法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
56

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

พ.ศ.

๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑]

กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในกฎกระทรวงนี้

“น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า

น้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ แต่ไม่รวมถึงก๊าซธรรมชาติและก๊าซปิโตรเลียมเหลว

“เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง”

หมายความว่า แนวเขตของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งรวมถึงสิ่งก่อสร้าง ถัง ท่อ

และอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในแผนผังบริเวณของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

“อาคารบริการ” หมายความว่า

อาคารภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและใช้เป็นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์สำหรับยานพาหนะ

หรือใช้เพื่อการบริการหรือจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว

ก๊าซธรรมชาติ หรือสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ

และให้หมายความรวมถึงห้องน้ำห้องส้วมด้วย

“สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก”

หมายความว่า สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างฝังไว้ในพื้น

และใช้เป็นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์สำหรับยานพาหนะ

หรือใช้เพื่อการบริการหรือจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติ หรือสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ

“กำแพงกันไฟ” หมายความว่า

กำแพงทึบที่สร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟ และไม่มีช่องให้ไฟผ่านได้

“ที่ล้างรถยนต์” หมายความว่า

สถานที่ที่ใช้ล้างรถยนต์ โดยมีการใช้สะพานล้างรถยนต์ เครื่องล้างรถยนต์

หรือมีลักษณะเป็นห้องล้างรถยนต์

“สถานศึกษา” หมายความว่า

สถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

“ศาสนสถาน” หมายความว่า

วัดตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ มัสยิดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม

วัดบาทหลวงตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาทหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยามตามกฎหมาย

หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจในนิกายหรือศาสนาอื่น

“สถานพยาบาล” หมายความว่า

สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

“โบราณสถาน” หมายความว่า

โบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ

และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

“ทางสัญจร” หมายความว่า ทางหลวง

ถนนสาธารณะ ทางสาธารณะ หรือถนนส่วนบุคคล

“ทางแยก” หมายความว่า

ทางสัญจรที่มีความกว้างของถนนตั้งแต่ ๑๒.๐๐ เมตร

ขึ้นไปและมีความยาวจากจุดตัดหรือจุดบรรจบของถนนตั้งแต่ ๒๐๐.๐๐ เมตร ขึ้นไป

“ความกว้างของถนน” หมายความว่า

ระยะที่วัดจากเขตทางด้านหนึ่งไปยังเขตทางด้านตรงข้าม

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิงหรือถังน้ำมันเชื้อเพลิงต้องทำด้วยวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิงและเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงให้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของปริมาตรภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง

ให้คิดคำนวณตามปริมาตรภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง

ไม่ว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ปริมาณเท่าใดก็ตาม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ระบบไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าที่ออกตามความในมาตรา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

ภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีระยะความคลาดเคลื่อนไปจากแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบ

ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าระยะปลอดภัยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ และสัดส่วนของสิ่งก่อสร้างต่าง

ๆ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จให้มีระยะความคลาดเคลื่อนจากแบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินร้อยละห้า

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

อาคารบริการต้องสร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

ไม่มีชั้นลอยและชั้นใต้ดิน และสูงไม่เกินสองชั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากต้องสร้างด้วยวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

ไม่มีชั้นลอยสูงไม่เกินหนึ่งชั้น และมีพื้นที่ของหลังคาไม่เกิน ๕๐.๐๐ ตารางเมตร

หมวด

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ส่วนที่

ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

ต้องมีแผนผังโดยสังเขป แผนผังบริเวณและแบบก่อสร้าง ดังต่อไปนี้

(๑) แผนผังโดยสังเขป

ต้องแสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

ที่อยู่โดยรอบเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงภายในระยะไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร

ในกรณีที่แผนผังตามวรรคหนึ่งไม่สามารถแสดงถึงที่ตั้งของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงได้ให้จัดทำแผนผังในระยะที่ทำให้สามารถบ่งชี้ถึงที่ตั้งของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงได้

(๒) แผนผังบริเวณ ต้องแสดงเขตที่ดิน

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง อาคารบริการกำแพงกันไฟ

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน แนวท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

ท่อหรือรางระบายน้ำ บ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย

สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากเฉพาะ ร้านจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว

และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

แผนผังตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๒๕๐

(๓) แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) แปลนส่วนบน รูปด้าน รูปตัด และแปลนฐานราก

(ข)

รายละเอียดการก่อสร้างและการติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ตู้จ่ายนํ้ามันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ต่าง ๆ

แบบก่อสร้างตาม (ก) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๕๐

(๔) แบบก่อสร้างอาคารบริการ

ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) แปลนพื้น แปลนฐานราก แปลนโครงสร้าง

และแปลนหลังคา

(ข) รูปด้านอย่างน้อยสองด้าน รูปตัดตามขวาง

และรูปตัดตามยาว

(ค) รายละเอียดของโครงสร้างแสดงส่วนต่าง ๆ

ของอาคารบริการ

แบบก่อสร้างตาม (ก) และ (ข)

ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐

(๕) แบบก่อสร้างท่อหรือรางระบายน้ำ

และบ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) แปลนส่วนล่าง รูปตัดตามขวาง และรูปตัดตามยาว

(ข) ฝาตะแกรงปิดรางระบายน้ำ บ่อพัก

และบ่อกักไขมัน

(ค) รายละเอียดแสดงส่วนต่าง ๆ

ของท่อหรือรางระบายน้ำ และบ่อกักไขมัน หรือระบบบำบัดน้ำเสีย

แบบก่อสร้างตาม (ก) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๕๐

(๖) แบบก่อสร้างกำแพงกันไฟ

ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) แปลนพื้น แปลนฐานราก รูปด้าน และรูปตัด

(ข) รายละเอียดแสดงส่วนต่าง ๆ ของกำแพงกันไฟ

แบบก่อสร้างตาม (ก) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๒๐

(๗) ในกรณีที่มีสิ่งก่อสร้างตามข้อ ๑๓ (๒)

ต้องแสดงแบบก่อสร้างของสิ่งก่อสร้างนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

ต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง อาคารบริการ บ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย กำแพงกันไฟ

หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ แล้วแต่กรณี

ส่วนที่

ที่ตั้ง

ลักษณะ และระยะปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

ต้องมีที่ตั้ง ลักษณะ และระยะปลอดภัยภายนอก ดังต่อไปนี้

(๑)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องติดทางหลวงหรือถนนสาธารณะที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า

๑๒.๐๐ เมตร หรือติดถนนส่วนบุคคลที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

(๒)

มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะเชื่อมต่อกับทางสัญจรและต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมให้ทำเป็นทางเชื่อมเพื่อใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจอนุญาตหรือเจ้าของทางสัญจรดังกล่าว

โดยมีรูปแบบของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะได้สามรูปแบบ ดังต่อไปนี้

(ก)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะยาวไม่น้อยกว่า

๒๔.๐๐ เมตร และมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะแยกต่างหากจากกัน

ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร

และห่างกันไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร ขอบทางเลี้ยวเข้าออกต้องโค้งออก

และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑

ท้ายกฎกระทรวงนี้

(ข)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะยาวไม่น้อยกว่า

๑๙.๐๐ เมตร และมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะแยกต่างหากจากกัน

ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร

และห่างกันตั้งแต่ ๕.๐๐ เมตร แต่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

ขอบทางเลี้ยวเข้าออกต้องโค้งออก และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร

ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(ค)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะยาวไม่น้อยกว่า

๑๖.๐๐ เมตร

และมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะทางเดียวกันทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๗.๐๐ เมตร ขอบทางเลี้ยวเข้าและออกต้องโค้งออก และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๓.๐๐

เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้

การวัดระยะห่างของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะตาม

(ก) และ (ข) ให้วัดจากด้านในของขอบทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

(๓) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับทางสัญจรที่เป็นทางคู่ต้องห่างจากจุดเริ่มต้นของช่องเปิดของเกาะกลาง

ทางระบายน้ำ หรือกำแพงของทางสัญจรดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร

ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ก ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล

และเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(๔)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องไม่อยู่ตรงโค้งของทางสัญจรตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(ก) ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล

และเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น

ต้องไม่อยู่ตรงโค้งของทางหลวงซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลและรับผิดชอบของกรมทางหลวงที่มีรัศมีความโค้งน้อยกว่า

๕๐๐.๐๐ เมตร

(ข) นอกเขตพื้นที่ตาม (ก) ต้องไม่อยู่ตรงโค้งของทางสัญจรที่มีรัศมีความโค้งน้อยกว่า

๑,๐๐๐.๐๐ เมตร

(๕)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งของทางสัญจรตามที่กำหนดไว้ใน

(๔) ไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๖) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากทางแยกตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(ก) ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล

และเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับทางหลวงซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลและรับผิดชอบของกรมทางหลวงต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งของทางแยกซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันไม่น้อยกว่า

๓๐.๐๐ เมตร

(ข) นอกเขตพื้นที่ตาม (ก)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งของทางแยกซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันไม่น้อยกว่า

๕๐.๐๐ เมตร

ลักษณะตาม (ก) และ (ข)

เป็นดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๗)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องไม่อยู่ตรงโค้งตั้งของทางสัญจรที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งเกิน

๑ ต่อ ๒๕ และต้องไม่อยู่ตรงทางสัญจรที่มีความลาดชันเกิน ๑ ต่อ ๒๕

ในกรณีที่ทางสัญจรมีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งตั้งแต่

๑ ต่อ ๕๐ ถึง ๑ ต่อ

๒๕จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องไม่อยู่ตรงโค้งตั้งของทางสัญจร

และต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งตั้งของทางสัญจรตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก) ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล

และเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น

ต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งตั้งของทางสัญจรไม่น้อยกว่า ๘๐.๐๐ เมตร

(ข) นอกเขตพื้นที่ตาม (ก)

ต้องห่างจากจุดเริ่มโค้งตั้งของทางสัญจรไม่น้อยกว่า ๑๕๐.๐๐ เมตร

(๘) จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำ

หรับยานพาหนะต้องห่างจากจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเชิงลาดสะพานที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งเกิน

๑ ต่อ ๕๐ ที่อยู่ในเส้นทางเดียวกันไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร

(๙)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่ตั้งอยู่ติดทางสัญจรที่ตัดกับทางรถไฟ

ต้องห่างจากรางรถไฟที่ใกล้ที่สุดไม่น้อยกว่า ๓๐.๐๐ เมตร

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่ผ่านการพิจารณาด้านความปลอดภัยและได้รับอนุญาตให้เชื่อมทางตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงแล้ว

ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

ต้องมีลักษณะและระยะปลอดภัยภายใน ดังต่อไปนี้

(๑)

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งตามระยะห่าง ดังต่อไปนี้

(ก)

ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

๑) ไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

กรณีที่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะมีลักษณะตามข้อ ๑๒ (๒) (ก)

๒) ไม่น้อยกว่า ๗.๐๐ เมตร

กรณีที่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะมีลักษณะตามข้อ ๑๒ (๒) (ข)

๓) ไม่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

กรณีที่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะมีลักษณะตามข้อ ๑๒ (๒) (ค)

(ข) ห่างจากอาคารบริการไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร

(ค)

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย

ต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ไม่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร เว้นแต่สถานีบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงที่มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะทางเดียวกัน

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านหลังไม่น้อยกว่า

๑๒.๐๐ เมตร

(ง) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก

ต้องห่างจากเขตสถานีบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงด้านที่ไม่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เมตร หากมีระยะน้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร ต้องสร้างกำแพงกันไฟสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐

เมตร ที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านนั้น

และตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องห่างจากกำแพงกันไฟไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

เว้นแต่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะทางเดียวกัน

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านหลังไม่น้อยกว่า

๑๒.๐๐ เมตร

ในกรณีที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ติดกับที่ดินข้างเคียงที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองอยู่

หรือได้รับความยินยอมจากผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองที่ดินข้างเคียงนั้น

ระยะห่างระหว่างตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงกับเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เมตร ตามวรรคหนึ่ง ให้ลดเป็น ไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร ได้ ทั้งนี้ ระยะห่างระหว่างตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงถึงแนวเขตที่ดินข้างเคียงจะต้องไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เมตร

(๒) ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องไม่มีอาคารอื่นใดนอกจากอาคารบริการและสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก

โดยสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากต้องมีพื้นที่ของหลังคาทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

และให้มีสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการให้บริการได้ ดังต่อไปนี้

(ก) หอถังน้ำ

(ข) ที่ล้างรถยนต์

(ค) ที่ยกรถยนต์

(ง) เสาป้ายเครื่องหมายการค้า

(๓)

อาคารบริการต้องอยู่ห่างจากเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร และต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านอื่นไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐

เมตร หากมีระยะห่างน้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร ต้องสร้างกำแพงกันไฟสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐

เมตร ที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านนั้น โดยอาคารบริการด้านใดด้านหนึ่งต้องห่างจากกำแพงกันไฟไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร และด้านอื่นต้องห่างจากกำแพงกันไฟไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร ทั้งนี้

ยกเว้นอาคารบริการที่ใช้เป็นห้องน้ำห้องส้วมโดยเฉพาะ

หรือที่ใช้เป็นหลังคาคลุมตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร และต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านอื่นไม่น้อยกว่า ๒.๐๐

เมตร

ในกรณีที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ติดกับที่ดินข้างเคียงที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองอยู่

หรือได้รับความยินยอมจากผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองที่ดินข้างเคียงนั้น

ระยะห่างระหว่างอาคารบริการกับเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐

เมตร ตามวรรคหนึ่ง ให้ลดเป็นไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร ได้ ทั้งนี้

ระยะห่างระหว่างอาคารบริการถึงแนวเขตที่ดินข้างเคียงจะต้องไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร

อาคารบริการแต่ละอาคารต้องมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า

๒.๐๐ เมตร

(๔)

ในกรณีที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ติดกับด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะอยู่ตรงมุมทางหลวงหรือถนนสาธารณะที่มีความกว้างของถนนตั้งแต่

๓.๐๐ เมตร ขึ้นไป ให้ได้รับยกเว้นการสร้างกำแพงกันไฟตาม (๑) (ง) หรือ (๓) ในระยะ

๔.๐๐ เมตร จากมุมทางหลวงหรือถนนสาธารณะนั้น

(๕)

ที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกอาคารบริการ

ขอบที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์ด้านหนึ่งต้องห่างจากเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร

และต้องห่างจากกำแพงกันไฟหรือเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านใดด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร

และด้านที่เหลือต้องห่างจากกำแพงกันไฟหรือเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๒.๐๐ เมตร แต่ถ้าระยะห่างระหว่างขอบที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์กับเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ไม่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะน้อยกว่า

๑๐.๐๐ เมตร โดยวัดจากศูนย์กลางของที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์

ต้องสร้างกำแพงกันไฟสูงไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร และยาวออกไปข้างละไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐

เมตร ที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านนั้น

ในกรณีที่ที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์อยู่ในอาคารหรือมีอุปกรณ์สำหรับป้องกันละอองน้ำอย่างถาวรและอาคารหรืออุปกรณ์สำหรับป้องกันละอองน้ำดังกล่าวอยู่ติดกับเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านใด

ให้ด้านนั้นได้รับยกเว้นการสร้างกำแพงกันไฟตามวรรคหนึ่ง

(๖)

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต้องมีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินที่มีความจุไม่น้อยกว่า

๔,๐๐๐ ลิตร สำหรับเก็บน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว

(๗)

หอถังนํ้าและเสาป้ายเครื่องหมายการค้าต้องห่างจากอาคารบริการไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร

(๘)

สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากต้องห่างจากอาคารบริการไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร

และต้องห่างจากถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

ท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง

และท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร

(๙)

กำแพงกันไฟด้านที่อยู่ติดกับที่ดินของเจ้าของเดียวกันจะทำเป็นประตูโลหะทึบชนิดบานเลื่อนเพื่อเป็นทางเข้าออกก็ได้

แต่ประตูดังกล่าวต้องกว้างไม่เกิน ๕.๐๐ เมตร และมีได้หนึ่งประตู

และต้องปิดประตูตลอดเวลา เว้นแต่กรณีที่มีการเข้าออก

(๑๐) ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจัดให้มีท่อหรือรางระบายน้ำโดยรอบในกรณีที่เป็นท่อระบายน้ำต้องมีบ่อพักน้ำทุกระยะห่างกันไม่เกิน

๑๒.๐๐ เมตร

และทุกมุมเลี้ยวและต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดก่อนที่จะปล่อยลงสู่ท่อหรือรางระบายน้ำสาธารณะ

โดยต้องแสดงรายละเอียดและคุณสมบัติเฉพาะของระบบบำบัดน้ำเสียด้วย

ในกรณีที่ไม่มีท่อหรือรางระบายน้ำสาธารณะต้องสร้างบ่อซึมเพื่อรองรับน้ำทิ้งภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอ

และต้องขจัดไขมันและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

รวมทั้งต้องทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมอยู่เสมอ

(๑๑) อาคารบริการต้องมีการระบายน้ำฝนออกจากอาคาร

โดยจะระบายน้ำฝนลงสู่ท่อหรือรางระบายน้ำสาธารณะโดยตรงก็ได้

(๑๒)

พื้นลานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่ให้บริการล้างรถยนต์หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต้องทำด้วยคอนกรีต

การวัดระยะห่างของอาคารบริการตาม (๑) (ข) (๓) (๗)

และ (๘) ให้วัดจากริมผนังหรือริมเสาของอาคารบริการ

ส่วนที่

การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดได้ตามปริมาณ

ดังต่อไปนี้

(๑)

ในบริเวณที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากและที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

ให้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากได้ไม่เกิน ๙๐,๐๐๐

ลิตร ทั้งนี้

ปริมาณการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง

หรือชนิดไวไฟน้อยรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๑๘๐,๐๐๐

ลิตร

(๒) ในบริเวณอื่นนอกจาก (๑)

ให้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากได้ไม่เกิน ๑๘๐,๐๐๐

ลิตร ทั้งนี้

ปริมาณการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง

หรือชนิดไวไฟน้อยรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๓๖๐,๐๐๐

ลิตร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๔

ต้องเก็บไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

สามารถเก็บน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดได้ตามปริมาณ ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในอาคารบริการหรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากให้เก็บได้ไม่เกิน

๑๐,๐๐๐ ลิตร

(๒)

ภายนอกอาคารบริการหรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากให้เก็บได้ไม่เกิน ๑,๐๐๐

ลิตร โดยพื้นที่ที่ใช้จัดเก็บต้องไม่กีดขวางการจราจรภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การเก็บน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดตามข้อ

๑๖ ต้องเก็บไว้ในขวดน้ำมันเชื้อเพลิงกระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง

หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิง

ยกเว้นมีการให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต้องเก็บน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๓ (๖)

ส่วนที่

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบ

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

และอุปกรณ์

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องเป็นถังชนิดที่มีผนังสองชั้น

และต้องออกแบบ ก่อสร้าง และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL58 Standard

for Steel Underground

Tanks for Flamable

and Combustible Liquids

และ UL1746 Standard for

External Corrosion Protection

Systems for Steel Underground

Storage Tanks หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานรากในลักษณะที่ไม่อาจเคลื่อนที่

หรือลอยตัวเนื่องจากแรงดันของน้ำใต้ดิน

และฐานรากต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับน้ำหนักของตัวถังและน้ำมันเชื้อเพลิงที่บรรจุอยู่ในถัง

รวมทั้งน้ำหนักอื่น ๆ ที่กระทำบนตัวถังได้โดยปลอดภัย

(๓) ส่วนบนของผนังถังต้องอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า

๕๐.๐๐ เซนติเมตร และห้ามมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ อยู่เหนือส่วนบนของผนังถัง

ยกเว้นแท่นตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและหลังคาคลุมตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔)

ต้องมีระยะห่างระหว่างผนังถังแต่ละถังไม่น้อยกว่า ๖๐.๐๐ เซนติเมตร

(๕) ตัวถังต้องตั้งอยู่ในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยผนังถังต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร

(๖)

เมื่อติดตั้งเสร็จต้องทำการกลบฝังด้วยวัสดุกลบฝังให้มีความหนาจากผนังถังไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เซนติเมตร โดยวัสดุกลบฝังต้องได้รับการอัดแน่น และมีการป้องกันวัสดุกลบฝังเลื่อนไหลไปนอกบริเวณ

วัสดุกลบฝังที่อนุญาตให้ใช้ตามวรรคหนึ่ง ได้แก่

ทรายสะอาด กรวดคลุก (pea gravel) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่

๓.๐๐ มิลลิเมตร ถึง ๑๙.๐๐ มิลลิเมตร และหินบด (crushed rock)

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๓.๐๐ มิลลิเมตร ถึง ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร

หรือวัสดุกลบฝังอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๗)

ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง

สำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่แบ่งเป็นห้อง (compartments)

ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน

โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้

(ก) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐

มิลลิเมตร

(ข)

ปลายท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๑.๕๐ เมตร

(๘)

ปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๑.๕๐ เมตร

และบริเวณปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องมีการป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่พื้นดิน

ดังต่อไปนี้

(ก) กรณีปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบติดตั้งอยู่เหนือระดับพื้นดิน

จะต้องทำบ่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิงล้อมรอบบริเวณปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยบ่อดังกล่าวจะต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๑๕ ลิตร

(ข)

กรณีปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบติดตั้งอยู่ใต้ระดับพื้นดิน จะต้องทำบ่อที่มีฝาปิดป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิงล้อมรอบบริเวณปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยบ่อดังกล่าวจะต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๑๕ ลิตร

(๙)

ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (overfill

protection) ที่ข้อต่อท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงหรือที่ข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง

(๑๐)

ท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงและท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงแบบปลายท่อติดตั้งอยู่เหนือระดับพื้นดินต้องแสดงสัญลักษณ์แถบสีไว้ที่ผิวท่อด้านนอก

เพื่อระบุประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแถบสีต้องมีลักษณะเป็นแผ่นปิดทับบนผิวท่อหรือเป็นการทาสีทับลงบนผิวท่อกว้างไม่น้อยกว่า

๑๐.๐๐ เซนติเมตร และมีสีตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑

ในกรณีที่ปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบติดตั้งอยู่ใต้ระดับพื้นดินให้แสดงสัญลักษณ์แถบสีตามที่กำหนดไว้ในตารางที่

๑ ไว้ที่ฝาปิดของบ่อป้องกันการรั่วซึมตาม (๘) (ข)

ตารางที่

๑ สัญลักษณ์แถบสี

ประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิง

สีสำหรับระบบท่อ

น้ำมันเบนซินออกเทนเกิน

๙๔

เหลืองและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์

น้ำมันเบนซินออกเทนไม่เกิน

๙๔ แต่ไม่น้อยกว่า ๙๑

แดงและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์

น้ำมันเบนซินออกเทนน้อยกว่า

๙๑

เขียวและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์

น้ำมันดีเซล

น้ำเงินและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์

ไอน้ำมันเบนซินออกเทนเกิน

๙๔

เหลือง

ไอน้ำมันเบนซินออกเทนไม่เกิน ๙๔ แต่ไม่น้อยกว่า ๙๑

แดง

ไอน้ำมันเบนซินออกเทนน้อยกว่า

๙๑

เขียว

ไอน้ำมันดีเซล

น้ำเงิน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เมื่อก่อสร้างและติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินเสร็จแล้วต้องทำการทดสอบการรั่วซึมของตัวถังและข้อต่อต่าง

ๆ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) ทำการทดสอบโดยใช้แรงดันน้ำ แรงดันอากาศ

หรือก๊าซเฉื่อย อัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๒๐.๖ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

แต่ไม่เกิน ๓๔.๕ กิโลปาสกาล (๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ในกรณีที่ทดสอบโดยใช้แรงดันน้ำ

ให้ใช้เวลาในการทดสอบไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง

และในกรณีที่ทดสอบโดยใช้แรงดันอากาศหรือก๊าซเฉื่อย

ให้ใช้เวลาในการทดสอบตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๒

ตารางที่ ๒

เวลาที่ใช้ในการทดสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินโดยใช้แรงดันอากาศ หรือก๊าซเฉื่อย

ความจุของถัง

(ลิตร)

เวลาที่ใช้ในการทดสอบ

(ชั่วโมง)

ไม่เกิน

๑๕,๐๐๐

ไม่เกิน

๓๐,๐๐๐

ไม่เกิน

๔๕,๐๐๐

ไม่เกิน

๖๐,๐๐๐

ไม่น้อยกว่า

๒๔

ไม่น้อยกว่า

๔๘

ไม่น้อยกว่า

๗๒

ไม่น้อยกว่า

๙๖

(๒) ในกรณีที่พบการรั่วซึม

ให้ตรวจสอบหารอยรั่วซึมแล้วทำการแก้ไข และทำการทดสอบตาม (๑) ซ้ำ

จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม

(๓)

ทำการทดสอบโดยวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๔)

ในกรณีที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินเป็นผนังสองชั้นที่มีการทดสอบจากโรงงานผลิตและอัดแรงดันหรือแรงดันสุญญากาศระหว่างผนังถังชั้นนอกและชั้นใน

ให้ตรวจสอบมาตรวัดแรงดันหรือแรงดันสุญญากาศ

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแรงดันเกินกว่าแรงดันที่ผู้ผลิตกำหนด

ให้ถือว่าถังปราศจากการรั่วซึม โดยไม่ต้องทำการทดสอบตาม (๑)

(๕)

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ห้ามทำการทดสอบด้วยแรงดันอากาศ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินเมื่อใช้งานครบสิบปี

ต้องทำการทดสอบสภาพถังและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้โดยปลอดภัยในลักษณะเดียวกับที่ได้รับอนุญาตโดยวิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๙

การทดสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินตามวรรคหนึ่ง

ผู้ทดสอบสามารถ ทำการทดสอบโดยไม่ต้องเปิดพื้นลานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้

แต่กรณีที่ตรวจสอบแล้วพบการรั่วซึมให้เปิดพื้นลานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อทำการแก้ไขและทดสอบซ้ำ

จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑)

ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ

ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยปลอดภัย

(๒) ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของระบบท่อชนิดแรงดัน

(pressurized piping) ต้องเป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังสองชั้น

และเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

(๓) ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของระบบท่อชนิดแรงดูด

(suction piping) อาจเป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังชั้นเดียวหรือผนังสองชั้นก็ได้

โดยต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะและต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(ก)

ในกรณีที่เป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังชั้นเดียว

ต้องทำด้วยเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

และต้องติดตั้ง ดังต่อไปนี้

๑)

ท่อต้องวางลาดเอียงให้น้ำมันไหลกลับเข้าสู่ถังโดยมีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า ๑ ใน

๑๐๐

๒)

ต้องติดตั้งลิ้นกันกลับที่ใต้ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและต้องไม่มีลิ้นอื่นใดติดตั้งอยู่ระหว่างลิ้นกันกลับกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

(ข) ในกรณีที่เป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังสองชั้น

ต้องออกแบบ ก่อสร้าง และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL971 Standard

for Nonmetallic Underground

Piping for Flamable

Liquids หรือมาตรฐาน IP Performance

Specification for Underground

Pipework Systems at Petrol

Filling Stations หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๔)

การวางท่อจะวางไว้เหนือพื้นดินหรือฝังไว้ใต้พื้นดินก็ได้ แต่ต้องดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

(ก)

ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินต้องมีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อ

และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน

(ข)

ท่อที่ฝังไว้ใต้พื้นดินต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรไว้เหนือพื้นดินแสดงแนวท่อให้เห็นได้ชัดเจน

และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อนและน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงสู่พื้นดิน กรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง

ๆ ไว้ใต้พื้นดินต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้สะดวก

(๕) วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น

ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึม

ต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

และต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง

(๖)

ในกรณีที่มิได้ติดตั้งเครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้รวมกัน

ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตัดระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อติดตั้งระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์เสร็จแล้ว

ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) ทำการทดสอบการรั่วซึมโดยใช้แรงดันน้ำ

แรงดันอากาศ หรือก๊าซเฉื่อยอัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๓๔๕ กิโลปาสกาล (๕๐

ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบนาทีในกรณีที่เป็นท่อที่มีผนังสองชั้นให้ทดสอบเฉพาะท่อชั้นในเท่านั้น

ในกรณีที่เป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว

ห้ามทำการทดสอบด้วยแรงดันอากาศ

(๒) ในกรณีที่พบการรั่วซึม

ให้ตรวจสอบหารอยรั่วซึมแล้วทำการแก้ไข และทำการทดสอบตาม (๑) ซ้ำ

จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม

(๓)

ให้ทำการทดสอบระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงทุกสิบปีตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน (๑) และ (๒)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐

และข้อ ๒๒

ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา

๗ (๔)

และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรักษาบันทึกผลการทดสอบและตรวจสอบไว้ให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ในกรณีที่ยังไม่มีผู้ทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง

ให้ดำเนินการทดสอบโดยผู้ประกอบกิจการควบคุมโดยอยู่ในการควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

และต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑)

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งรวมกับเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องติดตั้งอยู่ระดับพื้นดินโดยยึดแน่นอยู่บนแท่นคอนกรีต

และแท่นคอนกรีตต้องอยู่สูงกว่าระดับพื้นโดยรอบไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เซนติเมตร

(๒) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งแยกจากเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงจะติดตั้งอยู่ระดับพื้นดินหรือติดตั้งอยู่สูงจากพื้นดินก็ได้

ในกรณีที่ติดตั้งอยู่ระดับพื้นดินต้องยึดแน่นอยู่บนแท่นคอนกรีตและแท่นคอนกรีตต้องอยู่สูงกว่าระดับพื้นโดยรอบไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เซนติเมตร

(๓)

เครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งแยกจากตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องมีระบบการป้องกันมิให้มีสิ่งอื่นใดมากระทบหรือกระแทกเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง

และเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งไว้ภายในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

(submersible pump) ต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด

(explosion proof)

(๔)

ปลายท่อสูบน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่จะต่อเข้ากับเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงต้องวางอยู่ในบ่อคอนกรีตที่มีผนังและพื้นหนาไม่น้อยกว่า

๑๐.๐๐ เซนติเมตร

หรือวัสดุอื่นที่ใช้แทนกันได้และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องมีการป้องกันมิให้น้ำซึมเข้าไปภายในบ่อ

(๕)

สายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

สามารถป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าสถิต และต้องมีข้อต่อชนิดป้องกันน้ำมันไหลเมื่อสายขาด

(breakaway coupling) และสามารถทนความดันทดสอบได้ไม่น้อยกว่า

๕๑๗ กิโลปาสกาล (๗๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

(๖) หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(ก)

มีอุปกรณ์ที่หยุดการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันเชื้อเพลิงล้นถังในขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

(ข) ต้องเป็นชนิดป้องกันน้ำมันหกลงพื้นดิน ในกรณีที่หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหลุดจากช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะ

(ค)

เมื่อต่อเข้ากับช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะแล้วต้องไม่ลื่นหลุดออกจากช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะได้ง่าย

ส่วนที่

การป้องกันและระงับอัคคีภัย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก

ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้

(๑)

ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุ ไม่น้อยกว่า ๖.๘๐

กิโลกรัม มีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B

ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ไว้ในบริเวณตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและสามารถนำมาใช้งานได้สะดวกตลอดเวลา

ตามอัตราส่วนอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) จำนวน ๒ เครื่อง ต่อตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

๑ ถึง ๔ ตู้จ่าย

(ข) จำนวน ๓ เครื่อง ต่อตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

๕ ถึง ๘ ตู้จ่าย

(ค) ถ้ามีตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกิน ๘ ตู้จ่าย

ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงเพิ่มขึ้น ๑ เครื่องต่อตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทุก ๆ ๑

ถึง ๓ ตู้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

(๒) เครื่องดับเพลิงต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี

และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาทุกหกเดือน

โดยมีหลักฐานการตรวจสอบติดหรือแขวนไว้ที่เครื่องดับเพลิง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

บริเวณตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

ประเภท ก ต้องจัดให้มีป้ายเตือน โดยมีข้อความ ลักษณะ และที่ตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑) ป้ายต้องมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

“อันตราย

๑. ดับเครื่องยนต์

๒. ห้ามสูบบุหรี่

๓. ห้ามก่อประกายไฟ

๔. ปิดโทรศัพท์มือถือ”

(๒)

ข้อความในป้ายต้องมองเห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่าย

โดยมีความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เซนติเมตร

(๓) ต้องติดตั้งป้ายนั้นไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ก ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องควบคุมดูแลมิให้มีการกระทำการใด ๆ

ที่ทำให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ

หมวด

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ส่วนที่

ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

ต้องมีแผนผังโดยสังเขป แผนผังบริเวณและแบบก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

และต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑

ส่วนที่

ที่ตั้ง

ลักษณะ และระยะปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

ต้องมีที่ตั้ง ลักษณะ และระยะปลอดภัยภายนอก ดังต่อไปนี้

(๑)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องติดถนนสาธารณะที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร แต่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร หรือติดถนนส่วนบุคคลที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร แต่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

(๒)

มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะ

หรือถนนส่วนบุคคลและต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมให้ทำเป็นทางเชื่อมเพื่อใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจอนุญาตหรือเจ้าของถนนดังกล่าว

โดยมีรูปแบบของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะได้สามรูปแบบ ดังต่อไปนี้

(ก)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะยาวไม่น้อยกว่า

๒๔.๐๐ เมตร และมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะแยกต่างหากจากกัน

ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร

และห่างกันไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

โดยวัดจากด้านในของขอบทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะขอบทางเลี้ยวเข้าออกต้องโค้งออก

และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๗

ท้ายกฎกระทรวงนี้

(ข)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะยาวไม่น้อยกว่า

๑๖.๐๐ เมตร

และมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะทางเดียวกันทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๗.๐๐ เมตร ขอบทางเลี้ยวเข้าออกต้องโค้งออก และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๓.๐๐

เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๘ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(ค)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะยาวไม่น้อยกว่า

๑๗.๕๐ เมตร และมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะอยู่ตรงหัวมุมถนน ต้องมีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะแยกต่างหากจากกันและอยู่คนละด้านของหัวมุมถนน

โดยทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๗.๐๐ เมตร ขอบทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะด้านในต้องอยู่ห่างจากจุดตัดของเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่หัวมุมถนนไม่น้อยกว่า

๗.๕๐ เมตร ขอบทางเลี้ยวเข้าออกต้องโค้งออก และมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๓.๐๐

เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๙ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๓)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเชิงลาดสะพานที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งเกิน

๑ ต่อ ๕๐ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ (๘)

(๔)

จุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่ตั้งอยู่ติดถนนสาธารณะ หรือถนนส่วนบุคคลที่ตัดกับทางรถไฟ

ต้องห่างจากรางรถไฟตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ (๙)

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะผ่านการพิจารณาด้านความปลอดภัยและได้รับอนุญาตให้เชื่อมทางตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงแล้ว

ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม (๒) (๓) และ (๔)

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

ต้องมีลักษณะและระยะปลอดภัยภายใน ดังต่อไปนี้

(๑) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งตามระยะห่าง

ดังต่อไปนี้

(ก)

ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

๑) ไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

กรณีที่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะมีลักษณะตามข้อ ๒๙ (๒) (ก)

๒) ไม่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

กรณีที่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะมีลักษณะตามข้อ ๒๙ (๒) (ข)

๓) ไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

กรณีที่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะมีลักษณะตามข้อ ๒๙ (๒) (ค)

(ข) ต้องมีระยะห่างจากผนังของอาคารบริการ

และเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ไม่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๓ (๑) (ข) (ค) และ (ง)

(๒) ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องไม่มีอาคารอื่นใดนอกจากอาคารบริการและสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก

โดยสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากให้มีได้เฉพาะเพื่อใช้เป็นร้านจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว

และมีพื้นที่ของหลังคาทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๓๐.๐๐ ตารางเมตร

และให้มีสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการให้บริการได้ ดังต่อไปนี้

(ก) หอถังน้ำ

(ข) ที่ล้างรถยนต์

(ค) ที่ยกรถยนต์

(ง) เสาป้ายเครื่องหมายการค้า

(๓) อาคารบริการต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๓ (๓)

(๔)

ในกรณีที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ติดกับด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะอยู่ตรงมุมถนนสาธารณะที่มีความกว้างของถนนตั้งแต่

๓.๐๐ เมตร ขึ้นไปต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๔)

(๕) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยาเขตเทศบาล

และเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้นและมีบริการล้างรถยนต์ต้องปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(ก)

ต้องล้างรถยนต์โดยใช้เครื่องล้างรถยนต์หรือห้องล้างรถยนต์ที่มีการป้องกันละอองน้ำ

(ข) การจัดวางเครื่องล้างรถยนต์และห้องล้างรถยนต์สามารถดำเนินการได้สามรูปแบบ

ดังต่อไปนี้

๑)

ทางเข้าเครื่องล้างรถยนต์และห้องล้างรถยนต์ตั้งฉากกับเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

แนวอาคารที่ล้างรถยนต์ด้านช่องทางออกต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๑๐.๐๐ เมตร

แนวอาคารที่ล้างรถยนต์ด้านที่มีผนังปิดต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๑๐.๐๐ เมตร หนึ่งด้าน และห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๒.๐๐

เมตร อีกหนึ่งด้าน ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑๐ ท้ายกฎกระทรวงนี้

๒) ทางเข้าเครื่องล้างรถยนต์และห้องล้างรถยนต์ขนานกับเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

แนวอาคารที่ล้างรถยนต์ด้านช่องทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๑๐.๐๐ เมตร และแนวอาคารที่ล้างรถยนต์ด้านที่มีผนังปิดต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๒.๐๐ เมตร ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้

๓)

ทางเข้าเครื่องล้างรถยนต์และห้องล้างรถยนต์ทำมุมกับเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

มุมของห้องล้างรถยนต์จะต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๔.๐๐

เมตร สองด้าน และห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

อีกสองด้าน ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(ค)

จัดให้มีพื้นที่จอดรถยนต์สำหรับบริการล้างรถยนต์ไม่น้อยกว่าหกคัน

โดยที่จอดรถยนต์แต่ละคันต้องมีลักษณะและขนาดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(ง)

ต้องมีการป้องกันเสียงจากเครื่องล้างรถยนต์ไม่ให้เกินค่าระดับเสียงรบกวนตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด

(จ) ให้เปิดบริการล้างรถยนต์ได้ตั้งแต่ ๘.๐๐

นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา

(๖) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

ที่ตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่ตาม (๕)

และมีบริการล้างรถยนต์ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๕)

(๗) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

ที่มีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(ก)

ต้องมีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินที่มีความจุไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐

ลิตร สำหรับเก็บน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว

(ข) ในกรณีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล

และเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น ต้องจัดให้มีพื้นที่จอดรถสำหรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นไม่น้อยกว่าสี่คัน

โดยที่จอดรถยนต์แต่ละคันต้องมีลักษณะและขนาดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๘) พื้นที่จอดรถยนต์ตาม (๕) (ค) และ (๗) (ข)

ต้องอยู่ติดเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านใดด้านหนึ่ง ห่างจากอาคารบริการ

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน เครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง

และท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร และพื้นที่จอดรถยนต์ต้องไม่กีดขวางการจราจรภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๙)

พื้นลานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่ให้บริการล้างรถยนต์หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต้องทำด้วยคอนกรีต

(๑๐) หอถังน้ำและเสาป้ายเครื่องหมายการค้า

สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก กำแพงกันไฟท่อหรือรางระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย และการระบายน้ำฝนออกจากอาคารบริการ

ต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๗) (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑) ตามลำดับ

ส่วนที่

การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดได้ตามปริมาณ

ดังต่อไปนี้

(๑) เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากได้ไม่เกิน

๖๐,๐๐๐ ลิตร

(๒)

เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๒๐,๐๐๐

ลิตร

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๓๑

ต้องเก็บไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินและให้มีตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดรวมกันได้ไม่เกินสี่ตู้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การเก็บน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ข ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗

ส่วนที่

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง

เครื่องสูบ

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์

ต้องมีลักษณะ วิธีการติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ และข้อ ๒๔ ตามลำดับ

ส่วนที่

การป้องกันและระงับอัคคีภัย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ข ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗

หมวด

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ส่วนที่

ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

ต้องมีแผนผังโดยสังเขป แผนผังบริเวณและแบบก่อสร้าง ดังต่อไปนี้

(๑) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

ลักษณะที่หนึ่ง

(ก) แผนผังโดยสังเขป

ต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๑)

(ข) แผนผังบริเวณ ต้องแสดงเขตที่ดินของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

อาคารบริการถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน ถังน้ำมันเชื้อเพลิง

แนวท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เขื่อนหรือกำแพง

ท่อหรือรางระบายน้ำ บ่อกักไขมันสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากเฉพาะร้านจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว

และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

(ค)

แบบก่อสร้างถังเก็บนํ้ามันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่

ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

๑) แปลนส่วนบน รูปด้าน รูปตัด และแปลนฐานราก

๒) รายละเอียดการก่อสร้างและการติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ต่าง ๆ

แบบก่อสร้างตาม ๑) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๕๐

(ง)

ต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่

(๒) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

ลักษณะที่สอง

(ก) แผนผังโดยสังเขป

ต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๑)

(ข) แผนผังบริเวณ

ต้องแสดงเขตที่ดินของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

อาคารบริการถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน แนวท่อน้ำมันเชื้อเพลิง

เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เขื่อนหรือกำแพง ท่อหรือรางระบายน้ำ

บ่อกักไขมัน สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากเฉพาะร้านจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว

และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ

(ค) แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

แบบก่อสร้างอาคารบริการ แบบก่อสร้างท่อหรือรางระบายน้ำ และบ่อกักไขมัน

แบบก่อสร้างของสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ และรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรง

ต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (๓) (๔) (๕) และ (๗) และข้อ ๑๑ ตามลำดับ

(ง) แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่

ต้องแสดงรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ใน (๑) (ค)

(จ)

ต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่

(ฉ) แบบก่อสร้างเขื่อนหรือกำแพง

ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

๑) แปลนพื้นและแปลนฐานราก

๒) รูปตัดตามขวางและรูปตัดตามยาว

๓) รายละเอียดการก่อสร้าง

แบบก่อสร้างตาม ๑) และ ๒)

ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๒๐

ส่วนที่

ที่ตั้ง

ลักษณะ และระยะปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

เพื่อการจำหน่าย ต้องมีที่ตั้ง ลักษณะและระยะปลอดภัยภายนอก ดังต่อไปนี้

(๑)

เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องติดทางสัญจรที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร

(๒)

ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง (๒)

(๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) และวรรคสอง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

ต้องมีลักษณะและระยะปลอดภัยภายใน ดังต่อไปนี้

(๑)

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งตามระยะห่างตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๑)

(๒) ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องไม่มีอาคารอื่นใดนอกจากอาคารบริการและสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก

โดยสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากต้องมีพื้นที่ของหลังคาทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

และให้มีสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการให้บริการได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๓ (๒)

(๓) อาคารบริการต้องอยู่ห่างจากเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร

และต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านอื่นที่ไม่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร หนึ่งด้าน และด้านที่เหลือต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า

๒.๐๐ เมตร

อาคารบริการแต่ละอาคารต้องมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า

๒.๐๐ เมตร

(๔)

ที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์ต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๕)

(๕)

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๖)

(๖) หอถังน้ำและเสาป้ายเครื่องหมายการค้าต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๓ (๗)

(๗)

สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานรากต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๘)

(๘)

การระบายน้ำฝนออกจากอาคารบริการต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ (๑๑)

(๙) ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่มีบริการล้างรถยนต์หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น

พื้นลานในส่วนที่ให้บริการดังกล่าวต้องทำด้วยคอนกรีตและต้องจัดให้มีท่อ หรือรางระบายน้ำ

ในกรณีที่เป็นท่อระบายน้ำต้องมีบ่อพักน้ำทุกระยะห่างกันไม่เกิน ๑๒.๐๐ เมตร และทุกมุมเลี้ยว

เพื่อให้น้ำเสียจากการให้บริการดังกล่าวถูกบำบัดก่อนที่จะไหลลงสู่ท่อหรือรางระบายน้ำสาธารณะ

ในกรณีที่ไม่มีท่อหรือรางระบายน้ำสาธารณะต้องสร้างบ่อซึมเพื่อรองรับน้ำทิ้งภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอ

พร้อมทั้งต้องมีบ่อกักไขมันเพื่อขจัดไขมันและสิ่งสกปรกอื่น ๆ

ภายในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

พื้นลานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนอื่นที่ทำด้วยคอนกรีตต้องจัดให้มีท่อหรือรางระบายน้ำตามวรรคหนึ่งด้วย

(๑๐) บ่อกักไขมันตาม (๙) ต้องมีความจุไม่น้อยกว่า

๕๐๐ ลิตรต่อพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุก ๆ ๕๐๐.๐๐ ตารางเมตร เศษของ

๕๐๐.๐๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๕๐๐.๐๐ ตารางเมตร

พื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่ง

ให้คิดเฉพาะพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่ทำด้วยคอนกรีต

แต่ไม่รวมอาคารบริการ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ลักษณะและระยะปลอดภัยภายในของการตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๕๐ และข้อ ๕๑

ส่วนที่

การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดได้ตามปริมาณ

ดังต่อไปนี้

(๑) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

ลักษณะที่หนึ่ง

(ก) เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อยหรือชนิดไวไฟปานกลางไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินได้ไม่เกิน

๑๐,๐๐๐ ลิตร

(ข)

เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดไว้ในถังน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่เกินสองถัง

(๒) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

ลักษณะที่สอง

(ก) เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อยหรือชนิดไวไฟปานกลางไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินได้ไม่เกิน

๖๐,๐๐๐ ลิตร

โดยถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวต้องมีความจุไม่เกิน ๓๐,๐๐๐

ลิตร

(ข)

เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐

ลิตร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค

สามารถเก็บน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันก๊าดได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗

ส่วนที่

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง

เครื่องสูบ

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน

ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องมีข้อต่อสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ติดกับถัง

อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) ข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง

(ข) ข้อต่อท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

(ค) ข้อต่อท่อสำหรับระบายของเหลวออก

(ง) ข้อต่ออุปกรณ์วัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง

(จ) ข้อต่อท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิง

(ฉ)

ในกรณีที่อุปกรณ์ระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงของถังมีค่าการระบายน้อยกว่าอัตราการระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงฉุกเฉินตามที่กำหนดไว้ในตารางที่

๓ ต้องมีอุปกรณ์ระบายความดันกรณีฉุกเฉิน (emergency venting)

เพิ่มเติม เพื่อระบายความดันในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ภายนอกถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

ลักษณะข้อต่อสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ตามวรรคหนึ่งเป็นไปดังตัวอย่างภาพประกอบที่

๑๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้

ตารางที่

๓ อัตราการระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงฉุกเฉิน

พื้นที่ผิวสัมผัส

น้ำมันเชื้อเพลิง

(wetted

area)

(ตารางเมตร)

อัตราการระบาย

ไอน้ำมันเชื้อเพลิง

ฉุกเฉิน

(ลูกบาศก์เมตร

ต่อชั่วโมง)

พื้นที่ผิวสัมผัส

น้ำมันเชื้อเพลิง

(wetted

area)

(ตารางเมตร)

อัตราการระบาย

ไอน้ำมันเชื้อเพลิง

ฉุกเฉิน

(ลูกบาศก์เมตร

ต่อชั่วโมง)

พื้นที่ผิวสัมผัส

น้ำมันเชื้อเพลิง

(wetted

area)

(ตารางเมตร)

อัตราการระบาย

ไอน้ำมันเชื้อเพลิง

ฉุกเฉิน

(ลูกบาศก์เมตร

ต่อชั่วโมง)

๑๐

๑๒

๖๕๐

๙๕๐

๑,๓๐๐

๑,๖๐๐

๑,๙๕๐

๒,๒๕๐

๒,๕๕๐

๒,๙๐๐

๓,๒๐๐

๓,๘๕๐

๑๔

๑๖

๑๘

๒๐

๒๕

๓๐

๓๕

๔๐

๕๐

๖๐

๔,๕๐๐

๕,๑๕๐

๕,๘๐๐

๖,๒๐๐

๗,๐๐๐

๗,๘๐๐

๘,๕๐๐

๙,๒๐๐

๑๐,๕๐๐

๑๑,๕๐๐

๗๐

๘๐

๙๐

๑๐๐

๑๒๐

๑๔๐

๑๖๐

๑๘๐

๒๐๐

๒๕๐

>๓๐๐

๑๒,๖๐๐

๑๓,๖๐๐

๑๔,๕๐๐

๑๕,๒๐๐

๑๖,๒๐๐

๑๗,๐๐๐

๑๗,๘๐๐

๑๘,๕๐๐

๑๙,๒๐๐

๒๐,๗๐๐

๒๔,๒๐๐

หมายเหตุ :-

ค่าพื้นที่ผิวสัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิง (wetted area)

ของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงให้คำนวณ ดังต่อไปนี้

(๑) ถังตามแนวนอน (horizontal

tank)

๑.๑ ถังรูปทรงกระบอก (cylindrical

tank)

คิดจากร้อยละเจ็ดสิบห้าของพื้นที่ผิวถังทั้งหมด

๑.๒

ถังทรงสี่เหลี่ยมคิดจากผลรวมของพื้นที่ผิวด้านล่างและด้านข้าง

(๒) ถังตามแนวตั้ง (vertical

tank)

คิดจากพื้นที่ผิวถังเฉพาะส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินในกรณีที่ถังมีความสูงมากกว่า

๙.๐๐ เมตร (๓๐.๐๐ ฟุต) ให้คิดพื้นที่ผิวถังเท่ากับถังที่มีความสูง ๙.๐๐ เมตร

(๓๐.๐๐ ฟุต)

(๓)

ในกรณีที่พื้นที่ผิวสัมผัสน้ำมันเชื้อเพลิงที่คำนวณได้ตาม (๑) หรือ (๒)

ไม่เป็นไปตามค่าที่กำหนดไว้ในตารางการคำนวณอัตราการระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงฉุกเฉินให้ใช้ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

(๒)

ในกรณีที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินมีความจุมากกว่า ๑๙,๐๐๐

ลิตร ต้องมีช่องสำหรับคนลง (man hole) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า

๖๐.๐๐ เซนติเมตร

(๓) ต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield

stress) ไม่น้อยกว่าสองเท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable

stress) เนื่องจากความดันใช้งานสูงสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง

หรือทำจากวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๔) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานราก

โดยฐานรากต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับน้ำหนักของตัวถัง

และน้ำมันเชื้อเพลิงที่บรรจุอยู่ในถังได้

(๕) ผิวภายนอกของถังต้องมีการป้องกันการกัดกร่อน

โดยการทาสีรองพื้นกันสนิมไม่น้อยกว่าสองครั้ง

แล้วทาทับด้วยสีเคลือบไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง

หรือใช้วิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๖) ผนังถังต้องห่างจากอาคารบริการ

สิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก และตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการใช้เอง

(๗)

ผนังถังต้องห่างจากเขตทางสัญจรด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๗.๕๐ เมตร

และต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านอื่นที่ไม่ใช่ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะไม่น้อยกว่า

๑๕.๐๐ เมตร หากมีระยะน้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร ต้องสร้างกำแพงกันไฟสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐

เมตร ที่เขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้านนั้นและตัวถังต้องห่างจากกำแพงกันไฟไม่น้อยกว่า

๗.๕๐ เมตร

(๘)

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินแต่ละถังต้องห่างกันไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร โดยวัดจากผนังถัง

(๙)

ห้ามตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินไว้ในอาคารบริการหรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีฐานราก

ยกเว้นส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารบริการที่ยื่นออกมาเพื่อใช้เป็นหลังคาคลุมตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

(๑๐)

โดยรอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินต้องทำเขื่อนหรือกำแพงล้อมไว้

มีขนาดให้พอที่จะเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงได้เท่ากับถังใบใหญ่ที่สุด

(๑๑) ผนังของเขื่อนหรือกำแพงต้องสามารถป้องกันของเหลวไหลผ่านได้

และสามารถทนแรงดันของน้ำมันเชื้อเพลิงขณะที่บรรจุเต็มเขื่อนหรือกำแพง

(๑๒)

ผนังของเขื่อนหรือกำแพงต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๓.๐๐

เมตร

(๑๓)

ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง สำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่แบ่งเป็นห้อง

(compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน

โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้

(ก) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐

มิลลิเมตร

(ข) ปลายท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า

๔.๐๐ เมตร

(๑๔) ความใน (๖) (๗) (๘) และ (๑๒)

ไม่ใช้บังคับแก่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการใช้เองที่ติดตั้งเป็นการชั่วคราวในสถานที่ที่มีการก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินและระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘ และข้อ ๒๑

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินและระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่ง

จะเป็นชนิดที่มีผนังหนึ่งชั้นหรือผนังสองชั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง

ดังต่อไปนี้

(๑)

ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ

ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยปลอดภัย

(๒)

ต้องใช้ท่อที่ทำด้วยเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๓)

การวางท่อจะวางไว้เหนือพื้นดินหรือฝังไว้ใต้พื้นดินก็ได้ แต่ต้องดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

(ก)

ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินต้องมีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อ

และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน

(ข)

ท่อที่ฝังไว้ใต้พื้นดินต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรไว้เหนือพื้นดินแสดงแนวท่อให้เห็นได้ชัดเจน

และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อนและน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงสู่พื้นดิน กรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง

ๆ ไว้ใต้พื้นดินต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้สะดวก

(๔)

การต่อท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลิ้นปิดเปิด

ซึ่งอยู่ใกล้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง

(๕)

ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงอันเกิดจากแรงโน้มถ่วง (anti-siphon

valve) ที่ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ใกล้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลออกจากถังในกรณีที่ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแตกเสียหาย

ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๖) ในกรณีที่ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้ต่อเข้ากับส่วนบนสุดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งลิ้นควบคุมการปิดโดยอัตโนมัติเมื่อท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงถูกไฟไหม้

(fire emergency valve) ดังตัวอย่างภาพประกอบที่

๑๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๗) วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น

ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึม

ต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

และต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง

(๘)

ในกรณีที่มิได้ติดตั้งเครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้รวมกัน

ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตัดระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ถังน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบ

ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับถังน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕๔

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๔

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน

ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน และระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง

ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓ ตามลำดับ

ส่วนที่

การป้องกันและระงับอัคคีภัย

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ค ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗

ในกรณีที่มีการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๕๕

หมวด

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท

ส่วนที่

ลักษณะของแผนผัง

56 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0380ce506e6dc5ed

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com