พระราชบัญญัติ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๖๒
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ ขึ้นไว้สำหรับพระราชทานเป็นส่วนพระองค์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ลักษณะแห่งเหรียญรัตนาภรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ในขอบวงกลมซึ่งมีรัศมี เหนือรัศมีมีเลข ๑๐ ภายใต้อุณาโลม หลังอุณาโลมมีห่วงทำด้วยทองคำสำหรับร้อยแพรแถบข้างบน มีลำดับเป็น ๕ ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ ๑ อักษรพระปรมาภิไธยทองคำฝังเพชรทั้งดวง ชั้นที่ ๒ อักษรพระปรมาภิไธยทองคำ
ลงยาสีขาว ขอบเรือนเงินประดับเพชร ชั้นที่ ๓ อักษรพระปรมาภิไธยกาไหล่ทอง ลงยาสีขาว ขอบสร่งทองคำ ชั้นที่ ๔ อักษรพระปรมาภิไธยกาไหล่ทอง ขอบสร่งเงิน ชั้นที่ ๕ อักษรพระปรมาภิไธยเงิน ขอบสร่งเงิน ให้มีแพรแถบกว้าง ๓๒ มิลลิเมตร พื้นสีเหลือง มีริ้วสีขาว ๒ ข้าง สอดร้อยห่วงเหมือนกันทั้ง ๕ ชั้น สำหรับพระราชทานสตรี
ผูกเป็นรูปแมลงปอ ใช้ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย สำหรับพระราชทานบุรุษ ไม่ผูก ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
มาตรา ๔ เหรียญนี้จะพระราชทานแก่ผู้ใด แล้วแต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร โดยมีประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญจกรประจำพระองค์เป็นสำคัญกำกับไว้ด้วย ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จะเขียนอักษรย่อไว้ท้ายชื่อ ก็ให้เขียนดังนี้ ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๑ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๑
ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๒ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๒ ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๓ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๓ ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๔ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๔ ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่ ๕ ให้เขียนว่า ว.ป.ร. ๕
มาตรา ๕ เหรียญนี้พระราชทานเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์และพระราชทานเป็นสิทธิ แม้ผู้ได้รับพระราชทานล่วงลับไปแล้วก็ให้ตกทอดแก่ทายาท เพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป หากว่าทายาทมีความปรารถนาจะเชิดชูเกียรติคุณ จะใช้แต่ดวงเหรียญร้อยสร้อยสวมคอ ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ได้
แต่จะร้อยแพรแถบเอาไปใช้ประดับไม่ได้ ถ้าผู้ได้รับพระราชทานก็ดี ทายาทก็ดี กระทำความผิดร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ อาจทรงเรียกคืนได้ ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดวงใหม่เลื่อนเป็นชั้นสูงขึ้นไป ต้องส่งเหรียญดวงเดิมคืน
มาตรา ๖ บรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเหรียญนี้อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ทุกประการ
มาตรา ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เหรียญรัตนาภรณ์ เป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์ที่เป็นเครื่องหมายในส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์อย่างหนึ่ง
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชดำริสร้างขึ้นเป็นประเดิมสำหรับพระราชทานเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท แล้วแต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก็ได้ทรงอนุโลมสร้างเหรียญรัตนาภรณ์ขึ้นพระราชทานเป็นประเพณีสืบมาทุกรัชกาล ทั้งนี้เป็นแบบอย่างอันดี
สมควรที่จะให้มีเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบันขึ้นสำหรับพระราชทานเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์ตามโบราณราชประเพณีสืบไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).