我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 หมวด ๘ บทกำหนดโทษ

มาตรา ๕๘–มาตรา ๗๔共 17 條

ส่วนที่ ๑ โทษทางปกครอง

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่จดแจ้งการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อมูล หรือรายการหลักฐานที่ได้เคยยื่นขอจดแจ้งไว้แล้วตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับทางปกครองตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่จัดทำสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกันเป็นหนังสือ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการจ้างที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และบรรดากองเชียร์หรือผู้เข้าชมการแข่งขันซึ่งนิยมชมชอบนักกีฬาอาชีพ หรือทีมของตนที่อยู่ภายในบริเวณสถานที่จัดการแข่งขัน ให้อยู่ในความเรียบร้อยตามมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ การกำหนดโทษปรับทางปกครองในส่วนนี้ และการพิจารณาลงโทษทางปกครอง ให้คณะกรรมการคำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์แห่งการกระทำความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

ส่วนที่ ๒ โทษอาญา

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่นักกีฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อให้มีการกระทำการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ตัดสินหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขัน หรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ผู้ตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขันหรือทำหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑) ไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคำสั่งของคณะกรรมการคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือ (๒) ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๔ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (ก) และ (ข) และ (๔) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการกีฬาอาชีพประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่คณะกรรมการไปพลางก่อน โดยให้รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแต่งตั้งเป็นเลขานุการ

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ ให้โอนบรรดากิจการ เงิน และทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิ และหนี้ของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารกองทุน การจัดหาผลประโยชน์ และการจัดการกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไปเป็นของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการกีฬาอาชีพตามมาตรา ๖๙ หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี ทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารกองทุนไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพที่ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มาจดแจ้งการดำเนินการต่อนายทะเบียนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างนี้มิให้นำมาตรา ๕๘ มาใช้บังคับ

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ มิให้นำความในมาตรา ๓๗ และมาตรา ๖๒ มาใช้บังคับแก่การจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพรายการที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังไม่เสร็จสิ้น

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ ให้ออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของการกีฬาแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาอาชีพที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กีฬาอาชีพเป็นกิจกรรมกีฬาที่นานาประเทศให้ความสำคัญและเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ อีกทั้งการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาอาชีพหรือกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาอาชีพ ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียง เกียรติภูมิของประเทศ แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมกีฬาอาชีพให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และกำหนดมาตรการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกีฬาอาชีพให้สอดคล้องกับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชีพในประเทศไทย และเพื่อคุ้มครองช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ ข้อ ๓ ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพพ.ศ. ๒๕๕๖ ดังต่อไปนี้ (๖) ให้ยกเลิกหมวด ๕กองทุน มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.๒๕๕๖ และให้โอนบรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิ หน้าที่รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพพ.ศ. ๒๕๕๖ ไปเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ให้สิทธิและหน้าที่ของพนักงานหรือลูกจ้างยังคงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ข้อ ๔ ให้บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกีฬามวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ในส่วนที่เกี่ยวกับกองทุนกีฬามวย และของคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพและกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพพ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนด ข้อ ๕ ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เรื่อง ความคืบหน้าและการดำเนินการเพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ และคำสั่งนี้ให้แล้วเสร็จภายในสองเดือนนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ข้อ ๖ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ ข้อ ๗ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).