มาตรา ๖ ให้จัดตั้งองค์การขึ้นเรียกว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียกโดยย่อว่า กกท. และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SPORTS AUTHORITY OF THAILAND เรียกโดยย่อว่า SAT และให้มีตราเครื่องหมายของ กกท.
รูปลักษณะตราเครื่องหมายตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๗ ให้ กกท. เป็นนิติบุคคล มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร
หรือจังหวัดใกล้เคียงและจะจัดตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ
ที่อื่นใดภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรก็ได้
แต่การตั้งสำนักงานสาขาภายนอกราชอาณาจักรต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๘ กกท. มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมการกีฬา
(๒) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานเกี่ยวกับการกีฬา
(๓) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และจัดทำโครงการ แผนงาน
และสถิติเกี่ยวกับการส่งเสริมการกีฬา รวมทั้งประเมินผล
(๔) จัด ช่วยเหลือ แนะนำ และร่วมมือในการจัดและดำเนินกิจกรรมกีฬา
(๕) สำรวจ จัดสร้าง และบูรณะสถานที่สำหรับการกีฬา
(๖) ติดต่อร่วมมือกับองค์การหรือสมาคมกีฬาทั้งในและนอกราชอาณาจักร
(๗) สอดส่องและกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมกีฬา
(๘) ริเริ่ม พัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการกีฬาคนพิการ
(๙) ประกอบกิจการอื่น ๆ อันเกี่ยวแก่หรือเพื่อประโยชน์ของการกีฬา
มาตรา ๙ ให้ กกท. มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ
ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง
ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ
รับจำนอง ทำการแลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ
เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักรตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๒) กู้ยืมเงินภายในและภายนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
(๓)
ให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แก่กิจการของ
กกท. ทั้งนี้
ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๐ ทุนของ กกท. ประกอบด้วย
(๑) เงินและทรัพย์สินที่โอนมาตามมาตรา ๑๓๑
(๒) เงินที่ได้จากงบประมาณแผ่นดินให้เป็นทุนหรือเพื่อดำเนินงาน
(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๔) เงินรายได้ตามมาตรา ๙๙
มาตรา ๑๑ กกท. อาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้
(๑) รายได้จากทรัพย์สินของ กกท.
(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(๓) รายได้จากการจัดการแข่งขันกีฬา
(๔) รายได้อื่น
มาตรา ๑๒ เงินสำรองของ กกท.
ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาดเงินสำรองเพื่อการไถ่ถอนหนี้สินและเงินสำรองอื่น
ๆ ตามความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
เงินสำรองธรรมดาจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๓ ทรัพย์สินของ กกท.
ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
คณะกรรมการและผู้ว่าการ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).