กฎกระทรวง การฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๘๙/๒ (๘) และมาตรา ๑๐๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “สหกรณ์” หมายความว่า สหกรณ์ประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ “ชุมนุมสหกรณ์” หมายความว่า ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์และชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ “หลักทรัพย์” หมายความว่า หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“หลักทรัพย์ของรัฐบาล” หมายความว่า หลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐบาล และให้หมายความรวมถึงหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย “หลักทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า หลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ
และให้หมายความรวมถึงหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ข้อ ๒ การที่สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์จะนำเงินไปฝากหรือไปลงทุนตามมาตรา ๖๒ ให้คำนึงถึงความมั่นคง สภาพคล่องของเงินฝากหรือหลักทรัพย์ และผลประโยชน์ตอบแทนของการฝากเงินหรือการลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงในการบริหารจัดการเป็นสำคัญ และให้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ ให้สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ฝากเงินหรือลงทุนในนิติบุคคลแต่ละแห่งได้ไม่เกินร้อยละสิบของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์นั้น เว้นแต่เป็นการฝากเงินในชุมนุมสหกรณ์ที่สหกรณ์นั้นเป็นสมาชิก
หรือเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐบาลให้สามารถฝากเงินหรือลงทุนเกินร้อยละสิบของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์นั้นได้
ข้อ ๔ การฝากเงินหรือการลงทุนดังต่อไปนี้ เมื่อนำมารวมกันแล้วต้องไม่เกินทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์นั้น รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบแผนและวงเงินการลงทุนจากที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์นั้น (๑) ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน (๒)
ซื้อหุ้นของธนาคารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์ (๓) ซื้อหุ้นของสถาบันที่ประกอบธุรกิจอันทำให้เกิดความสะดวกหรือส่งเสริมความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ (๔) ฝากหรือลงทุนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด
ข้อ ๕ สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์อาจมอบหมายให้นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการจัดการลงทุนแทนได้ โดยต้องกำหนดให้กองทุนส่วนบุคคลมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนตามมาตรา ๖๒ และให้นำความในข้อ ๓ และข้อ ๔
มาใช้บังคับแก่การลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลดังกล่าวด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ใดมีการฝากเงินหรือลงทุนในนิติบุคคลแต่ละแห่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๓ อยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ แต่มีสัญญาการฝากเงินหรือการลงทุนต่อกันไว้ ให้สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์สามารถฝากเงินหรือลงทุนในนิติบุคคลดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญา
สำหรับกรณีที่การฝากเงินหรือการลงทุนไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ให้สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ โดยสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ต้องเสนอแผนให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบและรายงานให้ที่ประชุมใหญ่ทราบเป็นประจำทุกปี
ข้อ ๗ ในกรณีที่สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ใดมีการฝากเงินหรือลงทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๔ อยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
โดยสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ต้องเสนอแผนให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบและรายงานให้ที่ประชุมใหญ่ทราบเป็นประจำทุกปี
ข้อ ๘ ในกรณีที่สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ได้มอบหมายให้นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้นำความในข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้บังคับแก่การจัดการกองทุนส่วนบุคคลดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๙/๒ (๘) และมาตรา ๑๐๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้การฝากเงินหรือการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).