ข้อ ๓
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๒ ให้ผู้มีเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืนและประสงค์จะแลกเปลี่ยนกับธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อื่น
นำเหรียญกษาปณ์ดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนกับธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อื่น
โดยยื่นคำร้องพร้อมแสดงเหตุผลและความจำเป็นตามแบบที่กรมธนารักษ์กำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ กองคลังกลาง กรมธนารักษ์ สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานคลังอำเภอ
หรือสถานที่ที่กรมธนารักษ์ประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
ธานินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกระทรวงการคลังได้จัดทำและนำออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่
เป็นเหรียญกษาปณ์ชนิดราคา ๕ บาท ๑ บาท ๕๐ สตางค์ และ ๒๕ สตางค์
เพื่อหมุนเวียนอยู่ในท้องตลาดเพียงขนาดเดียว เพื่อความสะดวกในการใช้ของประชาชนและมิให้เกิดความสับสนในการใช้เหรียญกษาปณ์
สมควรถอนคืนเหรียญกษาปณ์ชนิดทองขาวหรือโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ราคา ๕ บาท
น้ำหนัก ๑๒ กรัม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๙.๕ มิลลิเมตร และน้ำหนัก ๑๒ กรัม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๐ มิลลิเมตร และราคา ๑ บาท น้ำหนัก ๗ กรัม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๕ มิลลิเมตร และน้ำหนัก ๗.๕๐ กรัม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๗
มิลลิเมตร และเหรียญกษาปณ์ชนิดทองเหลือง ราคา ๕๐ สตางค์ น้ำหนัก ๔.๙ กรัม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๓ มิลลิเมตร และราคา ๒๕ สตางค์ น้ำหนัก ๒.๘ กรัม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐.๕ มิลลิเมตร และโดยที่มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา
พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖
บัญญัติให้การถอนคืนเหรียญกษาปณ์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปิยะธิดา/ปรับปรุง
๘ มิถุนายน
๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๑๓ ก/หน้า ๑/๓๐ มีนาคม ๒๕๓๘