มาตรา ๑๗ ให้มีสภาสถาบัน ประกอบด้วย (๑) นายกสภาสถาบัน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง (๒) อุปนายกสภาสถาบัน ได้แก่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (๓) กรรมการสภาสถาบันโดยตำแหน่ง ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา อธิการบดี และประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน (๔) กรรมการสภาสถาบันจำนวนสามคน
ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีจำนวนหนึ่งคน จากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีจำนวนหนึ่งคน และจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะจำนวนหนึ่งคน (๕) กรรมการสภาสถาบันจำนวนสามคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัย (๖)
กรรมการสภาสถาบันจำนวนสามคน ซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำของสถาบัน ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๔) และ (๕) (๗) กรรมการสภาสถาบันจำนวนหนึ่งคน ซึ่งเลือกจากผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๔) (๕) และ (๖) (๘) กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสี่คน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกสถาบัน ให้สภาสถาบันโดยคำแนะนำของอธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่ง ซึ่งมิใช่กรรมการสภาสถาบันเป็นเลขานุการสภาสถาบัน และให้ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้อุปนายกสภาสถาบันทำหน้าที่แทนนายกสภาสถาบันเมื่อนายกสภาสถาบันไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งนายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันตาม (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๑๘ นายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๑๗ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งในประเภทเดียวกันเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
นายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๑๗ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันในประเภทนั้น (๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย (๖)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๗) สภาสถาบันมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งหรือยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาสถาบันประกอบด้วยกรรมการสภาสถาบันเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้มีการดำเนินการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ในกรณีที่นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หรือยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาสถาบันอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการสภาสถาบันอื่นซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หรือได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาสถาบันอื่นขึ้นใหม่แล้ว
มาตรา ๑๙ สภาสถาบันมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของสถาบัน หน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ ให้รวมถึง (๑) วางนโยบายและแนวทางในการพัฒนาของสถาบัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ (๒) ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของสถาบันเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสถาบัน
และอาจมอบหมายให้ส่วนราชการใดในสถาบันเป็นผู้ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศสำหรับส่วนราชการนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้ (๓) พิจารณาอนุมัติหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการกำหนด (๔)
กำกับมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา (๕) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสถาบันและอธิการบดี (๖) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการดังกล่าว (๗) อนุมัติให้ปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใด
รวมทั้งการอนุมัติให้ปริญญากิตติมศักดิ์ (๘) อนุมัติการรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบและการยกเลิกการสมทบตามมาตรา ๑๒ (๙) อนุมัติการจัดการศึกษาหรือการดำเนินการวิจัยและยกเลิกการจัดการศึกษาหรือการดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นตามมาตรา ๑๓ (๑๐)
พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและพิจารณาถอดถอนนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ หรือพิจารณาให้อธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง (๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ (๑๒) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ (๑๓) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของสถาบัน (๑๔)
ออกระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงาน การเงินและทรัพย์สินของสถาบัน และการจัดหารายได้และผลประโยชน์ของสถาบัน (๑๕) พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสถาบันตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (๑๖) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ
หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาสถาบัน (๑๗) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของสถาบันตามที่อธิการบดีเสนอ
และอาจมอบหมายให้อธิการบดีปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาสถาบันได้ (๑๘) ส่งเสริม สนับสนุน และแสวงหาวิธีการ เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของสถาบัน (๑๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของสถาบันที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
มาตรา ๒๐ การประชุมสภาสถาบันให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๒๑ ให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วย อธิการบดี เป็นประธานสภาวิชาการ รองอธิการบดี ซึ่งรับผิดชอบงานด้านวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบันซึ่งสภาสถาบันแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาวิชาการ จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการประชุมสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๒๒ สภาวิชาการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาทางวิชาการของสถาบันต่อสภาสถาบัน (๒) เสนอแนะการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการต่อสภาสถาบัน (๓) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา การเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวม
และการยกเลิกหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาต่อสภาสถาบัน (๔) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบของสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นตามมาตรา ๑๒ และการจัดการศึกษาหรือการดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นตามมาตรา ๑๓ ต่อสภาสถาบัน (๕)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการดังกล่าวต่อสภาสถาบัน (๖) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาวิชาการ (๗)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาสถาบันมอบหมาย
มาตรา ๒๓ ให้มีสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ประกอบด้วย (๑) ประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ซึ่งเป็นคณาจารย์ประจำของสถาบัน และต้องไม่เป็นผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบัน (๒) รองประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน คนที่หนึ่ง ซึ่งเป็นคณาจารย์ประจำของสถาบัน
และต้องไม่เป็นผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบัน (๓) รองประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน คนที่สอง ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน และต้องไม่เป็นคณาจารย์ประจำของสถาบันหรือผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบัน (๔) กรรมการสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ซึ่งเลือกจากผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน
จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน รองประธานสภาคณาจารย์ และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน และกรรมการสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ตลอดจนการประชุมของสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๒๔ สภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบันมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในกิจการของสถาบันและการพัฒนาสถาบันต่อสภาสถาบันหรืออธิการบดี (๒) จัดทำจรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันเพื่อเสนอสภาสถาบัน และดูแลให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าว (๓)
ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานในสถาบันในการปฏิบัติหน้าที่ (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาสถาบันหรืออธิการบดีมอบหมาย
มาตรา ๒๕ ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน และให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภาสถาบันกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้
มาตรา ๒๖ อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาสถาบันจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งอธิการบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗ (๔) สภาสถาบันมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่สภาสถาบันกำหนด (๕)
สภาสถาบันมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (๖) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพราะเหตุมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๘) เป็นบุคคลล้มละลาย (๙)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ รองอธิการบดีนั้น ให้สภาสถาบันแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗ ผู้ช่วยอธิการบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในสถาบันซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๘ เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๒๗ อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี
หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภาสถาบันไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน (๒)
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภาสถาบันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๒๘ ผู้ช่วยอธิการบดี ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง
ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๒๙ อธิการบดีเป็นผู้แทนของสถาบันในกิจการทั้งปวง และโดยเฉพาะให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการและของสถาบัน รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถาบัน (๒) บริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ สถานที่
และทรัพย์สินอื่นของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการและของสถาบัน (๓) จัดทำแผนพัฒนาสถาบัน ดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถาบัน (๔) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี
รองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา และอาจารย์พิเศษ (๕) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินการและกิจการของสถาบันเพื่อเสนอต่อสภาสถาบัน (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบ
ข้อบังคับ และประกาศของสถาบัน และตามที่สภาสถาบันมอบหมาย
มาตรา ๓๐ ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุดตามหลักเกณฑ์ที่สภาสถาบันกำหนดเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือไม่มีผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้สภาสถาบันแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗ เป็นผู้รักษาราชการแทน แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
มาตรา ๓๑ ในคณะให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของคณะ และจะให้มีรองคณบดีตามจำนวนที่สภาสถาบันกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมายก็ได้ คณบดีนั้น ให้สภาสถาบันแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งและวรรคสาม
ซึ่งได้รับการสรรหาตามข้อบังคับของสถาบัน รองคณบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒ วรรคสองและวรรคสาม โดยคำแนะนำของคณบดี คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ และให้นำความในมาตรา ๒๖
วรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระของคณบดีโดยอนุโลม เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๓๒ คณบดีต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี
หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี รองคณบดีต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง
และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
คณบดีและรองคณบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๓๓ ในคณะให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย คณบดี เป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นอีกจำนวนหนึ่ง จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการอื่นตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการประจำคณะให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๓๔ คณะกรรมการประจำคณะมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำแผนพัฒนาของคณะ ให้สอดคล้องกับนโยบายของสถาบัน (๒) ออกระเบียบและข้อบังคับของคณะเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับคณะ ทั้งนี้ โดยไม่ขัดต่อระเบียบและข้อบังคับของสถาบัน รวมทั้งออกระเบียบและข้อบังคับอื่นตามที่สภาสถาบันมอบหมาย (๓)
พิจารณากำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรสำหรับคณะเสนอต่อสภาวิชาการเพื่อเสนอสภาสถาบัน (๔) จัดการวัดผล ประเมินผล และควบคุมมาตรฐานการศึกษาของคณะ (๕) ส่งเสริมงานวิจัย งานบริการวิชาการแก่สังคม และงานทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม (๖) ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของคณะ (๗)
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการประจำคณะ (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาสถาบัน สภาวิชาการ หรืออธิการบดีมอบหมาย
มาตรา ๓๕ ในกรณีที่มีการแบ่งเป็นวิทยาลัย ภาควิชา หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะ ให้มีผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาลัย
ภาควิชาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำซึ่งได้รับการสรรหาตามข้อบังคับของสถาบัน และให้อธิการบดีมีอำนาจถอดถอนผู้อำนวยการวิทยาลัย
หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาโดยคำแนะนำของคณบดี คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๓๖ ในสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของส่วนราชการนั้น
และจะให้มีรองหัวหน้าส่วนราชการตามจำนวนที่สภาสถาบันกำหนดเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่มอบหมายก็ได้ ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้สภาสถาบันแต่งตั้งจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาตามข้อบังคับของสถาบัน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๓๗ ในสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจมีคณะกรรมการประจำส่วนราชการนั้นคณะหนึ่ง องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา หน้าที่และอำนาจ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการประจำส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา ๓๘ ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ จะดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง จะรักษาราชการแทนตำแหน่งอื่นอีกหนึ่งตำแหน่งก็ได้
แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
มาตรา ๓๙ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้มีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การรักษาราชการแทน การมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน ตลอดจนการมอบอำนาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในสถาบัน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
ในกรณีที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการ หรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาราชการแทนด้วย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).