พระราชบัญญัติ ให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย พ.ศ. ๒๕๕๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย พ.ศ. ๒๕๕๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้อบทของความตกลง” หมายความว่า ข้อบทของความตกลงว่าด้วยธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Articles of Agreement of the Asian Infrastructure Investment Bank) ซึ่งรัฐบาลไทยได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ “ธนาคาร” หมายความว่า
ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชียที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบทของความตกลง
มาตรา ๔ บทบัญญัติมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ข้อบทของความตกลงมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยแล้วเป็นต้นไป ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศวันที่ข้อบทของความตกลงมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยแล้ว ในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจจัดให้มีหน่วยงานเพื่อการติดต่อระหว่างประเทศไทยกับธนาคารโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสถานที่รับฝากเงินและสินทรัพย์อื่น ๆ ของธนาคาร
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจทำการแทนรัฐบาลเพื่อถือเอาประโยชน์จากสมาชิกภาพในธนาคารตามที่กำหนดไว้ในข้อบทของความตกลง
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ว่าการและปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ว่าการสำรองของประเทศไทยในสภาผู้ว่าการของธนาคารโดยตำแหน่ง
มาตรา ๙ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานในประเทศไทยและเพื่อให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์ของธนาคาร (๑) ให้ยอมรับนับถือว่าธนาคารเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย (๒) ให้ธนาคาร ผู้ว่าการ ผู้ว่าการสำรอง กรรมการ กรรมการสำรอง ประธาน รองประธาน พนักงาน และลูกจ้างของธนาคาร
รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาซึ่งปฏิบัติงานของธนาคาร ได้รับเอกสิทธิ์ความคุ้มกัน และการยกเว้นภาษีอากร ตามที่ระบุในข้อบทของความตกลง เพียงเท่าที่รัฐบาลได้รับและใช้บทแห่งข้อบทของความตกลงนั้น ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่
หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับธนาคาร
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของตน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย] ๑. ข้อบทของความตกลงว่าด้วยธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Articles of Agreement of the Asian Infrastructure Investment Bank) ๒. คำแปลข้อบทของความตกลงว่าด้วยธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประเทศไทยตกลงจะเข้าเป็นภาคีสมาชิกข้อบทของความตกลงว่าด้วยธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Articles of Agreement of the Asian Infrastructure Investment Bank) เพื่อร่วมจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย
(Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB)) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเสริมสร้างความมั่งคั่ง และพัฒนาความเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาคเอเชียโดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและสาขาการผลิตอื่น
ตลอดจนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วนภายในภูมิภาคในการรับมือกับสิ่งท้าทายด้านการพัฒนาโดยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับองค์กรเพื่อการพัฒนาอื่น ๆ ในระดับพหุภาคีและทวิภาคี ดังนั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อผูกพันซึ่งภาคีสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามข้อบทของความตกลงดังกล่าว
อีกทั้งเพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจถือประโยชน์จากการเป็นภาคีสมาชิก จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).