พระราชบัญญัติ โอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๕
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อประโยชน์ของรัฐในการสร้างท่าเรือน้ำลึก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๕”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ดังต่อไปนี้ (๑) แปลงที่ ๑ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๘๕ ไร่ ๑ งาน ๖๒ ตารางวา (๒) แปลงที่ ๒ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๔๓ ไร่ ๓ งาน ๘๘๖/๑๐ ตารางวา (๓) แปลงที่ ๓
ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๓๑๙ ไร่ ๓ งาน ๘๒/๑๐ ตารางวา (๔) แปลงที่ ๔ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๘ ไร่ ๑ งาน ๔๓ ตารางวา และ (๕) แปลงที่ ๕ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ๒ งาน ๑๘ ตารางวา ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีความประสงค์จะสร้างท่าเรือน้ำลึก ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินในท้องที่ดังกล่าวตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา
อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๒๑ แล้ว แต่เนื่องจากภายในแนวเขตเวนคืนตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว บางส่วน เป็นที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำนวน ๕ แปลง แปลงที่ ๑ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๘๕ ไร่ ๑ งาน ๖๒ ตารางวา แปลงที่ ๒ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๔๓ ไร่ ๓ งาน
๘๘๖/๑๐ ตารางวา แปลงที่ ๓ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๓๑๙ ไร่ ๓ งาน ๘๒/๑๐ ตารางวา แปลงที่ ๔ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๘ ไร่ ๑ งาน ๔๓ ตารางวา และแปลงที่ ๕ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ๒ งาน ๑๘ ตารางวา รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๕๗๓ ไร่ ๑๙๘/๑๐ ตารางวา
สมควรโอนที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินดังกล่าวให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและกิจการอื่นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการท่าเรือ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).