法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดอัตราค่าภาคหลวงแร่

พ.ศ.

๒๕๕๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๐ มาตรา ๕ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่

พ.ศ. ๒๕๐๙ และมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.

๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.

๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๒๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๒๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๗ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๘ (พ.ศ. ๒๕๒๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๖) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่

พ.ศ. ๒๕๐๙

(๗) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๐ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๘) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๙) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๕ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๐) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๘ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๖) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๓๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๗) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๕ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๘) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๑๙) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒๐) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๐ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

(๒๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกตามราคาที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ

ในอัตราดังต่อไปนี้

(๑) ร้อยละสองจุดห้าของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินสามพันบาท แต่ไม่เกินเจ็ดพันห้าร้อยบาท

(๒) ร้อยละห้าของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินเจ็ดพันห้าร้อยบาท แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

(๓) ร้อยละสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท แต่ไม่เกินสามหมื่นบาท

(๔)

ร้อยละสิบห้าของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินสามหมื่นบาท

แต่ไม่เกินสี่หมื่นห้าพันบาท

(๕)

ร้อยละยี่สิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินสี่หมื่นห้าพันบาทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ตะกั่วตามราคาที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ

ในอัตราดังต่อไปนี้

(๑) ร้อยละสองของราคาแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาที่ไม่เกินแปดพันบาท

(๒) ร้อยละห้าของราคาแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาส่วนที่เกินแปดพันบาทแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นสองพันบาท

(๓) ร้อยละสิบของราคาแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นสองพันบาท แต่ไม่เกินสองหมื่นบาท

(๔)

ร้อยละสิบห้าของราคาแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาส่วนที่เกินสองหมื่นบาทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ทองคำตามราคาที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ

ในอัตราดังต่อไปนี้

(๑) ร้อยละสองจุดห้าของราคาทองคำต่อกรัม

สำหรับราคาที่ไม่เกินสี่ร้อยบาท

(๒) ร้อยละห้าของราคาทองคำต่อกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินสี่ร้อยบาท แต่ไม่เกินหกร้อยบาท

(๓) ร้อยละสิบของราคาทองคำต่อกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินหกร้อยบาท แต่ไม่เกินหนึ่งพันบาท

(๔) ร้อยละสิบห้าของราคาทองคำต่อกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทแต่ไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยบาท

(๕) ร้อยละยี่สิบของราคาทองคำต่อกรัม

สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งพันห้าร้อยบาทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ตามราคาที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ

ในอัตราดังต่อไปนี้

(๑)

ร้อยละศูนย์จุดหนึ่งของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวงสำหรับราคาที่ไม่เกินสามพันบาท

(๒) ร้อยละห้าของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง

สำหรับราคาส่วนที่เกินสามพันบาท แต่ไม่เกินสี่พันบาท

(๓)

ร้อยละสิบของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง

สำหรับราคาส่วนที่เกินสี่พันบาท แต่ไม่เกินห้าพันบาท

(๔)

ร้อยละสิบห้าของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง

สำหรับราคาส่วนที่เกินห้าพันบาท แต่ไม่เกินหกพันบาท

(๕)

ร้อยละยี่สิบของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง

สำหรับราคาส่วนที่เกินหกพันบาทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่สังกะสีตามราคาที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ

ในอัตราดังต่อไปนี้

(๑) ร้อยละสองของราคาแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาที่ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

(๒) ร้อยละห้าของราคาแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินสองหมื่นบาท

(๓) ร้อยละสิบของราคาแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาส่วนที่เกินสองหมื่นบาทแต่ไม่เกินสามหมื่นบาท

(๔)

ร้อยละสิบห้าของราคาแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน

สำหรับราคาส่วนที่เกินสามหมื่นบาทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่สำหรับแร่อื่นนอกเหนือจากข้อ

๒ ถึงข้อ ๖ ในอัตราร้อยละของราคาที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศตามที่กำหนดในบัญชีแร่และอัตราค่าภาคหลวงแร่ท้ายกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

โฆสิต

ปั้นเปี่ยมรัษฎ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีแร่และอัตราค่าภาคหลวงแร่

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าภาคหลวงแร่ใช้บังคับมานานแล้ว

ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การผลิต การซื้อขายแร่ในปัจจุบันและนโยบายของภาครัฐ

ประกอบกับอัตราค่าภาคหลวงแร่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงหลายฉบับทำให้ไม่สะดวกในการตรวจสอบและนำไปใช้ในการปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีแร่ชนิดอื่นที่ยังมิได้มีการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่

เพื่อให้การเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่เป็นระบบและเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ

สมควรปรับปรุงการกำหนดอัตราค่าภาคหลวงแร่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓๑

ตุลาคม ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๖๙ ก/หน้า ๒๒/๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_01d3d72d0fa21d0f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com