กฎ ก
กฎ ก.ร.
ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการรัฐสภาสามัญ
ที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๓) และมาตรา ๔๓
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ก.ร. จึงออกกฎ ก.ร. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ร. นี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา ๓๘
วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๔๐
และข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งโอนมาบรรจุเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญตามมาตรา
๔๗ ในระหว่างที่ยังทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเวลาหกเดือนนับแต่วันได้รับการบรรจุและแต่งตั้งหรือนับแต่วันที่โอนมาบรรจุเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญ
แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป
ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
อาจขยายเวลาการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งได้ไม่เกินสามเดือน
ในระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ให้มีการพัฒนาข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อให้รู้ระเบียบแบบแผนของทางราชการและเป็นข้าราชการที่ดี
โดยให้ถือว่าระยะเวลาในการพัฒนาดังกล่าวเป็นเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย
ในกรณีลาคลอดบุตร ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน
ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือเข้ารับการเตรียมพล
ไม่ให้นับเวลาดังกล่าวเป็นเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามที่กำหนดไว้ในข้อนี้
ข้อ ๓ ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการในเรื่องการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและพัฒนาข้าราชการรัฐสภาสามัญตามกฎ
ก.ร. นี้ ให้เป็นไปตามหลักการที่ว่าการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการที่มีประสิทธิภาพ
และเพื่อให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้น
รู้ระเบียบแบบแผนของทางราชการและเป็นข้าราชการที่ดี
ข้อ ๔ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานของข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมอบหมายงานเป็นลายลักษณ์อักษรให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามข้อ
๒ ปฏิบัติ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยภารกิจ งานหรือกิจกรรมของงาน และเป้าหมายในการปฏิบัติงาน
ตามแบบที่เลขานุการ ก.ร. กำหนด รวมทั้งต้องชี้แจงให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการประพฤติตน
วิธีปฏิบัติงาน รายการประเมิน วิธีการประเมิน
และเกณฑ์การประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
รวมทั้งผลที่จะเกิดขึ้นจากการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย
ข้อ ๕ ให้ผู้บังคับบัญชาตามข้อ
๔
มอบหมายให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบแบบแผนของทางราชการและการเป็นข้าราชการที่ดี
เป็นผู้ดูแลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยมีหน้าที่สอนงาน ให้คำปรึกษาแนะนำ
ติดตามผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ และให้จัดทำบันทึกผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการทุกสามเดือน
ตามแบบที่เลขานุการ ก.ร. กำหนด
เพื่อประกอบการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ข้อ ๖ ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ถ้าย้ายไปดำรงตำแหน่งซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทเดียวกันและสายงานเดียวกัน
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปโดยให้นับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งเดิม
ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ถ้าย้ายไปดำรงตำแหน่งซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทเดียวกันแต่ต่างสายงาน
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยให้เริ่มนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนับแต่วันที่ดำรงตำแหน่งใหม่
แต่ถ้าเป็นตำแหน่งประเภทเดียวกันแม้จะต่างสายงานแต่จัดอยู่ในกลุ่มสายงานที่เกี่ยวข้องตามที่
ก.ร. กำหนด จะให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปโดยให้นับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งเดิมก็ได้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ถ้าย้ายไปดำรงตำแหน่งซึ่งเป็นตำแหน่งคนละประเภทกับตำแหน่งเดิม
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยให้เริ่มนับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนับแต่วันที่ดำรงตำแหน่งใหม่
ข้อ ๗ ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ถ้าโอนไปดำรงตำแหน่งใหม่ในต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ให้นำความในข้อ ๖
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่เป็นการโอนโดยผลของกฎหมายให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปโดยให้นับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งเดิม
ข้อ ๘ ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
และได้ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
ถ้าได้รับการบรรจุกลับเข้ารับราชการตามมาตรา ๔๖
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปโดยให้นับเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งเดิม
ข้อ ๙ การพัฒนาข้าราชการรัฐสภาสามัญที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อให้รู้ระเบียบแบบแผนของทางราชการและเป็นข้าราชการที่ดี
ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาดำเนินการในกระบวนการ ดังต่อไปนี้
(๑) การปฐมนิเทศเพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง
อำนาจหน้าที่ ผู้บริหาร และวัฒนธรรมของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา
รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
(๒)
การเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย กฎ
และระเบียบแบบแผนของทางราชการ
(๓)
การอบรมสัมมนาร่วมกันเพื่อปลูกฝังการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นข้าราชการที่ดี
ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาประเมินผลการพัฒนาตามวรรคหนึ่งเสนอต่อคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อใช้ประกอบการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ข้อ ๑๐ ให้มีการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างน้อยสองครั้ง
โดยครั้งแรกให้ประเมินเมื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมาแล้วเป็นเวลาสามเดือน และครั้งที่สองให้ประเมินเมื่อทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมาแล้วเป็นเวลาหกเดือน
ในกรณีที่มีการขยายเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ให้ประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งด้วย
ข้อ ๑๑ ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ถ้าผู้บังคับบัญชาหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามข้อ
๕
ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผู้ใดน่าจะมีผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
อาจขอให้คณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการดำเนินการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนครบกำหนดเวลาประเมินที่กำหนดไว้ตามข้อ
๒
แล้วรายงานผลการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ พิจารณาสั่งการตามข้อ ๑๕ ก็ได้
ข้อ ๑๒ การประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ให้กระทำโดยผู้บังคับบัญชาตามข้อ ๔ และคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ตามลำดับ
แล้วให้รายงานผลการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ เพื่อพิจารณาสั่งการตามข้อ ๑๕ ต่อไป
ข้อ ๑๓ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ประกอบด้วย
ประธานกรรมการ และกรรมการอีกจำนวนสองคน โดยแต่งตั้งจากข้าราชการรัฐสภาสามัญที่เกี่ยวข้องกับงานที่ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการได้รับมอบหมายตามข้อ
๔ และให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญจากหน่วยงานการเจ้าหน้าที่เป็นเลขานุการ
ข้อ ๑๔ การประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ของการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
และพฤติกรรมของผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยให้นำบันทึกผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามข้อ
๕ และผลการพัฒนาข้าราชการตามข้อ ๙ มาประกอบการประเมินด้วย
การประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในส่วนของผลสัมฤทธิ์ของการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างน้อยต้องกำหนดให้ประกอบด้วย
ความสามารถในการเรียนรู้งาน ความสามารถในการปรับใช้ความรู้กับงานในหน้าที่
และความสำเร็จของงานที่ได้รับมอบหมาย
และในส่วนของพฤติกรรมของผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
อย่างน้อยต้องกำหนดให้ประกอบด้วย ความประพฤติ ความมีคุณธรรม จริยธรรม
และการรักษาวินัย ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามแบบที่เลขานุการ ก.ร. กำหนด
คะแนนการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
และพฤติกรรมของผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้มีสัดส่วนเท่ากัน
และผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต้องได้คะแนนในแต่ละส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ
จึงจะถือว่าผ่านการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมาตรฐานที่กำหนด
ข้อ ๑๕ เมื่อได้รับรายงานผลการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามข้อ
๑๑ หรือข้อ ๑๒ แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
ดำเนินการดังนี้
(๑)
ในกรณีที่ประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนครบกำหนดเวลาประเมินและปรากฏว่าผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
แต่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ เห็นควรให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป
ให้สั่งให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป ในการนี้ ให้แสดงเหตุผลหรือความเห็นไว้ด้วย
แล้วแจ้งให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและผู้เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามกฎ
ก.ร นี้
(๒) ในกรณีที่ผลการประเมินไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
ให้มีคำสั่งให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้นรับราชการต่อไป
แล้วแจ้งให้ผู้นั้นทราบและรายงานให้ ก.ร ทราบ
(๓) ในกรณีที่ผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
แต่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
เห็นควรขยายเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ให้สั่งขยายเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการออกไปได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ วรรคสอง
ในการนี้ ให้แสดงเหตุผลหรือความเห็นไว้ด้วย แล้วแจ้งให้ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและผู้เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามกฎ
ก.ร. นี้
(๔) ในกรณีที่ผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
และผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
เห็นว่าไม่ควรให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปหรือไม่ควรขยายเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ให้มีคำสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงาน
แล้วแจ้งให้ผู้นั้นทราบและรายงานให้ ก.ร ทราบ
ในกรณีที่ครบระยะเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตาม (๑) หรือ (๓) แล้ว
ถ้าผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ มีคำสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ
โดยให้นำความใน (๔) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๖ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎ
ก.ร. นี้ ให้เลขานุการ ก.ร. กำหนดแบบเกี่ยวกับการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎ
ก.ร. นี้ และคำสั่งให้ออกจากราชการกรณีที่ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมีผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
เพื่อให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาถือปฏิบัติ
ข้อ ๑๗ ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎ
ก.ร. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ในวันที่กฎ ก.ร. นี้ใช้บังคับ
ให้คงดำเนินการให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปและประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎ
ก.ร. ดังกล่าว
ให้ไว้
ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
สมศักดิ์
เกียรติสุรนนท์
ประธานรัฐสภา
ประธาน
ก.ร.
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ร. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๓
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔
กำหนดให้ผู้ได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา
๔๐
และข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งโอนมาบรรจุเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญตามมาตรา
๔๗ ในระหว่างที่ยังทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและให้ได้รับการพัฒนาเพื่อให้รู้ระเบียบแบบแผนของทางราชการและเป็นข้าราชการที่ดี
และมีผลการประเมินการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามที่กำหนดในกฎ ก.ร. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ร. นี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๑ พฤษภาคม
๒๕๕๕
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๒๒ พฤษภาคม
๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้า ๒๕/๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).