พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๕
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันพระบรมราชชนก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๒ วรรคสอง และมาตรา ๕๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๕”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของสถาบันพระบรมราชชนก ดังต่อไปนี้ (๑) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยมหาบัณฑิต”
ใช้อักษรย่อ “พท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พท.บ.” (๒) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.” (ค) ตรี
เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.” (๓) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต”
ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” (๔) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.บ.”
ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
มาตรา ๔ ครุยวิทยฐานะของสถาบันพระบรมราชชนก มีสามชั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีฟ้า เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบและมีจีบที่หัวไหล่ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะ กว้าง ๗ เซนติเมตร
และถัดจากแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะออกไปมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๑ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้าง แขนเสื้อกว้างพอประมาณและยาวระดับข้อมือ ปลายแขนปล่อย ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะ กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๔๐ เซนติเมตร
พับปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลม จำนวนสามแถบติดขวางเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๓.๕ เซนติเมตร ประดับตราสถาบันทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองลงยา สูง ๘ เซนติเมตร บนแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะด้านหน้าอกทั้งสองข้าง มีผ้าคล้องคอด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีฟ้าเช่นเดียวกับตัวเสื้อ
ขอบล่างขลิบริมด้วยแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเขียว กว้างด้านละ ๑.๕ เซนติเมตร ขอบบนทาบด้วยแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะ กว้าง ๘ เซนติเมตร ด้านในทำด้วยผ้าหรือแพรสีประจำคณะ และให้มีหมวกทรงหกเหลี่ยม ทำด้วยกำมะหยี่หรือสักหลาดสีดำ ประดับด้วยพู่สีทอง (๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต
เว้นแต่แถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีจำนวนสองแถบ (๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ไม่มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะตอนกลางแขนทั้งสองข้าง
มาตรา ๕ เข็มวิทยฐานะของสถาบันพระบรมราชชนก มีลักษณะเป็นรูปตราสถาบันทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองลงยา สูง ๔ เซนติเมตร
มาตรา ๖ ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอุปนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน ผู้บริหาร และคณาจารย์ของสถาบันพระบรมราชชนก มีดังต่อไปนี้ (๑) นายกสภาสถาบัน ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีฟ้า เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวหนือข้อเท้าพอประมาณ
หลังจีบและมีจีบที่หัวไหล่ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๙ เซนติเมตร และถัดจากแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองออกไปมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้าง แขนเสื้อกว้างพอประมาณและยาวระดับข้อมือ ปลายแขนปล่อย
มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร เย็บติดรอบปลายแขน ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๔๒ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยดิ้นสีเขียว กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร พับปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลม จำนวนสี่แถบติดขวางเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๓.๕ เซนติเมตร
ประดับตราสถาบันทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองลงยา สูง ๘ เซนติเมตร บนแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองด้านหน้าอกทั้งสองข้าง มีผ้าคล้องคอด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีฟ้าเช่นเดียวกับตัวเสื้อ ขอบล่างขลิบริมด้วยกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเขียว กว้างด้านละ ๑.๕ เซนติเมตร
ขอบบนทาบด้วยแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๘ เซนติเมตร ด้านในทำด้วยผ้าหรือแพรสีเหลือง มีพู่สีทองประดับตรงกึ่งกลางผ้าคล้องคอด้านหน้าสองเส้น และให้มีหมวกทรงหกเหลี่ยม ทำด้วยกำมะหยี่หรือสักลาดสีดำ ประดับด้วยพู่สีทอง ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภาสถาบัน
ประกอบด้วยตราสถาบันทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๔ เซนติเมตร ร้อยเรียงสลับกับดอกการบูร สูง ๔ เซนติเมตร เป็นสายสร้อย กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสถาบันทำด้วยโลหะสีทองลงยา สูง ๙ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง และมีโบทำด้วยแพรสีทองสองชั้นประดับทับสายสร้อยบนไหล่ทั้งสองข้าง (๒)
กรรมการสภาสถาบันซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอุปนายกสภาสถาบัน เช่นเดียวกับนายกสภาสถาบัน เว้นแต่โบทำด้วยแพรสีเขียวสองชั้นประดับสายสร้อยบนไหล่ทั้งสองข้าง (๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภาสถาบันซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอุปนายกสภาสถาบัน เว้นแต่โบทำด้วยแพรสีฟ้าสองชั้นประดับทับสร้อยบนไหล่ทั้งสองข้าง (๔)
กรรมการสภาสถาบัน รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เช่นเดียวกับอธิการบดี เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยและโบประดับ (๕) คณบดี ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีฟ้า เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบและมีจีบที่หัวไหล่ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด
มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๙ เซนติเมตร และถัดจากแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองออกไปมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะ กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดหน้าทั้งสองข้าง แขนเสื้อกว้างพอประมาณและยาวระดับข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีประจำคณะ กว้าง ๓ เซนติเมตร
เย็บติดรอบปลายแขน ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองกว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๔๒ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยดิ้นสีประจำคณะ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร พับปลายแถบเป็นมุมแหลมจำนวนสี่แถบติดขวางเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๓.๕ เซนติเมตร ประดับตราสถาบันทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองลงยา สูง ๘ เซนติเมตร
บนแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองด้านหน้าอกทั้งสองข้างมีผ้าคล้องคอด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีฟ้าเช่นเดียวกับตัวเสื้อ ขอบล่างขลิบริมด้วยแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเขียว กว้างด้านละ ๑.๕ เซนติเมตร ขอบบนทาบด้วยแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๘ เซนติเมตร
ด้านในทำด้วยผ้าหรือแพรสีเหลือง มีพู่สีทองประดับตรงกึ่งกลางผ้าคล้องคอด้านหน้าสองเส้น และให้มีหมวกทรงหกเหลี่ยม ทำด้วยกำมะหยี่หรือสักหลาดสีดำ ประดับด้วยพู่สีทอง (๖) รองคณบดีและผู้อำนวยการวิทยาลัย เช่นเดียวกับคณบดี เว้นแต่ให้มีพู่สีประจำคณะประดับตรงกึ่งกลางผ้าคล้องคอด้านหน้าสองเส้น (๗) คณาจารย์
เช่นเดียวกับรองคณบดีและผู้อำนวยการวิทยาลัย เว้นแต่ไม่มีพู่สีประจำคณะประดับตรงกึ่งกลางผ้าคล้องคอด้านหน้าสองเส้น
มาตรา ๗ สีประจำคณะ มีดังต่อไปนี้ (๑) คณะพยาบาลศาสตร์ สีแดง (๒) คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์สีม่วง
มาตรา ๘ ให้สถาบันพระบรมราชชนกจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับมาตรา ๕๒ วรรคสอง และมาตรา ๕๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร
และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).