หลักเกณฑ์การจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย เพื่อแก้ไขเกณฑ์การกำหนดหน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบและเพิ่มเติมข้อยกเว้นการจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มเติมเกณฑ์การจัดทำคำแปลของกฎหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ วรรคหก
แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงกำหนดหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑ แห่งหลักเกณฑ์การจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๑ ให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายฉบับใดเป็นผู้รับผิดชอบการจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนั้น สำหรับกฎหมายที่ได้รับยกเว้นการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา ๒๙
(๓) (๕) และ (๖) ให้ผู้รักษาการตามกฎหมายเป็นผู้กำหนดหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ หรือร่วมกันกำหนดในกรณีมีผู้รักษาการตามกฎหมายหลายคน หรือนายกรัฐมนตรีกำหนดกรณีไม่มีผู้รักษาการตามกฎหมาย กฎหมายที่ได้รับยกเว้นการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา ๒๙ (๑) (๒) และ (๔)
ให้ได้รับยกเว้นการจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมายใด จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพัฒนากฎหมายเพื่อขอยกเว้นเป็นกรณีไปก็ได้
ให้ผู้รักษาการตามกฎหมายหรือนายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกฎหมายและหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งไว้ในระบบกลางภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎหมายนั้นมีผลใช้บังคับ”
ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๔) ของข้อ ๒ แห่งหลักเกณฑ์การจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย “(๔) ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาปรับปรุงคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมายให้ถูกต้องและสอดคล้องกับบทบัญญัติที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม”
ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๕ และข้อ ๖ แห่งหลักเกณฑ์การจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย “ข้อ ๕ หน่วยงานของรัฐตามข้อ ๑ วรรคหนึ่ง นอกจากต้องจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมายแล้ว ต้องจัดทำคำแปลของกฎหมายนั้นด้วย ให้นำความในข้อ ๑ ข้อ ๒ (๔) และข้อ ๓ วรรคหนึ่ง
มาใช้บังคับกับการจัดทำคำแปลของกฎหมายโดยอนุโลม การจัดทำคำแปลของกฎหมายให้จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ โดยพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับรูปแบบคำแปลของกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเผยแพร่ไว้ในระบบสารสนเทศ โดยอย่างน้อยให้หน่วยงานของรัฐระบุข้อความเป็นหมายเหตุในคำแปลเพื่อให้เข้าใจว่า
คำแปลนี้ใช้เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูลกฎหมายเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้ การอ้างอิงให้ใช้ตัวบทกฎหมายที่เป็นภาษาไทยเท่านั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับความมุ่งหมายของการจัดทำคำแปลของกฎหมาย ข้อ ๖ ในวาระเริ่มแรก (๑)
การประกาศรายชื่อกฎหมายและหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการจัดทำคำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกฎหมายและคำแปลของกฎหมายตามข้อ ๑ วรรคสี่ และข้อ ๕ วรรคสอง สำหรับกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้ดำเนินการภายในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๓
และให้แจ้งผลการดำเนินการดังกล่าวให้คณะกรรมการพัฒนากฎหมายทราบด้วย (๒) การจัดทำคำแปลของกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕”
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓
นายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).