กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุน
พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๘ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา หมายความว่า การสื่อสารผ่านระบบคลื่นความถี่ระบบสื่อตัวนำหรือโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการแพร่ภาพ
เสียง รวมถึงการสื่อสารในรูปแบบอื่นซึ่งครอบคลุมสื่อสารมวลชน
เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม สื่อโสตทัศน์ แบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ
หรือแหล่งการเรียนรู้ที่นำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการให้บริการทางการศึกษา
กองทุน หมายความว่า กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข้อ ๒
การขอรับการจัดสรรเงินกองทุนต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการผลิต
การวิจัยหรือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
ข้อ ๓
ผู้ใดประสงค์จะขอรับการจัดสรรเงินกองทุน
ให้ยื่นคำขอรับการจัดสรรเงินกองทุนต่อสำนักงานพร้อมแนบเอกสารหรือหลักฐาน
ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(๒) รูปถ่ายขนาด ๔ × ๖ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป
ซึ่งถ่ายครึ่งตัว หน้าตรงไม่สวมหมวก หรือแว่นตาสีเข้ม และไม่ใส่ผ้าโพกศีรษะ
เว้นแต่ผู้ซึ่งมีความจำเป็นตามศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมของศาสนาของตน
และถ่ายก่อนวันยื่นคำขอไม่เกินหกเดือน
(๓) โครงการเพื่อการผลิต การวิจัย
หรือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ
ความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
วิธีการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินงาน
และผู้รับผิดชอบโครงการ
(๔) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
กรณีผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นนิติบุคคล
ให้แนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล วัตถุประสงค์ของนิติบุคคล
ผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล พร้อมเอกสาร หรือหลักฐานตาม (๓) และ (๔)
หากผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ
ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นเป็นผู้ยื่นคำขอในนามหน่วยงานของรัฐ
โดยให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น
พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตาม (๓) และ (๔) ด้วย
ข้อ ๔
เมื่อสำนักงานได้รับคำขอรับการจัดสรรเงินกองทุนแล้ว
ให้ตรวจสอบคำขอเอกสารหรือหลักฐาน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
หากเห็นว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ
หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและครบถ้วน ทั้งนี้
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงาน
ถ้าผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ
หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องจนพ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าผู้ขอรับการจัดสรรเงินกองทุนทิ้งคำขอและให้สำนักงานจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ในกรณีที่สำนักงานตรวจสอบคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน
และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน
ให้สำนักงานเสนอคำขอต่อผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕
เพื่อพิจารณากลั่นกรองการจัดสรรเงินกองทุนต่อไป
ข้อ ๕
ในการพิจารณากลั่นกรองการจัดสรรเงินกองทุน
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลซึ่งมีความรู้และประสบการณ์สูงด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการขอรับการจัดสรรเงินกองทุน
ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองทางวิชาการและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการ
หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองทางวิชาการในแต่ละโครงการ
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๖
เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติโครงการที่สมควรได้รับการจัดสรรเงินกองทุนให้สำนักงานทำสัญญาเป็นหนังสือกับผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
การพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
และหากปรากฏหลักฐานในภายหลังว่า ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ปฏิบัติตามสัญญา
ให้คณะกรรมการเพิกถอนการอนุมัติโครงการและเรียกเงินกองทุนที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนได้รับการจัดสรรไปแล้วคืนได้
ข้อ ๗
ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนรายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนต่อสำนักงานตามแบบที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
ในกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือดำเนินการไม่เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงิน
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการระงับการจ่ายเงินงวดต่อไปไว้ก่อนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามข้อ
๖
ในกรณีที่ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนขอแก้ไขปรับปรุงโครงการ
หากการแก้ไขปรับปรุงโครงการไม่มีผลกระทบต่อสาระสำคัญของโครงการที่ได้รับอนุมัติ
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาอนุมัติการแก้ไขปรับปรุงโครงการแล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบต่อไป
ข้อ ๘
ให้สำนักงานจัดทำระบบทะเบียนผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุน
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและติดตามประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินกองทุน
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕
พงศ์เทพ เทพกาญจนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่ได้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยี
เพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตการวิจัย
และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ดังนั้น
เพื่อให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินของกองทุนดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓ ธันวาคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๓ ธันวาคม ๒๕๕๕
ภัทรวีร์/ปรับปรุง
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๑๑๒ ก/หน้า ๑๖/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).