผลฉีดยา ชุดให้ยาผู้ป่วย ตู้เก็บเวชภัณฑ์ที่เหมาะสม และชุดตรวจร่างกายเบื้องต้น (ข) อุปกรณ์ประจำเตียงและห้องผู้ป่วย ได้แก่
เตียงที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เครื่องดูดเสมหะ ออกซิเจน อุปกรณ์ช่วยหายใจ และระบบเรียกพยาบาล (๔) แผนกเภสัชกรรมต้องจัดให้มี (ก) ตู้เย็นสำหรับเก็บยาหรือเวชภัณฑ์อื่นหรือตู้ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิพร้อมเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (ข) ในกรณีที่มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือยาเสพติดให้โทษ
ให้มีสถานที่หรือตู้เก็บที่มีกุญแจปิดและเปิดอย่างมีประสิทธิภาพ (ค) อุปกรณ์การนับเม็ดยาอย่างน้อยสองชุด (ง) ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์อื่น (๕) แผนกกายภาพบำบัดต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เช่น โกนิโอมิเตอร์ สายวัดความยาว เครื่องวัดความดัน หูฟัง
(ข) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกายภาพบำบัด รวมถึงเครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (ค) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือป้องกันการพลัดตกหรือหกล้ม (๖) แผนกกิจกรรมบำบัดต้องจัดให้มี (ก)
เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด (ข) เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมบำบัด (๗) แผนกโภชนาการต้องจัดให้มี (ก) โต๊ะเตรียมอาหารที่สะอาด (ข) อุปกรณ์ เครื่องมือหรือเครื่องใช้ในการประกอบอาหารและจัดส่งอาหารที่ถูกสุขลักษณะ (ค) อุปกรณ์ระบายอากาศ เครื่องดูดควัน
และอุปกรณ์ป้องกันแมลงและสัตว์รบกวน (ง) ตู้เก็บอาหารที่สะอาดและมิดชิด (จ) เครื่องแต่งกายของเจ้าหน้าที่ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร (๘) การบริการเทคนิคการแพทย์ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๙) การบริการรังสีวิทยาต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์
ยาและเวชภัณฑ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ (๑๐) การบริการทันตกรรมต้องจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่ใช้ในการตรวจประเมินหรือวินิจฉัยด้านทันตกรรม (๑๑) ระบบดูแลและส่งต่อผู้ป่วยต้องจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับการดูแลและส่งต่อผู้ป่วย (๑๒)
ระบบควบคุมการติดเชื้อต้องจัดให้มี (ก) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด (ข) อ่างและบริเวณที่เพียงพอสำหรับล้างและเตรียมเครื่องมือ (ค) หม้อต้ม หม้อนึ่ง หรือหม้อนึ่งอบความดันหรือระบบฆ่าเชื้อด้วยแก๊สที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ (ง) ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่ปราศจากเชื้อแล้ว
และมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน (จ) ตู้เสื้อผ้าและบริเวณสำหรับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า (ฉ) อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพการปราศจากเชื้อ (ช) รถเข็นรับส่งสิ่งของสะอาด (ซ) รถเข็นรับส่งสิ่งของใช้แล้ว (ฌ) ระบบการกำจัดขยะติดเชื้อ (๑๓)
ระบบบำบัดน้ำเสียต้องจัดให้มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๔) ระบบไฟฟ้าสำรองต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีกำลังเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นและติดตั้งไฟแสงสว่างฉุกเฉินตามจุดที่จำเป็น (๑๕) ระบบน้ำสำรองต้องจัดให้มีที่เก็บกักน้ำสำรองขนาดที่เพียงพอสำหรับการใช้ที่จำเป็น
ในกรณีที่มีหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการอื่นเพิ่มเติมจากวรรคหนึ่ง โรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการเพิ่มเติมในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ วรรคสอง (๑) (๒)
(๓) (๗) (๘) (๑๐) และ (๑๑) โดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ โรงพยาบาลเฉพาะทางและโรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ และยานพาหนะเฉพาะที่จำเป็นประจำแต่ละหน่วยบริการและระบบสนับสนุนการให้บริการในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ โดยอนุโลม
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๒ สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการจัดให้มีชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้
และยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลตามกฎกระทรวงนี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๑๓ สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการจัดให้มีชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์
หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลตามกฎกระทรวงนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีการปรับปรุงการกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลตามกฎกระทรวงว่าด้วยลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕ ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์
หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลเป็นไปโดยเหมาะสมและสอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยแยกสถานพยาบาลที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและสถานพยาบาลที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ออกจากกัน
ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลดังกล่าว เป็นไปโดยเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์
หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ให้สอดคล้องกับการดำเนินการในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลและลักษณะการให้บริการของสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อแยกโรงพยาบาลผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วย และเพิ่มโรงพยาบาลส่งเสริมฟื้นฟูผู้สูงอายุ สมควรกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ
เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลดังกล่าวให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).