กฎ ก
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ
ชั้นประทวน
และชั้นสัญญาบัตร
พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๑ (๒) และมาตรา ๖๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มติ ก.ตร.
ในการประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติอนุกรรมการ
ก.ตร. เกี่ยวกับตำแหน่ง ในการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.
๒๕๔๗ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ ๒
ข้าราชการตำรวจผู้ที่จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นพลตำรวจ
ชั้นประทวน และชั้นสัญญาบัตร จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจหรือหลักสูตรที่เทียบเท่า
(๒) สำเร็จหลักสูตรนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลตำรวจ
(๓) สำเร็จหลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจ
(๔) สำเร็จหลักสูตรนักศึกษาพยาบาลตำรวจ
(๕)
ผ่านการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร
(๖)
สำเร็จหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร
ตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ตร.
ในระยะเริ่มแรก
ให้ถือว่าหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่มีอยู่เดิมเป็นหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรมที่
ก.ตร. ให้ความเห็นชอบไปพลางก่อน
(๗)
มีคุณวุฒิสูงขึ้นโดยได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาตามเงื่อนไขระเบียบของทางราชการ
ข้อ ๓
การสั่งให้ข้าราชการตำรวจได้รับอัตราเงินเดือนตามข้อ ๒
ให้ได้รับเงินเดือนตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนที่ ก.พ. กำหนด
สำหรับผู้ได้รับปริญญา อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร เดียวกันด้วย
แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราที่กำหนดไว้ก็ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่หรือในขั้นที่เทียบได้ตรงกับอัตราเงินเดือนตามตารางเทียบขั้นเงินเดือนข้าราชการตำรวจ
ในระยะเริ่มแรก
ให้ถือว่าบัญชีกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับหลักสูตรการศึกษาจากสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในประเทศที่ ก.ตร. รับรองตามที่มีอยู่เดิม
เป็นอัตราเงินเดือนที่ ก.ตร. กำหนดสำหรับหลักสูตรการศึกษา ปริญญา หรือประกาศนียบัตรที่
ก.ตร. กำหนดไปพลางก่อน
ข้อ ๔
ข้าราชการตำรวจตามข้อ ๒ ผู้ที่จะได้รับอัตราเงินเดือนตาม กฎ ก.ตร. นี้
ต้องเป็นผู้ที่ไม่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนพิจารณาทางวินัย หรือถูกฟ้องคดีอาญา
หรือต้องหาว่ากระทำผิดคดีอาญา เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
หรือความผิดซึ่งถูกฟ้องหรือต้องหาอันเนื่องมากจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนพิจารณาทางวินัย
หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำผิดคดีอาญา
ซึ่งไม่เข้าข้อยกเว้นตามความในวรรคหนึ่ง
ให้รอการสั่งให้ได้รับอัตราเงินเดือนไว้จนกว่าจะทราบผลการสอบสวนพิจารณา
เมื่อผลการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุดแล้ว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าไม่มีความผิด
หรือมีความผิดแต่ถูกลงโทษไม่สูงกว่าโทษภาคทัณฑ์ มิได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ไม่มีกรณีต้องออกจากราชการตามมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘
แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ให้ดำเนินการให้ได้รับอัตราเงินเดือนสูงขึ้นได้
(๒)
ในกรณีที่ปรากฏว่ามีความผิดถูกลงโทษสูงกว่าภาคทัณฑ์แต่ไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่ถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
และไม่มีกรณีต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่นตามมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ดำเนินการให้ได้รับอัตราเงินเดือนสูงขึ้นได้เมื่อรับโทษครบกำหนดแล้ว
(๓) ในกรณีที่ปรากฏว่าได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถูกลงโทษปลดออก
หรือไล่ออก หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
หรือมีกรณีต้องออกจากราชการตามมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘
แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ให้หมดสิทธิในการได้รับอัตราเงินเดือนสูงขึ้น
ข้อ ๕
ในระยะเริ่มแรกให้ถือว่าหลักสูตรนักเรียนพลตำรวจหรือหลักสูตรที่เทียบเท่าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจหรือหลักสูตรที่เทียบเท่าตามกฎ
ก.ตร. นี้
ข้อ ๖
กรณีที่มีปัญหาว่าผู้ใดจะได้รับอัตราเงินเดือนสูงขึ้นตาม กฎ ก.ตร.
นี้หรือไม่ ให้ ก.ตร. วินิจฉัยชี้ขาด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติราชการแทน นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
ภูวนนท์/ผู้จัดทำ
๑ กันยายน ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ปณตภร/ปรับปรุง
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๒๕ ก/หน้า ๑๐/๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).