พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ตั๋วเงินคลัง
พุทธศักราช ๒๔๘๗
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๗
เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า
สมควรมีกฎหมายว่าด้วยการออกตั๋วเงินคลังและการใช้เงินตามตั๋วเงินคลัง
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติตั๋วเงินคลัง พุทธศักราช๒๔๘๗
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ เมื่อได้มีกฎหมายให้รัฐบาลกู้เงิน
โดยวิธีออกตั๋วเงินคลังให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินนั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยการออกตั๋วเงินคลัง
ในวันและตามวิธีการ ข้อกำหนด และเงื่อนไข
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๔ ตั๋วเงินคลังที่ออกตามความในมาตราก่อน
ให้ออกตามแบบต่อท้ายพระราชบัญญัตินี้
โดยให้มีข้อความว่าจะใช้เงินจำนวนที่ปรากฏในตั๋วให้แก่ผู้ถือ
หรือตามคำสั่งของบุคคลผู้มีชื่อในตั๋ว
ในวันที่กำหนดไว้ในตั๋วซึ่งต้องไม่ช้ากว่าสิบสองเดือน นับแต่วันออกตั๋ว
มาตรา ๕ บรรดาเงินที่ได้กู้มาโดยออกตั๋วเงินคลัง
ให้นำส่งสมทบเงินคงคลัง
มาตรา ๖
ให้ใช้ดอกเบี้ยสำหรับตั๋วเงินคลังตามอัตราและวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดเป็นคราว
ๆ
มาตรา ๗
ต้นเงินและดอกเบี้ยที่ต้องใช้สำหรับตั๋วเงินคลังรวมตลอดถึงค่าใช้จ่ายในการออกและจดการ
ให้จ่ายจากเงินคงคลัง หรือจากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณประจำปี
มาตรา ๘
เมื่อถึงหรือใกล้จะถึงวันต้องใช้เงินตามตั๋วเงินคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะกู้เงินเพื่อใช้เงินตามตั๋วที่กล่าวนั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้
หรือเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายในการใช้เงินที่กล่าวแล้วก็ได้ทั้งนี้
ให้กู้ได้โดยออกตั๋วเงินคลังไม่เกินจำนวนเงินที่ต้องใช้
มาตรา ๙ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นสมควรจะมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยออกและจัดการตั๋วเงินคลังแทนก็ได้
และอาจจ่ายเงินให้แก่ธนาคารเป็นค่าใช้จ่ายในการนั้นได้ ตามแต่จะตกลงกัน
บทบัญญัติในวรรคก่อน
ไม่ห้ามการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้าชื่อซื้อตั๋วเงินคลังเพื่อธนาคารเอง
มาตรา ๑๐ ตั๋วเงินคลังแต่ละฉบับมิให้ถือว่าสมบูรณ์
เว้นแต่เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ได้แต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อในตั๋วนั้นแล้ว
มาตรา ๑๑ ตั๋วเงินคลังที่ให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น
ย่อมโอนให้กันได้โดยการส่งมอบ ถ้าเป็นตั๋วที่ให้ใช้เงินตามคำสั่งย่อมโอนให้กันได้โดยการสลักหลังและส่งมอบ
มาตรา ๑๒
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยตั๋วเงิน
มาใช้บังคับแก่ตั๋วเงินคลังโดยอนุโลม
มาตรา ๑๓
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินคลังได้
มาตรา ๑๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ควง
อภัยวงศ์
นายกรัฐมนตรี
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
อัมพิกา/แก้ไข
๕/๓/๔๕
B+A (C)
ทรงยศ
สราวุฒิ
จัดทำ
๑๙ พ.ค.
๔๖
[๑] รก.๒๔๘๗/๕๖/๘๑๕/๑๐ กันยายน ๒๔๗๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).