พระราชบัญญัติ โอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ ไปเป็นของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นปีที่ ๕๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรโอนอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกองหนังสือเดินทาง
และฝ่ายคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ และฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ในกองกลาง ไปเป็นของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ ไปเป็นของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๑”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ และบรรดาอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกองหนังสือเดินทาง และฝ่ายคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ และฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ในกองกลาง
ไปเป็นของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือของเจ้าหน้าที่ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๔ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกองหนังสือเดินทางและฝ่ายคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ และฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ในกองกลางไปเป็นของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการจัดตั้งกรมการกงสุลขึ้นในกระทรวงการต่างประเทศ ในการนี้ สมควรโอนอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกองหนังสือเดินทาง
และฝ่ายคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ และฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ในกองกลาง ไปเป็นของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).