พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
ในศาลจังหวัดชลบุรี
ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส
ศาลจังหวัดปทุมธานี
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี
พ.ศ. ๒๕๓๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑
มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘
เป็นปีที่ ๕๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี
ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี เพื่อทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา ๘ วรรคสองและวรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี
ศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. ๒๕๓๘
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดตรัง ศาลจังหวัดนครปฐม
ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และศาลจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ ๗
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นไป
มาตรา ๔
ให้เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี
และศาลจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นไป
และให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดชลบุรีและจังหวัดปทุมธานี ตามลำดับ
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากจังหวัดชลบุรี จังหวัดตรัง จังหวัดนครปฐม จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดอุดรธานี
มีสถิติการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนและคดีครอบครัวในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้น
แต่จังหวัดดังกล่าวยังไม่มีการจัดตั้งศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นไว้โดยเฉพาะ
การดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนและคดีครอบครัวจึงต้องกระทำในศาลจังหวัด
ซึ่งทำให้เด็กและเยาวชนผู้ถูกดำเนินคดีมิได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
สมควรเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดตรัง
ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด
และศาลจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นไป
เพื่อทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว
และสมควรกำหนดเขตอำนาจของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดชลบุรีและศาลจังหวัดปทุมธานีไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย
และโดยที่มาตรา ๘ วรรคสองและวรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติว่า
แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดใดจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
และสำหรับจังหวัดที่มีศาลจังหวัดมากกว่าหนึ่งศาล
ถ้าจะให้แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดที่เปิดทำการมีเขตอำนาจตลอดท้องที่ที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดที่ยังไม่เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
ก็ให้ระบุเขตอำนาจดังกล่าวไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๖ ก/หน้า ๑๙/๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).