พระราชบัญญัติ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. ๒๕๑๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๔ ให้มีสภาทหารผ่านศึก ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นนายกสภาทหารผ่านศึก (๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่หนึ่ง (๓)
ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สอง (๔) ผู้อำนวยการ เป็นอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สาม (๕) รองผู้อำนวยการ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง (๖) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของสภากลาโหมจากทหารผ่านศึกประจำการหกคน และทหารผ่านศึกนอกประจำการเก้าคน
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมากกว่าหนึ่งคน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมคนหนึ่ง เป็นอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่หนึ่ง ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมตาม (๒) ให้ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่หนึ่ง และให้ผู้อำนวยการ
เป็นอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สอง ให้เลขานุการ อผศ. เป็นเลขาธิการของสภาทหารผ่านศึกโดยตำแหน่ง”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. ๒๕๑๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๑ ให้นายกสภาทหารผ่านศึกเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสภาทหารผ่านศึกไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่หนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้าอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่หนึ่งไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สองเป็นประธาน ถ้าอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สองไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สามเป็นประธาน
ถ้าอุปนายกสภาทหารผ่านศึกคนที่สามไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม”
มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. ๒๕๑๐ “มาตรา ๒๘/๑ ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ อผศ. ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่สภาทหารผ่านศึกกำหนด”
มาตรา ๖ ให้นายกสภาทหารผ่านศึก อุปนายกสภาทหารผ่านศึก กรรมการสภาทหารผ่านศึก และเลขาธิการสภาทหารผ่านศึกตามพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่นายกสภาทหารผ่านศึก อุปนายกสภาทหารผ่านศึก กรรมการสภาทหารผ่านศึก
และเลขาธิการสภาทหารผ่านศึกต่อไป จนกว่าจะมีสภาทหารผ่านศึกตามพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบของสภาทหารผ่านศึก
และการปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมสภาทหารผ่านศึก เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติภารกิจ และกำหนดที่มาของตำแหน่งเลขานุการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเชื่อมโยงกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขาธิการสภาทหารผ่านศึกโดยตำแหน่ง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).