พระราชบัญญัติ โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และเงินงบประมาณของ กรุงเทพมหานคร ในส่วนที่เกี่ยวกับงานประปาของเขตบางเขน และเขตบางกะปิ ไปเป็นของการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๒๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นปีที่ ๓๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานคร เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานประปาของเขตบางเขนและเขตบางกะปิไปเป็นของการประปานครหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ในส่วนที่เกี่ยวกับงานประปาของเขตบางเขนและเขตบางกะปิ ไปเป็นของการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๒๖”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับงานประปาของกรุงเทพมหานคร เฉพาะในเขตบางเขนและเขตบางกะปิให้แก่การประปานครหลวง
มาตรา ๔ ให้โอนเงินเหลือจ่ายของเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ของกรุงเทพมหานคร เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและบริการจำหน่ายน้ำประปา การดำเนินการก่อสร้างการประปาขึ้นใหม่และการขยายกิจการประปาของเขตบางเขนและเขตบางกะปิ ไปเป็นของการประปานครหลวง ทั้งนี้
ตามที่กรุงเทพมหานครและการประปานครหลวงจะได้ตกลงกัน
มาตรา ๕ ให้โอนข้าราชการและลูกจ้างประจำของกรุงเทพมหานคร เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานประปาของเขตบางเขนและเขตบางกะปิ ตามจำนวนที่กรุงเทพมหานครและการประปานครหลวงจะได้ตกลงกัน ไปเป็นพนักงานและลูกจ้างของการประปานครหลวง โดยให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี
รวมทั้งเงินเพิ่มไม่น้อยกว่าจำนวนที่ได้รับอยู่เดิม
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กิจการประปาของกรุงเทพมหานครในเขตรอบนอก โดยเฉพาะของเขตบางเขนและเขตบางกะปิ ไม่สามารถดำเนินการให้สมประโยชน์ตามความต้องการของประชาชนในท้องที่ดังกล่าวได้ สมควรโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และเงินเหลือจ่ายของเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.
๒๕๒๐ ไปให้การประปานครหลวงรับดำเนินการต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).