พระราชบัญญัติเหรียญทวีธาภิเศก ศก ๑๒๒
มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชบัญญัติสำหรับเหรียญที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในรัตนโกสินทรศก ๑๒๒ ดังนี้ ทรงพระราชปรารภถึงรัชสมัย ซึ่งได้เสด็จดำรงศิริราชสมบัติสืบบรมราชสันตติวงษ์ นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีขึ้น ๑๕
ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง สัมฤทธิศกจุลศักราช ๑๒๓๐ มาจนถึงวันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ คิดเป็นวันนับได้ ๑๒๗๔๔ วัน ครบถ้วน ๒ เท่าจำนวนวันในรัชกาลแห่งสมเด็จพระบรมชนกมหาราชาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอภิลักขิตสมัยมหามงคลการอันหนึ่ง
ซึ่งจะได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระเดชพระคุณในสมเด็จพระบรมชนกนารถและสมโภชศิริราชสมบัติในปีนี้ตามอย่างแต่ก่อน ทรงพระราชดำริว่า ในการสมภาคาภิเศกและทวีธาภิเศกแต่ก่อนได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญที่ระลึกสำหรับสมัยมงคลพิเศษเช่นนั้นทุกครั้งมา แต่หาได้เป็นเครื่องประดับสำหรับเกียรติยศไม่
ครั้งนี้เป็นสมัยที่ได้เสด็จดำรงศิริราชสมบัติยืนนานกว่าพระเจ้าแผ่นดินในพระบรมราชวงศ์ ซึ่งได้ดำรงกรุงรัตนโกสินทรทุกพระองค์ และประจวบ ๒ เท่ารัชกาลซึ่งติดต่อกับปัจจุบันนี้ควรที่จะให้เหรียญที่ระลึกนี้เป็นเครื่องประดับด้วยพิเศษกว่าเหรียญที่ระลึกซึ่งได้สร้างมาแต่ครั้งก่อน ๆ ทรงพระราชดำริว่า ในรัชกาลที่ ๔
ได้ทรงสร้างเครื่องราชอิศริยาภรณ์ช้างเผือกสยามในรัชกาลปัจจุบันนี้ ได้ทรงสร้างเครื่องราชอิศริยาภรณ์มงกุฎสยาม เป็นเครื่องราชอิศริยาภรณ์คู่กัน ควรจะใช้สายแถบของเครื่องราชอิศริยาภรณ์ทั้ง ๒ นั้น ผสมกันเป็นแถบเดียวแต่ดวงตราในเหรียญนั้นให้คงตามแบบเหรียญสมภาคาภิเศกและเหรียญทวีธาภิเศก
ซึ่งได้เคยเป็นแบบมาแต่ก่อนแล้วเพื่อให้เป็นที่ระลึกถึงพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเป็นที่ระลึกในมงคลสมัยนี้สืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินี้ไว้สำหรับเหรียญที่ระลึกครั้งนี้ มีกำหนดข้อความดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติเหรียญทวีธาภิเศกรัชกาลที่ ๔ รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ ให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ อันเป็นวันทวีธาภิเศกตรงตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป
มาตรา ๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญที่ระลึกในการสมโภชศิริราชสมบัติในรัชสมัยถ้วน ๒ เท่ารัชสมัย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นขึ้นไว้พระราชทานนามให้เรียกว่าเหรียญทวีธาภิเศกรัชกาลที่ ๔ สัณฐานของเหรียญนั้นเป็นรูปไข่ ๒ เหรียญซ้อนกันด้านหน้ากลางรูปไข่ทั้ง ๒ นั้นเป็นรูปโล่ยาว ๒ โล่ ๆ
ข้างหน้าเป็นตราจุลมงกุฎรองพาน ๒ ชั้น โล่หลังรูปมหามงกุฎรองพานอย่างเดียวกันมีสายสังวาลย์นพรัตนราชวราภรณ์วงล้อมมีใบไชยพฤกษ์ล้อม รอบนอกมีพระแสงขรรค์กับทานพระกรไขว้กันอยู่เบื้องหลัง มีพระอุณหิศอยู่เบื้องบนเหมือนกันทั้ง ๒ หน้ารูปไข่ ด้านหลังกลางเป็นโล่มีรูปช้าง ๓ เศียร มีกิ่งพุทธรักษาล้อม ๒ ข้าง
มีพระอุณหิศอยู่เบื้องบน ภายในพระอุณหิศมีอุณาโลมอยู่เหนือโล่ มีหนังสือโดยรอบว่า “ที่ระลึกรัชกาลที่ ๕ เสมอ ๒ เท่ารัชกาลที่ ๔ รัตนโกสินทรศก ๑๒๒” เหมือนกันทั้ง ๒ หน้ารูปไข่ เหรียญหลังซ้อนทับบนเหรียญหน้า
ข้างบนมีห่วงห้อยเข้าไปรวมเป็นห่วงเดียวกันห้อยกับแพรแถบของตรามงกุฎสยามและตราช้างเผือกสยามต่อติดกันอย่างละกึ่งแถบ ให้ใช้แพรแถบตรามงกุฏสยามอยู่หน้าตราช้างเผือกสยามอยู่หลังสำหรับติดอกเสื้อข้างซ้าย และเหรียญนี้มี ๒ อย่าง คือ ทองอย่างหนึ่ง เงินอย่างหนึ่ง
มาตรา ๓ เหรียญทวีธาภิเศกนี้ สำหรับพระราชทานพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าราชการ ตลอดจนมหาดเล็กทั่วไปทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ผู้ใดสมควรจะพระราชทานชนิดใด แล้วแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระราชดำริเห็นสมควรและพระราชทาน
มาตรา ๔ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญนี้แก่ผู้ใด ถ้าเป็นฝ่ายหน้าให้ไปลงนามยศนามเดิมและตำแหน่งราชการในสมุดสารบบที่กระทรวงวัง ถ้าเป็นฝ่ายในให้ไปลงนามและตำแหน่งในสมุดสารบบที่เจ้าพนักงานฝ่ายใน แล้วจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาบดีกระทรวงวังออกประกาศนียบัตรพระราชทานให้
จึ่งจะเป็นอันนับว่าได้รับพระราชทานแท้บริบูรณ์ จะใช้เหรียญนี้ติดประดับได้สืบไปในการทั้งปวง ถ้ามิได้ไปลงนามและรับประกาศนียบัตรก่อนแล้วให้ติดใช้ได้เพียงในงานทวีธาภิเศกนี้เท่านั้น
มาตรา ๕ เหรียญทวีธาภิเศกนี้เป็นของสำหรับพระราชทานคราวเดียว เช่น เหรียญรัชฎาภิเศกเฉพาะพระราชทานแต่แก่ผู้ที่สมควรได้รับพระราชทานในรัตนโกสินทรศก ๑๒๒ ซึ่งเป็นปีทวีธาภิเศกคราวเดียวนี้เท่านั้น
มาตรา ๖ เหรียญนี้เมื่อผู้ใดได้รับพระราชทานไปแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นสิทธิแก่ผู้นั้น ๆ ล่วงลับไปแล้วไม่ต้องคืน แต่ผู้อื่นที่ได้รับต่อไปนอกจากผู้ที่ได้รับพระราชทานจะใช้ติดประดับกายไม่ได้ คงให้เก็บไว้เป็นที่ระลึกสืบไปเท่านั้น
มาตรา ๗ ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานเหรียญนี้ติดเหรียญปลอมดังผู้ที่ได้รับพระราชทานและห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอย่างต่ำแก้ไขทำเหรียญอย่างสูงติด เช่น ได้รับพระราชทานชนิดเงินเอาไปกาไหล่ทองเช่นนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
ถึงแม้ว่าเวลาที่ได้รับพระราชทานนั้นวาสนาบรรดาศักดิ์ยังต่ำอยู่จึงได้รับพระราชทานอย่างเงิน ต่อไปถึงจะได้เลื่อนยศขึ้น อย่างไรก็ดี ก็ให้คงใช้เพียงเท่าที่ได้รับพระราชทานนั้น เพราะเป็นเหรียญที่ระลึกเฉพาะคราวทวีธาภิเศกอย่างเดียวไม่ใช่สำหรับพระราชทานต่อไปอีก
มาตรา ๘ ให้กระทรวงวังและกรมพระอาลักษณ์ เป็นเจ้าหน้าที่รักษาพระราชบัญญัตินี้โดยกวดขันอย่าให้เคลื่อนคลาดไปได้ ประกาศมา ณ วันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ เป็นปีที่ ๓๖ หรือวันที่ ๑๒๗๔๔ ในรัชกาลปัจจุบันนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).