มาตรา ๔๒ ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลการดำเนินกิจการขององค์การ ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การ นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี และแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การ เพื่อการนี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้องค์การชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน
หรือยับยั้งการกระทำขององค์การที่ขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การ นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี หรือแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การ ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการขององค์การได้
มาตรา ๔๓ เพื่อประโยชน์ในการประสานงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศและการดำเนินการตามมาตรา ๗ วรรคสอง รัฐมนตรีอาจจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างองค์การ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ ในกรณีที่เห็นสมควร
คณะกรรมการอาจมีมติให้องค์การจัดการประชุมร่วมตามวรรคหนึ่งได้
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๔ เมื่อพระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับแล้ว ให้ถือว่าสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) และรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกายุบเลิกสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ดำเนินการครบถ้วนตามมาตรา ๔ และมาตรา ๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวและได้มีการประกาศยุติการดำเนินการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว และให้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นอันยกเลิก
มาตรา ๔๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็นขององค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔๖ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนครตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการองค์การบริหารไนท์ซาฟารีตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการองค์การบริหารไนท์ซาฟารีตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา ๔๗ ในวาระเริ่มแรก ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนครหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนครตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การบริหารไนท์ซาฟารีตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การบริหารไนท์ซาฟารีตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา ๔๘ ให้โอนเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ไปเป็นเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานขององค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ โดยให้ดำรงตำแหน่งเดิมและได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง
รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งเคยได้รับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปพลางก่อน ทั้งนี้ จนกว่าจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง
มาตรา ๔๙ ให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างตามมาตรา ๔๘ ซึ่งประสงค์จะปฏิบัติงานในองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ต่อไป แสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เมื่อแสดงความจำนงแล้วจะถอนคืนมิได้
ในกรณีที่ไม่แสดงความจำนงภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานในองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ต่อไปและให้ดำเนินการตามมาตรา ๕๐ ภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน)
ดำเนินการคัดเลือกเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง เพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างขององค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ต่อไป โดยให้นับระยะเวลาทำงานในสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)
ของเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นระยะเวลาทำงานต่อเนื่องกับระยะเวลาทำงานในองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ด้วย
มาตรา ๕๐ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างซึ่งไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานในองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ต่อไป หรือไม่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าออกจากงานเพราะเลิกจ้างโดยมิใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง
และให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการเลิกจ้างและเงินช่วยเหลือเยียวยาตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาที่ให้แสดงความจำนงหรือวันที่ไม่ได้รับการคัดเลือก แล้วแต่กรณี
มาตรา ๕๑ ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือ มติของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้นำระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือมติของคณะกรรมการที่ออกตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๖ บรรดาที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อพระราชกฤษฎีกานี้ จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือมติของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา ๕๒ เมื่อองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่าในการจัดตั้ง ให้สำนักงาน
ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป
มาตรา ๕๓ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามบทเฉพาะกาลของพระราชกฤษฎีกานี้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้วินิจฉัยสั่งการและให้คำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ดังนั้น เพื่อให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมบนพื้นฐานทางธรรมชาติ โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์ของศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบไนท์ซาฟารีที่มีความหลากหลายและเสริมสร้างประสบการณ์ในการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูงและยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างงาน กระจายรายได้ และส่งเสริมเศรษฐกิจทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สมควรจัดตั้งองค์การบริหารไนท์ซาฟารีขึ้นเป็นองค์การมหาชนเพื่อดำเนินภารกิจดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).