法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (Update ณ วันที่ 09/04/2519)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๒] ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ได้แก่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและต้องด้วยหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นสมาชิกของหอการค้าแห่งประเทศไทย

บุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะขอรับอนุญาตได้เฉพาะผู้ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่ยอมรับเป็นสมาชิก หรือคัดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งผู้นั้นได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสั่งอนุญาตให้เป็นผู้ขอรับอนุญาตได้

(๒) มีเงินทุนที่ชำระแล้วตามที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท หรือในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ มีเงินซึ่งนำมาใช้ในการประกอบพาณิชยกิจเป็นประจำไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท

(๓) มีสำนักงานที่แน่นอนและเหมาะสมสำหรับใช้เป็นสำนักงานประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

(๔) มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เป็นสัดส่วนตามประเภทหรือชนิดของสินค้าซึ่งต้องตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์และมีมาตรการที่สามารถป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่อาจเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้

(๕) มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าของสินค้ามาตรฐานที่ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ

(๖) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทางวิชาการที่ต้องอาศัยหลักวิชา เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ประเภทรับเงินเดือนประจำ และอยู่ประจำรับผิดชอบการวิเคราะห์ตัวอย่างสินค้ามาตรฐานตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า ๑ คน

(๗) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้านอกจาก (๖) ประเภทรับเงินเดือนประจำ สำหรับตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแต่ละชนิดที่ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบการธุรกิจตรวจสอบมีจำนวนรวมเมื่อเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่าชนิดละ ๖ คน

(๘) นอกจากบุคคลดังกล่าวตาม (๖) และ (๗) แล้ว จะต้องมีพนักงานประเภทรับเงินเดือนประจำทำงานอยู่ที่สำนักงานในเวลาทำงานปกติเป็นประจำไม่น้อยกว่า ๓ คน

(๙) ไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามาแล้วรวมกันตั้งแต่สามครั้งขึ้นไป

(๑๐) ไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแนบเอกสารประกอบคำร้องขอ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือการจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทหรือชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา

(๒) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท

(๓) สำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีครั้งหลังสุด

(๔) บัญชีรายชื่อผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทรับเงินเดือนประจำ และประเภทจ้างเป็นครั้งคราว

(๕) หลักฐานการครอบครองสำนักงาน

(๖) หลักฐานการมีเงินทุนตามข้อ ๑ (๒)

ในกรณีที่ผู้ขอรับอนุญาตมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ และมาเปิดสำนักงานสาขาในประเทศไทย ต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินทุนที่กำหนดตามข้อ ๑ (๒)

ความใน (๑) (๒) และ (๕) มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สภาการค้าเป็นผู้ขอรับอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การขอรับอนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้า ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบการธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) มีเครื่องหมายตรวจสอบ โดยจะมีตัวอักษร ตัวเลข ภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้

(๒) ส่งมอบตัวอย่างเครื่องหมายตรวจสอบตาม (๑) ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าอย่างละสามชุด

การยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม เครื่องหมายตรวจสอบที่ส่งมอบตัวอย่างตามวรรคก่อนต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากสำนักงานมาตรฐานสินค้า

(๓) ประทับ ปิด หรือผูกติด เครื่องหมายตรวจสอบตาม (๑) หรือ (๒) ที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัดตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดเพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นตนได้ตรวจสอบแล้ว

(๔) การจ้างหรือเลิกจ้างผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าภายหลังที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ ๒ (๔) ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งรายชื่อผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าซึ่งจ้างหรือเลิกจ้างต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันจ้างหรือเลิกจ้าง

(๕) มีสมุดทะเบียนรับคำขอให้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและสมุดทะเบียนการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดและนำไปประทับตราของสำนักงานมาตรฐานสินค้า

(๖) กรอกรายการต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสมุดทะเบียนตาม (๕) ทุกคราวที่ได้รับคำขอให้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่ต้องชักตัวอย่างสินค้าเพื่อทำการตรวจสอบมาตรฐาน ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแบ่งตัวอย่างสินค้านั้นเป็นสามส่วน แต่ละส่วนต้องมีปริมาณพอเพียงแต่การตรวจสอบมาตรฐาน และแยกบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัดในลักษณะที่จะไม่ทำให้คุณภาพเปลี่ยนแปลง และสามารถป้องกันการถ่ายเท สับเปลี่ยนตัวอย่างสินค้านั้นได้ ทั้งต้องมีตราหรือแผ่นป้ายแสดงวัน เดือน ปี ที่ชักตัวอย่าง และให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ากับเจ้าของสินค้าหรือผู้แทนซึ่งอยู่ในขณะที่มีการชักตัวอย่างลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งมอบตัวอย่างสินค้าตามข้อ ๕ ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี สองส่วนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ชักตัวอย่าง และรักษาไว้เองหนึ่งส่วนมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ชักตัวอย่าง เว้นแต่สำนักงานมาตรฐานสินค้าจะกำหนดเป็นอย่างอื่น แต่ในกรณีที่มีการพิจารณาวินิจฉัยข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า ให้รักษาตัวอย่างสินค้านั้นไว้จนกว่าการพิจารณาวินิจฉัยจะสิ้นสุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๓] ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งสำเนาใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า การตรวจสอบปริมาณหรือน้ำหนัก และการตรวจสอบอื่น ๆ ที่ออกให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ออกใบรับรอง

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าได้รับแจ้งข้อโต้แย้งหรือปัญหาพิพาทใด ๆ เกี่ยวกับสินค้ามาตรฐานจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ประกอบการธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้านั้นแจ้งรายละเอียดข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทนั้นเป็นหนังสือต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔

เกษม ศรีพยัคฆ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต และกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติการประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินการจัดและควบคุมมาตรฐานสินค้าขาออกตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า[๔]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อแก้ไขคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยหอการค้า

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓[๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑ (๒) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ แต่ยังคงต้องมีเงินทุนตามที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับปฏิบัติตามข้อ ๑ (๓) (๔) (๖) (๗) และ (๘) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และเงื่อนไขที่ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจะต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้า ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

อุษมล/ผู้จัดทำ

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๒๑/หน้า ๓๓๔/๗ มีนาคม ๒๕๐๔

[๒] ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

[๓] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๑๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๕๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๙ เมษายน ๒๕๑๙

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ว่าด้วยผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (Update ณ วันที่ 09/04/2519) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_056fa6f298eb3176

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com