ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง
เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง
อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๕๖
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง
โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียงและนายอำเภอเมืองสุรินทร์
จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์
จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
และให้สิ้นสุดระยะเวลาการใช้บังคับเมื่อมีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสุรินทร์ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๓ ในข้อบัญญัตินี้
บริเวณที่ ๑ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณ ดังต่อไปนี้
ด้านทิศเหนือ จากหลักเขตที่ ๑
ไปทางทิศตะวันออกตามแนวลำห้วยเสนงไปจดหลักเขตที่ ๒ บริเวณสะพานคอนกรีตกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๑๔ ตอนสุรินทร์ - ช่องจอม ระยะทาง ๒,๘๐๐ เมตร
ด้านทิศตะวันออก จากหลักเขตที่ ๒
ไปทางทิศใต้ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนสุรินทร์ - ช่องจอม ไปจดหลักเขตที่ ๗
บริเวณกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนสุรินทร์ - ช่องจอม ระยะทาง ๒,๒๙๙ เมตร
ด้านทิศใต้ จากหลักเขตที่ ๗
ไปทางทิศตะวันตกตามแนวขนานทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ (ตอนเลี่ยงเมืองสุรินทร์)
ไปจดหลักเขตที่ ๘ ระยะทาง ๑,๖๓๙ เมตร
ด้านทิศตะวันตก จากหลักเขตที่ ๘
ไปทางทิศเหนือเป็นแนวตรงไปจดหลักเขตที่ ๑ บริเวณลำห้วยเสนงระยะทาง ๕๒๐ เมตร
บริเวณที่ ๒ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณ ดังต่อไปนี้
ด้านทิศเหนือ จากหลักเขตที่ ๒
บริเวณสะพานคอนกรีตกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนสุรินทร์ - ช่องจอม
ไปทางทิศตะวันออกตามแนวลำห้วยเสนงไปจดหลักเขตที่ ๓ ระยะทาง ๒,๙๐๐ เมตร
ด้านทิศตะวันออก จากหลักเขตที่ ๓ ไปทางทิศใต้ตามแนวเขตบริเวณที่ ๒
ไปจดหลักเขตที่ ๖ ระยะทาง ๑,๒๒๐ เมตร
ด้านทิศใต้ จากหลักเขตที่ ๖
ไปทางทิศตะวันตกตามแนวขนานทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ (ตอนเลี่ยงเมืองสุรินทร์)
ไปจดหลักเขตที่ ๗ บริเวณกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนสุรินทร์ - ช่องจอม
ระยะทาง ๑,๒๙๓ เมตร
ด้านทิศตะวันตก จากหลักเขตที่ ๗
ไปทางทิศเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ตอนสุรินทร์ - ช่องจอม ไปจดหลักเขตที่
๒ บริเวณกึ่งกลางสะพานคอนกรีต ระยะทาง ๒,๒๙๙ เมตร
บริเวณที่ ๓ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณ ดังต่อไปนี้
ด้านทิศเหนือ จากหลักเขตที่ ๓ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวลำห้วยเสนงไปจดหลักเขตที่
๔ ระยะทาง ๑,๐๐๐ เมตร
ด้านทิศตะวันออก จากหลักเขตที่ ๔
ไปทางทิศใต้ตามแนวลำห้วยเสนงไปจดหลักเขตที่ ๕ ระยะทาง ๗๘๐ เมตร
ด้านทิศใต้ จากหลักเขตที่ ๕
ไปทางทิศตะวันตกตามแนวขนานทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ (ตอนเลี่ยงเมืองสุรินทร์)
ไปจดหลักเขตที่ ๖ ระยะทาง ๕๕๓ เมตร
ด้านทิศตะวันตก จากหลักเขตที่ ๖ ไปทางทิศเหนือตามแนวเขตบริเวณที่ ๓
ไปจดหลักเขตที่ ๓ ระยะทาง ๑,๒๒๐ เมตร
ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๔ ภายในบริเวณที่ ๑
ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภทหรือชนิดและประเภทที่กำหนดให้ดำเนินการได้
ตามบัญชีท้ายข้อบัญญัตินี้ และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซและสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๕)
อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร
(๖) ห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว
(๗) อาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม
ข้อ ๕ ภายในบริเวณที่ ๒
ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภทหรือชนิดและประเภทที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายข้อบัญญัตินี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซและสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔)
อาคารเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดที่มีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน
๒,๐๐๐ ตารางเมตร หรือเป็นไปเพื่อการค้าหรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖)
อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร
(๗) อาคารเก็บสินค้า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันที่ใช้เป็นที่เก็บ
พัก หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม
ที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน ๘,๐๐๐ ตารางเมตร
(๘) โรงฆ่าสัตว์
(๙) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๐) โรงกำจัดขยะมูลฝอย
(๑๑) โรงซื้อขายหรือเก็บชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเก่า
ข้อ ๖ ภายในบริเวณที่ ๓
ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภทหรือชนิดและประเภทที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายข้อบัญญัตินี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซและสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔)
อาคารเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดที่มีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๒๐๐
ตารางเมตร หรือเป็นไปเพื่อการค้าหรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร
(๗) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๒ เมตร
(๘) อาคารเก็บสินค้า
อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันที่ใช้เป็นที่เก็บ พัก
หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม
ที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร
(๙) โรงฆ่าสัตว์
(๑๐) ไซโลเก็บผลผลิตทางการเกษตร
(๑๑) โรงกำจัดขยะมูลฝอย
(๑๒) โรงซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ ๗ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดไว้ตามข้อ
๓ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ
ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน ข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖
ข้อ ๘ อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๓
ก่อนหรือในวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิด
หรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน ข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖
ข้อ ๙ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อข้อบัญญัตินี้ไม่ได้
ข้อ ๑๐ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียงรักษาการตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เดล เกษอินทร์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์
จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๕๖
๒. บัญชีท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์
จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๙ มกราคม ๒๕๕๗
จุฑามาศ/ผู้ตรวจ
๒๐ กุมภาพันธ์
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๑ ง/หน้า ๖๙/๒๐ มกราคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).