พระราชบัญญัติ ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๕๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๕๑”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” หมายความว่า วิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม” หมายความว่า วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขานิวเคลียร์ สาขาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านวิทยาศาสตร์และการควบคุมมลพิษ
สาขาการผลิต การควบคุมและการจัดการสารเคมีอันตราย และสาขาการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์และการใช้จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม “ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” หมายความว่า
บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมจากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “ข้อบังคับ” หมายความว่า
ข้อบังคับของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “สมาชิก” หมายความว่า สมาชิกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “เลขาธิการ” หมายความว่า
เลขาธิการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นสมาชิกขององค์กรตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่น
และผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศหรือระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
มาตรา ๕ ให้วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับการส่งเสริม ครอบคลุมกลุ่มวิชาดังต่อไปนี้ (๑) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (๒) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (๓) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร (๔) กลุ่มวิชาสหวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใดอยู่ในกลุ่มวิชาใดตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๖ การกำหนดสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมเพิ่มเติมให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๘ ให้มีสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๙ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยการศึกษา การค้นคว้า การทดลอง การวิเคราะห์ และการวิจัย (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสเข้าเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓) ส่งเสริมความสามัคคี
และผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (๔) ควบคุมดูแลความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ (๕) ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ความรู้ และสร้างจิตสำนึกทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประชาชน
(๖) ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและปัญหาด้านวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๑๐ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) กระทำกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามมาตรา ๙ (๒) กำหนดแผนการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นที่สนใจแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓) ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (๔) พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต (๕) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดกลุ่มวิชาของวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามมาตรา ๕
และการเพิ่มเติมสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมตามมาตรา ๖ (๖) ออกข้อบังคับว่าด้วย (ก) การรับสมัครสมาชิก ค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสมาชิก (ข) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิก (ค) การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต (ง)
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๓ (จ) จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ (ฉ) การอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณ (ช) มาตรฐานการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (ซ) การฝึกอบรมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฌ) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา ๓๙ (ญ)
การประชุมของที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฎ) การเลือกตั้ง การสรรหา และการแต่งตั้งบุคคลตามมาตรา ๒๗ (ฏ) กิจการอื่นใดตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ข้อบังคับนั้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ (๗) ดำเนินกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๑๑ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจมีรายได้ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (๓) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๔)
ผลประโยชน์จากการจัดการเงินและทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๕) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) (๖) รายได้อื่น ๆ
มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๓ สมาชิกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีสามประเภท ดังนี้ (๑) สมาชิกสามัญ (๒) สมาชิกวิสามัญ (๓) สมาชิกกิตติมศักดิ์
มาตรา ๑๔ สมาชิกสามัญต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ หรือตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด (๒) มีสัญชาติไทย (๓) มีความรู้ในวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร
หรือวุฒิบัตรเทียบเท่าปริญญาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับรอง (๔) ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับ (๕)
ไม่เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับ (๖) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคตามที่กำหนดในข้อบังคับ
สมาชิกวิสามัญต้องเป็นสมาคมที่มีวัตถุประสงค์หลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยตรงหรือเกี่ยวข้องกับงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับ สมาชิกกิตติมศักดิ์ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแต่งตั้ง
มาตรา ๑๕ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก หรือมีการเลิกสมาคม (๓) คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ เนื่องจากขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ สำหรับกรณีสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ (๔)
ที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีมติเพิกถอนการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ (๕) ไม่ชำระค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง หรือค่าธรรมเนียม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามที่กำหนดในข้อบังคับ (๖) สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีมติเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๕๗
มาตรา ๑๖ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมีดังต่อไปนี้ (๑) แสดงความคิดเห็นในการประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๒) ออกเสียงลงคะแนนในการประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓) ขอให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใด
อันเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๔) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ (๕) ชำระค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในข้อบังคับ (๖) เลือก รับเลือกตั้ง หรือรับแต่งตั้งเป็นกรรมการ
สมาชิกวิสามัญหรือสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ตาม (๒) (๓) และ (๖)
มาตรา ๑๗ ให้มีการประชุมสมาชิกเป็นการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้ง การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นการประชุมใหญ่วิสามัญ
มาตรา ๑๘ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่จำเป็น สมาชิกสามัญอาจขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ ในการนี้ ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันรับคำร้องขอ
มาตรา ๑๙ ในการประชุมใหญ่สามัญและการประชุมใหญ่วิสามัญ ถ้าสมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบจำนวนสองร้อยคน และการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกตามคำร้องขอของสมาชิกให้งดประชุม แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่สมาชิกมิได้ร้องขอ
ให้เลื่อนการประชุมนั้นออกไปโดยให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งภายในสี่สิบห้าวัน และการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ไม่จำต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมครบจำนวนสองร้อยคน ผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญหรือประชุมใหญ่วิสามัญในฐานะเป็นสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของสมาชิกที่มาประชุม สมาชิกรายหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุมใหญ่สามัญและการประชุมใหญ่วิสามัญ
ให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้านายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและอุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สมาชิกที่มาประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๒๐ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจการอันพึงกระทำได้แก่ (๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายและแผนการดำเนินงานประจำปีของคณะกรรมการ (๒) พิจารณาอนุมัติงบดุลประจำปีของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓) รับรองรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการในปีที่ล่วงมา (๔)
ตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
มาตรา ๒๑ ให้มีคณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกอบด้วย (๑) นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งสมาชิกเลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการซึ่งสมาชิกเลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ จำนวนสิบสองคนและต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมอย่างน้อยหนึ่งในสาม (๓)
กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของกรรมการตาม (๑) (๒) และ (๓)
จากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนสี่คน
มาตรา ๒๒ เมื่อมีนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการตามมาตรา ๒๑ แล้ว ให้สภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการภายในสามสิบวัน และให้ถือว่าวันประชุมดังกล่าวเป็นวันเริ่มวาระของการอยู่ในตำแหน่งกรรมการ
มาตรา ๒๓ ให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเลือกกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) เพื่อดำรงตำแหน่งอุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการ และเหรัญญิก ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอำนาจให้อุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการ และเหรัญญิกพ้นจากตำแหน่งได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
มาตรา ๒๔ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (๒) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
มาตรา ๒๕ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) และ (๔) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งใหม่ นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓)
สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๕ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๔ (๕) รัฐมนตรีให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๖๒ (๖) สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย
หรือหย่อนความสามารถ (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้นำเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งตาม (๑) (๒) (๕) (๖) และ (๗) มาใช้บังคับแก่กรรมการตามมาตรา ๒๑ (๔) ด้วย
มาตรา ๒๖ เมื่อนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) หรือ (๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้มีการเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) หรือแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๔) แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
แต่ถ้าวาระของผู้นั้นเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะให้มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือกรรมการว่างลง
ไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
มาตรา ๒๗ การเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) การสรรหากรรมการตามมาตรา ๒๑ (๔) การแต่งตั้งอุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการ และเหรัญญิกตามมาตรา ๒๓ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
มาตรา ๒๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารและดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๒) กำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓)
สอดส่องดูแลการดำเนินงานของสมาชิกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจการของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๔) ออกระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การเงิน การบัญชี การดำเนินงานของสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการใด ๆ ตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ (๕)
วินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจรรยาบรรณตามมาตรา ๕๕
มาตรา ๒๙ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการ และเหรัญญิกมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอำนาจหน้าที่ (ก) เป็นผู้แทนสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก (ข)
เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ (ค) ดำเนินกิจการของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๒)
อุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามที่นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมอบหมายและเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมื่อนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโน
โลยีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ (๓) เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่ (ก) กำกับการปฏิบัติงานของสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ข) เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ค) ดำเนินการตามที่นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมอบหมาย (๔)
เหรัญญิกมีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล รับผิดชอบการบัญชี การเงินและการงบประมาณของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาจมอบหมายให้อุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ เลขาธิการ
หรือเจ้าหน้าที่ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนได้ตามที่กำหนดในข้อบังคับ
หมวด ๔ การดำเนินการของคณะกรรมการ
มาตรา ๓๐ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้อุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและอุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๓๑ สภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเข้าร่วมการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการ หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเรื่องใด ๆ ก็ได้
มาตรา ๓๒ ในการดำเนินการของคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปีให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๙ และต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสาธารณชนประกอบด้วย เสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมื่อที่ประชุมเห็นชอบแล้วจึงจะดำเนินงานได้
ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการในปีที่ล่วงมา คำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบาย พร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปีซึ่งมีผู้สอบบัญชีรับรอง เสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน
และให้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับรองแล้ว
มาตรา ๓๓ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ การประชุมของคณะอนุกรรมการให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๓๔ ให้มีสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำหน้าที่ธุรการต่าง ๆ ให้แก่คณะกรรมการและสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๓๕ ให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามมติของคณะกรรมการจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การกำหนดค่าจ้าง
และเงื่อนไขอื่นในการทำงานของหัวหน้าสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๓๖ หัวหน้าสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมรับผิดชอบงานธุรการทั่วไปของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๒) บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ในสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นตรงต่อเลขาธิการ (๓) ดูแลรักษาทะเบียนสมาชิก ทะเบียนผู้ได้รับอนุญาต
และทะเบียนอื่น ๆ ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๔) ควบคุมดูแลทรัพย์สินของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือเลขาธิการมอบหมาย
หมวด ๕ การกำหนดข้อบังคับของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๓๗ ร่างข้อบังคับจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะกรรมการหรือสมาชิกสามัญ การเสนอร่างข้อบังคับของสมาชิกจะกระทำได้เมื่อมีสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าสองร้อยคนรับรอง ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับที่มีการเสนอตามความเหมาะสมแก่กรณี
การพิจารณาร่างข้อบังคับจะเสนอเป็นวาระจรไม่ได้แต่ต้องกำหนดเป็นวาระในหนังสือนัดประชุมให้ชัดเจนและแนบร่างข้อบังคับที่เสนอไปพร้อมกันด้วย
มาตรา ๓๘ เมื่อที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีมติให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มาประชุม ให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอร่างข้อบังคับต่อสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยไม่ชักช้า
สภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาจยับยั้งร่างข้อบังคับนั้นได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลโดยแจ้งชัด ในกรณีที่มิได้ยับยั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับที่นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ
ให้ถือว่าสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น ถ้าสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียับยั้งร่างข้อบังคับใด ให้ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการยับยั้ง
ในการประชุมครั้งหลังนี้ถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมครั้งก่อน ให้ถือว่าร่างข้อบังคับนั้นได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว
หมวด ๖ การส่งเสริมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรา ๓๙ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมอาจได้รับสิทธิประโยชน์ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าศึกษาอบรมเกี่ยวกับวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดขึ้น (๒) ได้รับทุนการศึกษา การค้นคว้า การทดลอง การวิเคราะห์
และการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓) ได้รับการส่งเสริมให้เข้าร่วมประชุมและการสมัครเป็นสมาชิกองค์การวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศ (๔) สิทธิประโยชน์อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด การขอรับสิทธิประโยชน์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๔๐ เพื่อเป็นการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมเข้าศึกษาอบรมเกี่ยวกับวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเข้าศึกษาอบรม สถาบันที่จัดการศึกษาอบรม
หลักสูตร ค่าใช้จ่าย และการออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาอบรม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
หมวด ๗ การควบคุมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม
มาตรา ๔๑ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมหรือกระทำด้วยวิธีใด ๆ ที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิที่จะประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมโดยมิได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เว้นแต่เป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ในฐานะข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
มาตรา ๔๒ การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๔๓ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และถ้าขาดจากสมาชิกภาพเมื่อใดให้ใบอนุญาตของผู้นั้นสิ้นสุดลง
มาตรา ๔๔ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมให้เข้ารับการฝึกอบรมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมเพิ่มเติมตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๔๕ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๔๖ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมและบุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย มีสิทธิกล่าวหาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมซึ่งประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ โดยแจ้งเรื่องต่อสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่งสิ้นสุดลงเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมผู้กล่าวหาหรือผู้ได้รับความเสียหายรู้เรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพดังกล่าวและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด แต่ต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่มีการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
การถอนเรื่องกล่าวหาที่ได้ยื่นไว้แล้วนั้น ไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔๗ เมื่อสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับเรื่องกล่าวหาตามมาตรา ๔๖ แล้ว ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า
มาตรา ๔๘ ให้มีคณะกรรมการจรรยาบรรณ ประกอบด้วยประธานกรรมการจรรยาบรรณและกรรมการจรรยาบรรณจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งประธานกรรมการจรรยาบรรณและกรรมการจรรยาบรรณตามมติของที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากสมาชิกสามัญ
และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๔๙ คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีการกล่าวหาว่าผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ วิธีพิจารณาและวินิจฉัยของคณะกรรมการจรรยาบรรณ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๕๐ คณะกรรมการจรรยาบรรณอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการในเรื่องใดแทนคณะกรรมการจรรยาบรรณได้ การประชุมของคณะกรรมการจรรยาบรรณและคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณให้นำความในมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๕๑ การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณ ให้นำความในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๕๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจรรยาบรรณและคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ ให้กรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา
แต่ถ้าเป็นการมีคำสั่งต่อบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือผู้ซึ่งสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมอบหมาย ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้กรรมการจรรยาบรรณหรืออนุกรรมการจรรยาบรรณเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๕๓ ให้ประธานกรรมการจรรยาบรรณมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมซึ่งถูกกล่าวหาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มพิจารณา ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำหลักฐานใด ๆ
ส่งให้คณะกรรมการจรรยาบรรณหรือคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณซึ่งทำหน้าที่สอบสวนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานกรรมการจรรยาบรรณ หรือภายในเวลาที่คณะกรรมการจรรยาบรรณกำหนด
มาตรา ๕๔ คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ยกข้อกล่าวหา ในกรณีที่วินิจฉัยว่าผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมมิได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา (๒) ลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ในกรณีที่วินิจฉัยว่าผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมได้กระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา (ก) ว่ากล่าวตักเตือน (ข) ภาคทัณฑ์ (ค) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินสองปี (ง) เพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๕๕ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณวินิจฉัยชี้ขาดตามมาตรา ๕๔ (๒) อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดต่อคณะกรรมการได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย การอุทธรณ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ
คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้ทำเป็นคำสั่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาดและให้ถือเป็นที่สุด
มาตรา ๕๖ ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดกระทำด้วยวิธีใด ๆ ที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิที่จะประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้พักใช้ใบอนุญาต
มาตรา ๕๗ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๕๖ ให้คณะกรรมการมีมติเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด
มาตรา ๕๘ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะยื่นขอรับใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๕๙ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) กำกับดูแลการดำเนินงานของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (๒) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (๓) สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการก็ได้ (๔)
สั่งเป็นหนังสือให้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระงับหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมาย หรือข้อบังคับ
มาตรา ๖๐ เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๕๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา
และมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานในสำนักงานสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือในสถานที่ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมได้ในระหว่างเวลาทำการ หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอ ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๖๑ ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๖๒ เมื่อปรากฏว่าสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๕๙
หรือมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่านายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือกรรมการผู้ใดกระทำการอันผิดวัตถุประสงค์ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือกระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือกรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่รัฐมนตรีจะมีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมจำนวนห้าคนเป็นคณะกรรมการสอบสวน
คณะกรรมการสอบสวนต้องรีบทำการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ คำสั่งของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
มาตรา ๖๓ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งตามมาตรา ๖๒ ให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมเป็นกรรมการชั่วคราวแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งในวันเดียวกันกับวันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง
ให้กรรมการชั่วคราวตามวรรคหนึ่งมีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็นและดำเนินการให้มีการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการใหม่ตามมาตรา ๒๑ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการชั่วคราว เมื่อกรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว ให้กรรมการชั่วคราวซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๖๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๕๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณหรือคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณตามมาตรา ๕๒ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๖ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเป็นคณะกรรมการก่อตั้ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมคณบดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๖๗ ให้คณะกรรมการก่อตั้งตามมาตรา ๖๖ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ออกระเบียบชั่วคราวว่าด้วยการรับสมัครสมาชิกและค่าลงทะเบียนสมาชิกและดำเนินการรับสมัครสมาชิกภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง (๒) จัดทำระเบียบชั่วคราวว่าด้วยการเลือกตั้ง การสรรหา และการแต่งตั้งบุคคลตามมาตรา ๒๗ (๓)
จัดให้มีการประชุมสมาชิกภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตาม (๑) เพื่ออนุมัติระเบียบชั่วคราวตาม (๒) (๔) เลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามมาตรา ๒๑ (๑) กรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒) และสรรหากรรมการตามมาตรา ๒๑ (๔)
ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมสมาชิกอนุมัติระเบียบชั่วคราวตาม (๓) (๕) ปฏิบัติการอื่นเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการก่อตั้งพ้นจากหน้าที่ เมื่อได้มาซึ่งกรรมการตาม (๔) ครบถ้วนแล้ว
มาตรา ๖๘ ในวาระเริ่มแรก มิให้นำมาตรา ๒๔ (๑) และ (๓) มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกรรมการตามมาตรา ๒๑ (๒)
มาตรา ๖๙ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำเนินการขอรับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีข้อบังคับว่าด้วยการออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม และในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา
๔๑ มาใช้บังคับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม (๑) ใบอนุญาตฉบับละ๕,๐๐๐บาท (๒) ใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๕๐๐บาท (๓) การต่ออายุใบอนุญาตครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาต
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาและขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
แต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ สมควรจัดตั้งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นเพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและควบคุมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).