กฎกระทรวง กำหนดร่างกฎที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ พ.ศ. ๒๕๖๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ร่างกฎดังต่อไปนี้ เป็นร่างกฎที่ต้องดำเนินการตามมาตรา ๕ (๑) ร่างกฎที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต ขออนุมัติ ขอความเห็นชอบ จดทะเบียน ขึ้นทะเบียน แจ้ง ขอประทานบัตร ขออาชญาบัตร (๒) ร่างกฎที่กำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง
ในการประกอบอาชีพหรือดำรงชีวิตของประชาชน หรือในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ หรือยื่นเอกสารใด ๆ ให้หน่วยงานของรัฐ บรรดาที่มิใช่ร่างกฎตาม (๑) ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ร่างกฎที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๙
ข้อ ๓ ในวาระเริ่มแรก ร่างกฎที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในหลักการแล้วและอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ถ้ายังมิได้ดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
หรือจะส่งคืนให้หน่วยงานของรัฐที่เสนอร่างกฎนั้นไปดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน และส่งผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาก็ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้ความในมาตราดังกล่าวใช้บังคับแก่การจัดทำร่างกฎตามที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วยโดยอนุโลม
และโดยที่กฎบางประเภทมีลักษณะที่ก่อให้เกิดผลกระทบแก่สิทธิและเสรีภาพของประชาชน สมควรกำหนดให้ในการจัดทำร่างกฎที่มีลักษณะดังกล่าว หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการตามมาตรา ๕ ด้วย เช่น การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎอย่างรอบด้านและเป็นระบบ
รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นแก่ประชาชน และนำผลนั้นมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการออกกฎทุกขั้นตอน เพื่อให้กฎเหล่านั้นก่อภาระหรืออุปสรรคแก่ประชาชนเท่าที่จำเป็น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).